บรรณารักษศาสตร์ เท่ากับ สารสนเทศศาสตร์ หรือไม่

ขอออกตัวก่อนนะครับที่เขียนไม่ได้ว่าจะชวนทะเลาะหรือสร้างความแตกแยก แต่คำถามนี้เป็นคำถามที่ผมได้ยินบ่อยมากๆ และจากประสบการณ์ตรงในช่วงผมเป็นนักศึกษา (รุ่นผมชื่อบรรณารักษศาตร์และสารสนเทศศาสตร์ แต่หลังจากรุ่นผมไปแล้วใช้คำว่า การจัดการสารสนเทศ) วันนี้ผมว่าเด็กๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่เองก็อาจสับสนบ้างว่ามันเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ปล. ที่เขียนบทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผม ถูกผิดหรือไม่แล้วแต่ความเข้าใจของแต่ละคน หลายๆ สถานศึกษาเริ่มมีการเปลี่ยนชื่อหลักสูตรวิชา หรือ บางแห่งเปลี่ยนชื่อภาควิชาไปเลยก็มี คำถามที่ผมคาใจมากๆ คือ “ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อสาขาวิชานี้” “ชื่อสาขานี้มันล่าสมัยจริงหรือ” เหตุผลที่ผมได้ยินและได้คุยกับอาจารย์บางท่าน คือ – “ถ้าไม่เปลี่ยนแล้วเด็กจะไม่เข้ามาเรียนในสาขานี้” – “ถ้าเด็กเข้ามาไม่ได้ตามจำนวน ภาควิชาก็ไม่สามารถเปิดสอนได้” – “สาขาวิชามีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาที่เน้นเรื่องเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น” – “เด็กที่จบไปจะได้ชื่อหลักสูตรที่สวยหรู สามารถทำงานอะไรก็ได้” เอาเป็นว่าเหตุผลต่างๆ มากมายที่ผมก็ขอรับฟัง แต่…เคยคิดกันหรือไม่ว่า….ประเด็นนี้จะทำให้เด็กสับสน “หนูไม่รู้นี่ว่าสารสนเทศศาตร์ คือ สอนให้หนูเป็นบรรณารักษ์ หนูนึกว่าเข้ามาเรียนคอมพิวเตอร์” “การจัดการสารสนเทศน่าจะสอนการจัดการข้อมูล สารสนเทศ ความรู้ในรูปแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่อิงแต่เรื่องห้องสมุด” “เข้ามาเพราะชื่อหลักสูตรเท่ห์จัง แต่ทำไมเรียนเรื่องเกี่ยวกับห้องสมุด” สถานศึกษาบางแห่งเปลี่ยนชื่อหลักสูตรก็จริงแต่เนื้อหาในรายวิชาเกือบครึ่งหนึ่งก็ยังคงเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับห้องสมุดอยู่ดี บางแห่งไม่ได้เปลี่ยนรายวิชาด้านในเลยด้วยซ้ำ จากประเด็นแบบนี้ จึงเป็นประเด็นที่ทำให้เด็กส่วนใหญ่สับสนกับหลักสูตร หรือ วิชาที่เรียน จากกรณีเรื่องของชื่อหลักสูตร หรือ ชื่อของภาควิชา ผมขอพูดถึงสภาพของเด็ก 3 กลุ่มให้ฟังคร่าวๆ คือ 1. “รู้ว่าบรรณารักษ์เป็นส่วนหนึ่งของสารสนเทศอยู่แล้ว และตั้งใจมาเรียนเรื่องนี้โดยเฉพาะ” พูดง่ายๆ ว่าใจรักอ่ะครับ เด็กพวกนี้ไม่ค่อยมีปัญหาสักเท่าไหร่ เพราะใจเขามาด้านนี้โดยตรงอยู่แล้ว 2. “รู้และเข้าใจว่าสารสนเทศคือการเรียนคอมพิวเตอร์ แต่พอมาเจอเนื้อหาของแต่ละวิชา ก็ได้แต่ทำใจและยอมรับสภาพ” พูดง่ายๆ ว่า อดทนให้เรียนจบแล้วเดี๋ยวไปหางานอย่างอื่นทำ กลุ่มนี้ก็พบมากมาย เด็กส่วนหนึ่งที่จบไม่ได้กลับมาทำงานตามสายที่เรียน 3. “รู้และเข้าใจว่าสารสนเทศคือการเรียนคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อเข้ามาเรียนและรู้ว่าไม่ใช่ก็ลาออกไปเรียนอย่างอื่น หรือ ฝืนเรียนแต่ก็รับไม่ได้” พูดง่ายๆ ว่า เมื่อไม่ใช่ทางที่คิดไว้ก็ไปทางอื่นดีกว่า เรื่องของชื่อว่า “บรรณารักษศาสตร์” หรือ “สารสนเทศศาสตร์” แท้จริงแล้วมันเท่ากันหรือไม่ แค่ชื่อก็ไม่เหมือนกันแล้ว ผมบอกได้ตรงๆ ครับว่า อาชีพ…

