เครื่องปรับอากาศในห้องสมุดก็เสียงดังไม่ได้เด็ดขาด

เสียงรบกวนในห้องสมุดเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การพูดคุยกัน การไม่ปิดโทรศัพท์ แต่นั้นคือปัญหาที่เกิดกับผู้ใช้ แต่เพื่อนๆ รู้มั้ยครับว่าสาเหตุของเสียงรบกวนในห้องสมุดที่เกิดจากห้องสมุดเองก็มีเหมือนกัน ปัญหาง่ายๆ ที่หลายๆ คนนึกไม่ถึงคือ เสียงของเครื่องปรับอากาศที่ดังออกมารบกวนคนอื่นๆ แต่ผมอยากจะโฆษณาว่า ปัญหานี้จะหมดไปถ้าเพื่อนๆ ใช้เครื่องปรับอากาศยี่ห้อนี้ เป็นไงครับ เครื่องปรับอากาศที่เหมาะสำหรับห้องสมุดโดยเฉพาะ จุดประสงค์ของการติดป้ายแบบนี้อาจจะเป็นเพราะว่าต้องการเน้นว่ามันเหมาะกับห้องสมุด จริงๆ ผมไม่ได้เป็นเซลล์แมนหรอกนะครับ แต่ที่นำมาให้ดูก็เพราะว่ามันน่าสนใจมากเลย คิดดูสิครับธุรกิจต่างๆ สามารถเชื่อมโยงให้เข้ากับห้องสมุดได้ทุกรูปแบบจริงๆ ไม่เว้นแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศในรูปๆ ดังกล่าวมีเสียงดังเพียง 38 Db เท่านั้น ซึ่งถือว่าเงียบมากและไม่รบกวนผู้ใช้บริการคนอื่นๆ แน่นอน คุณสมบัติของเครื่องปรับอากาศรุ่นนี้ – Library Quiet เสียงดังเพียง 38 Db – ขนาด 10,000 BTU – สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก – ทำงานได้ 4 ฟังก์ชั่น คือ cool, dehumidify, ventilate, fan – รวดเร็วและติดตั้งง่าย – ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ – มีรีโมทสำหรับควบคุมด้วย ไม่รู้ว่าเว่อร์ไปปล่าว แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่า ห้องสมุดต้องเงียบจริงๆ ไม่ใช่แค่เสียงคน แต่ต้องเป็นทุกเสียงเลยต่างหากที่เงียบ ว่าแต่ว่า เมืองไทยเรามีขายเครื่องปรับอากาศแบบนี้หรือปล่าว