สัมมนาวิชาการ ความรู้ทางเศรษฐกิจ การเงิน และการพัฒนาคน สำหรับผู้ปฏิบัติงานสารสนเทศ

วันนี้ขอมาประชาสัมพันธ์งานสัมมนาอีกงานที่น่าสนใจ คือ “ความรู้ทางเศรษฐกิจ การเงิน และการพัฒนาคน สำหรับผู้ปฏิบัติงานสารสนเทศ” งานนี้ผมได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรและผู้ดำเนินรายการด้วย ในหัวข้อ “บทบาทของห้องสมุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การเงิน และการพัฒนาคน” เอาเป็นว่าอ่านรายละเอียดด้านล่างได้เลยครับ รายละเอียดงานสัมมนาวิชาการเบื้องต้น ชื่องานภาษาไทย : ความรู้ทางเศรษฐกิจ การเงิน และการพัฒนาคน สำหรับผู้ปฏิบัติงานสารสนเทศ สถานที่จัดงาน : ห้องประชุมป๋วย อึ๊งภากรณ์ อาคาร 1 ชั้น 4 ธนาคารแห่งประเทศไทย วันและเวลาที่จัด : วันศุกร์ที่  10 สิงหาคม พ.ศ. 2555    เวลา  8.30 – 16.30 น. จัดโดย : ศูนย์ประสานงานสารนิเทศสาขาเศรษฐศาสตร์ (ศปศ.) อย่างที่เกริ่นไปเบื้องต้นว่างานนี้ถูกเชิญให้เป็นวิทยากรและผู้ดำเนินรายการ บอกตรงๆ ว่าเป็นครั้งแรกที่ผมจะได้บรรยายเกี่ยวกับเรื่องบทบาทของห้องสมุดในสังคมและผลกระทบของการมีห้องสมุดต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ (หัวข้อนี้แอบบอกว่าดูน่าสนใจและน่าสนุกมากๆ ครับ) หัวข้อที่น่าสนใจในงานสัมมนาวิชาการครั้งนี้ เช่น – พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาคน อย่างยั่งยืนตามยุทธศาสตร์แผนฯ 11 – บทบาทนโยบายการเงินในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ – การคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย – บทบาทของห้องสมุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การเงิน และการพัฒนาคน วิทยากรแต่ละท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งนั้นเลย (ทำเอาผมประหม่าเล็กน้อย) ผมเชื่อว่างานนี้เพื่อนๆ จะได้เข้าใจถึงบทบาทของห้องสมุดที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศเลยทีเดียว ห้องสมุดไม่ใช่แค่ที่นั่งอ่านหนังสือ หรือ แค่ที่เก็บหนังสือ เท่านั้น แต่ห้องสมุดสามารถสร้างสังคม พัฒนาระบบเศรษฐกิจ และช่วยพัฒนาคน อยากให้เพื่อนๆ ได้มาฟังกันเยอะๆ นะครับ งานนี้ถ้าใครสนใจก็สามารถลงทะเบียนได้ฟรีนะครับ ติดต่อสอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่ ศูนย์ประสานงานสารนิเทศสาขาเศรษฐศาสตร์ (ศปศ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 0 2280 4035, 0 2283 5698,…