?จะเรียนปริญญาโทดีมั้ย? คำถามที่น่าคิด

เรื่องนี้จริงๆ ผมเขียนนานแล้วอ่ะครับ แต่พอเห็นเพื่อนๆ แสดงความคิดเห็นมากมาย ผมก็เลยขอถือโอกาสนี้ นำมาเล่าซ้ำและประมวลความคิดเห็นที่ให้แง่คิดดีๆ ให้อ่านครับ มีเพื่อนผมหลายคนมาถามบ่อยๆ ว่า ?เรียนโทเป็นไงบ้างยากมั้ย? ?อยากเรียนโทนะแต่เรียนอะไรดี? ?แล้วจะเรียนดีมั้ยอ่ะปริญญาโท? คำถามนี้ไม่ใช่เกิดกับเพื่อนๆ ของผมอย่างเดียว ตอนก่อนที่ผมจะลงเรียนปริญญาโท ผมเองก็เคยถามคำถามพวกนี้กับคนอื่นเหมือนกัน แล้วคำตอบที่ได้กลับมาก็เหมือนกันเกือบทุกคนว่า ?เรียนอะไรก็ได้ที่คิดว่าชอบ? ?คิดดีแล้วหรอที่จะเรียนปริญญาโท? ?เรียนปริญญาโทเพื่ออะไร? เรียนอะไรผมว่ามันก็ขึ้นอยู่กับความชอบจริงๆ นะ ส่วนคำถามที่ถามย้อนกลับมาสิว่า ?เรียนปริญญาโทเพื่ออะไร? บางคนคงจะบอกว่า ?เรียนเพราะว่าสังคมเดี๋ยวนี้ จบปริญญาตรีมันไม่พอ? ?เรียนเพราะว่าที่บ้านบอกให้เรียน? ?เรียนเพราะตั้งใจว่าจะเพิ่มความรู้ให้ตัวเอง? ?เรียนเพราะว่าคนอื่นเขาก็เรียน? ?เรียนเพราะว่าแฟนชวนให้เรียนด้วย? เอาเป็นว่าหลากหลายเหตุผลในการที่จะเรียนต่ออ่ะครับ แต่คิดสักนิดนะครับว่า ไม่ว่าคุณจะเรียนปริญญาอะไรก็ตาม ขอให้เลือกตามที่ใจรักนะครับ เรียนอะไรก็ได้ตามใจเรา บางคนบอกว่าเรียนเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่ว่าอย่างบางอาชีพเขาไม่ได้วัดกันที่ปริญญาก็มีนะครับ ผมขอถามคุณเล่นๆ ดีกว่า (ลองคิดตามนะครับ) สมมุติว่ามีคนสองคนมาสมัครงาน คนนึงจบปริญญาเอกด้านการออกแบบ มาจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ แต่ยังไม่เคยทำงานมาก่อนเลย อีกคนหนึ่งจบปริญญาตรีสาขาที่ไม่เกี่ยวกับการออกแบบด้วยซ้ำ แต่มีประสบการณ์ในการออกแบบมาเกือบ 20 ปี คุณคิดยังไงกับคนสองคนนี้ แล้วถ้าคุณจะรับคนเข้าทำงานคุณจะเลือกใครครับ อย่างที่เคยพูนะครับว่าปริญญาบางทีในสังคมก็ใช้ในการวัดความรู้ แต่ผมว่าประสบการณ์ก็มีส่วนในการวัดความรู้ได้เหมือนกัน แต่ในประเทศไทยเราส่วนใหญ่ก็ยังยึดกับใบปริญญาอยู่ดี ยังไงซะถ้ามีโอกาสเรียนก็เรียนเถอะครับ คิดว่าตามกระแสไปแล้วกัน —————————————————————————————————— รวมความคิดเห็นที่ตอบมาแล้วได้แง่คิด พี่บอล (jiw_de_jazz) แสดงความคิดเห็นว่า ถ้าเรียนแล้วมีประโยชน์ชัดเจนก็เรียนไป เช่น ?เรียนจบแล้วเงินเดือนขึ้น? – แน่นอนคุณเสียค่าเรียนป.โท ประมาณ 3แสน แต่คุณจะได้เงินเดือนขึ้นอีก 5พัน/เดือน จุดคุ้มทุนจะอยู่ที่ 60 เดือน = 5ปี น่าจะคุ้มนะ ?เรียนช่วงหางาน(เตะฝุ่น)? – เตรียมพร้อมเมื่อฟ้าปิด ถ้าฟ้าเปิดมาคุณจะมีโอกาสมากกว่าผู้อื่น “เรียนเพราะว่าที่บ้านบอกให้เรียน” – น่าจะเป็นพวกบ้านพอมีฐานะ เรียนไปเถอะ เพื่อคุณจะได้ไม่เป็นแกะดำในบ้าน, หรืออาจจะเสริมสร้างสถานภาพทางสังคมของครอบครัวของคุณ(ไม่ได้ประชดนะ) ผมให้ความสำคัญกะที่บ้านสูงน่ะครับ ?ลูกชั้นจบปริญญาโทแล้วนะ? ?เรียนเพราะที่ทำงานเรียนกันหมดเลย?…