บรรณารักษ์ยุคใหม่ (Cybrarian) ต้องมีบุคลิกภาพแบบนี้…

บทความที่เกี่ยวกับ Cybrarian ผมเคยเขียนไปแล้วหลายครั้ง (ลองค้นคำว่า Cybrarian ดู) วันนี้ผมขอเติมมติในเรื่องของบุคลิกภาพของบรรณารักษ์ยุคใหม่ที่ควรเป็นบ้างดีกว่า เอาเป็นว่าลองอ่านแล้วลองคิดดุแล้วกันว่า “เราเป็นแบบนั้นแล้วหรือยัง” บุคลิกภาพของบรรณารักษ์ยุคใหม่ (Cybrarian) ควรมีดังนี้ 1. รักในงานบริการ – อันนี้แน่นอนครับสำหรับงานด้านบรรณารักษ์หรือสารสนเทศ ซึ่งเป็นงานที่เราจะต้องเจอผู้คนมากมายที่เขามาขอความช่วยเหลือด้านข้อมูลกันอยู่แล้ว ตั้งแต่ตอนเรียนพวกเราทุกคนจะต้องถูกปลูกฝังเรื่องจิตบริการ (service mind) อยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้คงไม่ยากมาก 2. รักการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา – ประเด็นนี้จะกล่าวถึงข่าวสารในชีวิตประจำวัน และสาระความรู้ทั่วๆ ไป บรรณารักษ์ยุคใหม่จะรู้เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ได้ ควรจะมีความรู้รอบตัวสามารถเข้าใจพื้นฐานของทุกวิชาได้ เช่น หากเราทำงานเป็นบรรณารักษ์ในศูนย์การแพทย์ เราก็ควรจะต้องรู้และเข้าใจเนื้อหาแบบพื้นฐานของวิชานี้บ้างก็ดีครับ 3. ชอบการเปลี่ยนแปลงและมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา – ในสังคมปัจจุบัน ผมคงไม่ต้องบอกเพื่อนๆ หรอกนะครับว่า ทุกวันโลกเราเปลี่ยนแปลงเร็วขนาดไหน ยิ่งเรื่องของเทคโนโลยีที่ค่อนข้างไปเร็ว จนบางครั้งผู้ใช้บริการไปเร็วกว่าเราอีก บรรณารักษ์ยุคใหม่ควรจะเป็นคนที่อัพเดทข่าวสารอยู่ตลอดเวลา ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ เช่น เรียนรู้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการอัพเดทเวอร์ชั่นตลอดเพื่อปรับปรุงงานด้านต่างๆ ในศูนย์สารสนเทศ 4. มีความสามารถในการถ่ายทอดสิ่งที่ได้เรียนรู้ให้กับผู้อื่นได้ – ความสามารถในด้านนี้จะกล่าวได้ว่าบรรณารักษ์ยุคใหม่ก็เปรียบเสมือนกับครู อาจารย์กันเลยทีเดียว เพราะหากเรามีองค์ความรู้ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์กับผู้ใช้บริการเราเราก็คอยถ่ายทอดสิ่งที่รู้ออกมาได้เพื่อให้เป็นประโยชน์กับผู้ใช้บริการต่อไป 5. มีบุคลิกว่องไว กระตือรือร้นในการทำงาน – การบริการด้วยความว่องไว และรวดเร็วย่อมเป็นการสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้ได้เป็นอย่างดีทีเดียว 6. ยอมรับฟังความคิดเห็น และมีจิตใจกว้างขวาง – สำคัญนะครับประเด็นนี้เนื่องจากหากเรายึดติดความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้งโดยไม่ยอมรับฟังความคิดของผู้อื่นเลยจะทำให้เราไม่รู้จักโลกกว้างๆ ใบนี้เลย จริงๆ แล้วยังบรรณารักษ์ยุคใหม่ยังต้องมีบุคลิกภาพและความสามารถอีกมากนะครับ ที่สำคัญอย่างที่ผมเกริ่นไว้ว่าต้องมีการปรับตัวตลอดเวลา และการเปิดใจรับฟังคนอื่น เพียงเท่านี้เราก็จะมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาให้เป็นบรรณารักษ์ยุคใหม่ได้ตลอดเวลา

บทสรุปงานเสวนา เส้นทางสู่อาชีพนักสารสนเท​ศ

เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสไปบรรยายในงานเสวนาประสบการณ์วิช​าชีพนักสารสนเทศ ในประเด็นเรื่อง “เส้นทางสู่อาชีพนักสารสนเท​ศ” ที่จัดโดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสต​ร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วันนี้เลยขอนำสไลด์และรูปภาพมาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันนะครับ รายละเอียดเบื้องต้นของงานนี้ ชื่องาน : เส้นทางสู่อาชีพนักสารสนเทศ จัดโดย : นักศึกษาชั้นปี 3 เอกบรรณฯ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วันและเวลาที่จัดงาน : วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม 2554 เวลา 13.00 น. สถานที่จัดงาน : ห้องพิบูลสงคราม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสต​ร์ พักหลังมานี่ผมเริ่มรับบรรยายให้น้องๆ ฟังมากขึ้น เพราะรู้สึกว่าอยากจะเปลี่ยนความคิดของน้องๆ หลายคนว่า วิชาด้านบรรณารักษ์ก็สามารถทำให้น้องๆ ประสบความสำเร็จในชีวิตได้มากมายไม่แพ้วิชาในสาขาอื่นๆ การที่ได้มาบรรยายที่นี่ จริงๆ แล้วเริ่มมาจากการคุยกันเมื่อเดือนที่แล้วระหว่างผมกับน้องที่อ่านบล็อกของผมและการทาบทามของอาจารย์ในภาคฯ จนทำให้ผมต้องตอบรับมาที่นี่ (ทั้งๆ ที่ไม่เคยบรรยายให้จังหวัดอื่นเลย) เอกสารที่ผมใช้ในการบรรยายครั้งนี้ คือ – สไลด์เรื่อง I would like to be librarian – เอกสาร Social Revolution สำหรับสไลด์ เพื่อนๆ สามารถดูได้จากด้านล่างนี้เลยครับ I would like to be librarian View more presentations from Maykin Likitboonyalit หรือเข้าไปดูได้ที่ http://www.slideshare.net/projectlib/i-would-like-to-be-librarian คำถามหลักๆ ที่พบในงานเสวนาครั้งนี้ คือ – การเลือกเข้ามาเรียนในสาขาวิชาสารสนเทศ ซึ่งอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันในชื่อวิชาที่เรียน (นึกว่ามาเรียนคอมฯ แต่ที่ไหนได้บรรณารักษ์นั่นเอง) – การเลือกสถานที่ฝึกงานที่เหมาะกับตัวเอง ย่อมดีกว่าเลือกตามคนอื่น – การทำงานในสายอื่นๆ ที่ไม่ใช่ห้องสมุด ซึ่งก็มีให้เลือกมากมาย เช่น…

การฝึกอบรมเรื่อง “บทบาทนักสารสนเทศในวาระเศรษฐกิจสร้างสรรค์”

วันนี้ผมขอประชาสัมพันธ์งานฝึกอบรมนึงที่น่าสนใจมากๆ สำหรับนักสารสนเทศในยุคนี้ โดยงานนี้ใช้ชื่อว่า “บทบาทนักสารสนเทศในวาระเศรษฐกิจสร้างสรรค์” รายละเอียดเบื้องต้นของงานนี้ ชื่อการฝึกอบรมภาษาไทย : “บทบาทนักสารสนเทศในวาระเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ชื่อการฝึกอบรมภาษาอังกฤษ : The Roles of Information Professional in the Creative Economy วันและเวลาที่อบรม : วันที่ 28 เมษายน 2553 เวลา 08.30-16.00 น. สถานที่อบรม : ห้องประชุม 4 อาคาร 1 สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (บางเขน) จัดโดย : ศูนย์ความรู้ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ในช่วงนี้เพื่อนๆ คงได้ยินคำว่า “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” หรือ “Creative Economy” บ่อยๆ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ในสังคมไทย และกำลังจะมีบทบาทมากมายต่อวงการธุรกิจ ความหมายของ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” หรือ “Creative Economy” เพื่อนๆ สามารถอ่านได้จาก http://www.creativethailand.org/th/ ในแนวทางดังกล่าวก็ทำให้วงการของห้องสมุดและสารสนเทศมีบทบาทขึ้นเป็นอย่างมาก ดังนั้นการอบรมในเรื่องนี้ ผมจึงขอแนะนำให้เพื่อนๆ เข้าร่วมกันมากๆ ก็จะดี วัตถุประสงค์ของการจัดการอบรมในครั้งนี้ผมว่าน่าสนใจมาก – เสริมสร้างความรู้ของนักวิชาชีพสารสนเทศเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ใน ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้และบทบาทในการให้บริการสารสนเทศ – กำหนดบทบาทของนักวิชาชีพสารสนเทศตามแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ – แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความคิดเห็น และประสบการณ์ในหมู่นักวิชาชีพสารสนเทศ ซึ่งวิทยากรที่จะมาให้ความรู้ในครั้งนี้ ประกอบด้วย รศ.ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน และ ผศ.ดร.มงคลชัย วิริยะพานิช แต่ต้องขอบอกก่อนนะครับว่าการอบรมในครั้งนี้ไม่ได้ฟรี ซึ่งค่าลงทะเบียนในการอบรมราคา 1200 บาทนะครับ รับจำนวนจำกัด เพียงแค่ 50 คนเท่านั้น (ดังนั้นต้องรีบตัดสินใจกันหน่อยนะครับ) เอาเป็นว่าใครสนใจก็ดาวน์โหลดใบลงทะเบียนได้ที่ http://klc.tistr.or.th/include/download/KLCseminar_creative-econ.pdf หรือลงทะเบียนทางโทรศัพท์…

หนังสือ : Introduction to the Library and Information Professions

ด้วยความที่ว่าวันนี้เป็นวันที่สบายๆ ผมเลยไปเดินหาหนังสืออ่านเล่นที่ kinokuniya มา แล้วใช้บริการค้นหาหนังสือของร้าน kinokuniya ด้วยคำสำคัญ (Keyword) ว่า Library ซึ่งทำให้ผมเจอหนังสือที่เกี่ยวกับวงการห้องสมุดและบรรณารักษ์มากมาย ผมจึงขอหยิบตัวอย่างหนังสือเกี่ยวกับวงบรรณารักษ์มาแนะนำเพื่อนๆ แล้วกันนะครับ ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ ชื่อหนังสือ : Introduction to the Library and Information Professions ผู้แต่ง : Greer, Roger C. | Grover, Robert J. | Fowler, Susan G. สำนักพิมพ์ : Libraries Unlimited ISBN : 1591584868 ราคา : $60.00 โดยอ่านคร่าวๆ แล้วเป็นการแนะนำเรื่องของการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านห้องสมุดและนักสารสนเทศมากมาย เช่นวิธีการสร้างและผลิตองค์ความรู้ต่างๆ รวมไปถึงความรู้ที่ผู้เชี่ยวชาญควรจะมี เป็นต้น เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วย Chapter 1: Introduction: Purpose And Objectives Of This Book Chapter 2: Creation, Diffusion and Utilization of Knowledge Chapter 3: The Role of Professionals as Change Agents Chapter 4: The Science Supporting the Information Professions Chapter 5: Information Transfer…

จรรยาบรรณบรรณารักษ์และนักสารสนเทศฉบับปี 2550

ประกาศจรรยาบรรณของบรรณารักษ์ฉบับแรกประกาศเมื่อปี 2521 และมีการปรับปรุงครั้งที่ 1 ในปี 2529 และหลังจากนั้นไม่เคยมีการปรับปรุงจรรยาบรรณฉบับนี้อีกเลย จนมีการปรับปรุงครั้งที่ 2 ในปี 2550 ผมเลยแปลกใจว่าตั้งแต่การปรับปรุงครั้งแรกจนถึงครั้งนี้มันห่างกันตั้ง 21 ปีนะครับ แสดงว่าที่เราใช้ๆ กันอยู่นี่มันล้าสมัยมากๆๆๆๆๆ แต่เอาเถอะไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ยังไงฉบับนี้ก็ถือว่าแก้ไขมาแล้ว ผมจะมาพูดถึงเนื้อหาจรรยาบรรณทั้ง 9 ข้อ แบบย่อๆ ให้เพื่อนๆ ได้อ่านแล้วกัน ———————————————————————————————– ประกาศสมาคมห้องสมุดฯ เรื่อง จรรยาบรรณบรรณารักษ์และนักสารสนเทศ พ.ศ. 2550 1. ให้บริการอย่างเต็มที่โดยไม่แบ่งแยกผู้ใช้บริการ 2. รักษาความลับและเคารพสิทธิของผู้ใช้บริการ 3. ซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ อดทน และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม 4. เรียนรู้ให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน 5. เป็นมิตรกับเพื่อนร่มงาน เพื่อร่วมมือร่มใจกันทำงานเพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ 6. สร้างสัมพันธภาพและสร้างความร่วมมือกันระหว่างสถาบันให้ดี 7. ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หาประโยชน์เข้าตัวเอง 8. ยึดถือหลักเสรีภาพทางปัญญาและรักษาเกียรติภูมิของห้องสมุดและวิชาชีพ (ไม่ทำให้วิชาชีพเสื่อมเสีย) 9. มีความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยให้เป็นสังคมภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ———————————————————————————————– เป็นยังไงกันบ้างครับ กับจรรยาบรรณของวิชาชีพเราฉบับใหม่ ผมวี่ามันก็เป็นสิ่งที่เราพึงกระทำอยู่แล้วนะครับ แต่สำหรับผม ผมชอบข้อ 4 ที่รู้สึกว่า ทางสมาคมคงจะเผื่อเอาไว้ในอนาคตเลย เพราะว่าวิชาชีพเรา เราต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาครับ สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจอ่านจรรยาบรรณฉบับเต็มก็สามารถดาวนโหลดได้ที่ ประกาศสมาคมห้องสมุดฯ เรื่อง จรรยาบรรณบรรณารักษ์และนักสารสนเทศ พ.ศ. 2550 สุดท้ายนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้สมาคมห้องสมุดสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อวงการห้องสมุดต่อไปนะครับ

สัมมนานักสารสนเทศที่พึงประสงค์ในสังคมฐานความรู้

วันนี้มีงานสัมมนาดีๆ มาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้เข้าร่วมอีกแล้วครับ งานสัมมนาครั้งนี้จัดโดย ภาควิชาสารสนเทศศาสตร์และบรรณารักษศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ทักษะทันสมัยสำหรับนักวิชาชีพสารสนเทศ

วันนี้มีงานฝึกอบรมงานนึงที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟัง งานจัดโดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ข้อมูลทั่วไปของงานฝึกอบรม ชื่องานภาษาไทย : ทักษะทันสมัยสำหรับนักวิชาชีพสารสนเทศ ชื่องานภาษาอังกฤษ : New Age Skills for Information Professionals วันที่จัดงาน : วันที่ 30 มิถุนายน 2552 เวลาการจัดงาน : 8.30-16.00 น. สถานที่จัดงาน : ณ ห้องประชุม 4 อาคาร 1 สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย จัดโดย ศูนย์ความรู้ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย งานนี้เป็นงานที่น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่อยากเป็นนักสารสนเทศยุคใหม่ เนื่องจากในการฝึกอบรมครั้งนี้มีหัวข้อที่เน้นทางด้าน web 2.0 ด้วย ลองดูหัวข้อที่น่าสนใจกันก่อนดีกว่า – การบริหารความเปลี่ยนแปลงกับทักษะทันสมัยสำหรับนักสารสนเทศ – Social web… การเข้าถึงและการใช้ประโยชน์ ทักาะเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นต่อวงการวิชาชีพเราอย่างยิ่ง การบริหารความเสี่ยงเป็นเรื่องที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในต่อนี้ เพราะการทำอะไรก็ตามถ้าเราไม่มีแผนการบริหารความเสี่ยง พอเกิดวิกฤตกับเรา เราก็อาจจะคิดหรือแก้ปัญหาไม่ได้ ส่วนทักษะทางด้าน Social web ยิ่งน่าสนใจใหญ่เลยครับ เพราะว่าเป็นการใช้เครื่องมือทางอินเทอร์เน็ตในการสร้างชุมชนออนไลน์ต่างๆ ด้วย การอบรมในครั้งนี้วิทยากรของงานนี้คือ – รศ.ดร. น้ำทิพย์ วิภาวิน – น.ส. ประดิษฐา ศิริพันธ์ ค่าอบรมในครั้งนี้ก็ 1400 บาทเท่านั้นเองครับ ถ้าเทียบกับความรู้ที่ได้ก็คุ้มค่าเหมือนกันนะครับ เอาเป็นว่าใครสนใจก็ลองเข้าไปดูได้ที่ http://klc.tistr.or.th/include/download/IPskill-training_20090630.pdf