อ่านอะไรดี : พัฒนาการอ่านอย่างมีวิจารณญาณด้วยวิธี SQ3R

ช่วงนี้เห็นหลายๆ คน พูดถึงเรื่องความสำคัญของการอ่านมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ผมจึงขอแนะนำหนังสืออีกสักเล่มที่เกี่ยวกับการอ่านมาฝาก ชื่อเรื่องของหนังสือเล่มนี้ คือ “พัฒนาการอ่านอย่างมีวิจารณญาณด้วยวิธี SQ3R” ข้อมูลทั่วไปของหนังสือเล่มนี้ ชื่อเรื่อง : พัฒนาการอ่านอย่างมีวิจารณญาณด้วยวิธี SQ3R สำนักพิมพ์ : สุวีริยาสาส์น ISBN : 9789741329526 จำนวนหน้า : 152 หน้า ปีพิมพ์ : 2551 หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนที่เป็นทฤษฎีที่เกี่ยวกับการอ่าน และ ตัวอย่างแบบฝึก (แผนการสอนเรื่องการอ่าน) บทที่ 1 และ 2 เป็นเรื่องทฤษฎีล้วนๆ พูดถึงความสำคัญของการอ่าน และเทคนิดการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ และตั้งแต่บทที่ 3 ไปจนถึงบทสุดท้ายจะเป็นเนื้อเรื่องตัวอย่างที่มีไว้ให้อ่าน ลองอ่านและทำแบบทดสอบดู หลักๆ ที่ผมหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านก็เพราะคำว่า “SQ3R” นั่นแหละครับ พอได้อ่านและเข้าใจถึงแนวทางในการอ่านแล้ว ผมจึงรู้สึกว่าการอ่านอย่างมีวิจารณญาณมีความสำคัญมากๆ เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่าการวัดผลสำเร็จของการอ่านอย่างมีวิจารณญาณมีอะไรบ้าง หนังสือเล่มนี้รวบรวมจากนักวิชาการมาหลายคน เช่น อาจารย์เปลื้อง ณ นคร, อาจารย์อรษา บุญปัญญา ฯลฯ ตัวอย่างการวัดว่าผู้อ่านมีทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณมากน้อยเพียงใด จะต้องดูจากสิ่งดังต่อไปนี้ – ความสามารถในการจำแนกประเภทของงานเขียน – ความสามารถแยกแยะส่วนที่เป็นข้อเท็จจริง หรือข้อคิดเห็น – ความสามารถอธิบายความหมายของคำศัพท์ สำนวน อุปมา – การตัดสินสิ่งที่ถูกและสิ่งที่ผิด – การบอกจุดประสงค์ของผู้เขียน – การจับแนวความคิดหลัก – การจับน้ำเสียงหรือความรู้สึกของผู้เขียน – การบอกโครงเรื่องหรือสรุปเรื่อง – การประเมินคุณค่าของเรื่องที่อ่าน เอาหล่ะครับ เมื่อเรารู้แบบนี้แล้ว ผมจะได้อธิบายถึง หลัก SQ3R กันต่อเลย ว่ามันคืออะไรและย่อมาจากอะไร การอ่านแบบ…

อ่านอะไรดี : 20 คมคิด ฝ่าวิกฤตการอ่าน

แนะนำหนังสือดีๆ มาพบกับเพื่อนๆ อีกแล้วนะครับ ช่วงนี้อ่านหนังสือเยอะมากๆ เลยเนื่องจากอ่านเพื่อให้หายเครียดเรื่องน้ำท่วมอ่ะครับ (แอดมินกลายเป็นผู้ประสบภัยไปซะแล้ว) เมื่อวานเขียนเรื่อง “Libraryhub ขอสำรวจพฤติกรรมการอ่านหนังสือของท่าน” ดังนั้นวันนี้จึงขอแนะนำหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่อง “การอ่านหนังสือ” แล้วกันครับ ข้อมูลทั่วไปของหนังสือเล่มนี้ ชื่อเรื่อง : 20 คมคิด ฝ่าวิกฤตการอ่าน สำนักพิมพ์ : สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ ISBN : 9786167197296 จำนวนหน้า : 63 หน้า ปีพิมพ์ : 2552 หนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมมุมมองและข้อเสนอเรื่องการส่งเสริมการรักการอ่านจากบุคคลที่มีชื่อเสียง รวมถึงบุคคลที่ทำหน้าที่และเกี่ยวข้องกับการอ่าน เอาเป็นว่าแต่ละคนกล่าวอะไรไว้บ้าง ลองอ่านได้เลยครับ (ปล. ตำแหน่งของบุคคลหลายๆ คนเป็นตำแหน่งในช่วงปี 2552 นะครับ) 1. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ : นายกรัฐมนตรี “การอ่านเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทรงพลังสำหรับมวลมนุษย์ เป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาตลอดชีวิต และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดียิ่งสำหรับคนทุกคน” 2. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ : รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “การเติมเต็มการศึกษาตลอดชีวิต ให้ประชาชนมีความสามารถในการอ่าน การแสวงหาความรู้ เข้าถึงความรู้ได้ตลอดเวลา จากสื่อและวิธีการที่หลากหลายในยุคโลกาภิวัฒน์ เพื่อต่อยอดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต” 3. ดร.วราภรณ์ สามโกเศศ : อดีต รมช.กระทรวงศึกษาธิการ “รัฐบาลทุกชุดต้องทำเรื่องนี้ เพราะนโยบายรักการอ่านสำคัญมาก และคนในสังคมต้องเข้าใจว่า สังคมดีขึ้นต้องมาจากการศึกษาดี คุณภาพการศึกษาดี ต้องอ่านและเขียน เพราะนี่คือทักษะสำคัญในการครองชีพ” 4. ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล : ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ “ถ้าเราส่งเสริมการอ่านอย่างเต็มที่ แต่ไม่มีหนังสือดีๆ อะไรให้อ่าน ก็ไม่เกิดผล แต่ในขณะเดียวกันหากมีหนังสือออกมากองจำนวนมาก แต่ไม่ได้ให้ความสนใจที่จะส่งเสริมการอ่าน หนังสือก็จะกองอยู่อย่างนั้น ไม่มีคนอ่าน ทั้งนี้หนังสือจะมีชีวิตได้ก็ต่อเมื่อได้รับการจับต้อง ได้รับการอ่าน” 5. คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต…

อ่านอะไรดี : ไขปริศนาความสำเร็จห้องสมุดมีชีวิต

หนังสือน่าอ่านวันนี้ที่ผมอยากแนะนำ คือ หนังสือ “ไขปริศนาความสำเร็จห้องสมุดมีชีวิต” จากชุด TK ชวนอ่าน นั่นเอง หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ให้ข้อคิดและประสบการณ์ในการส่งเสริมการอ่านจากประเทศอังกฤษ เขียนโดย เกรซ เคมสเตอร์ ข้อมูลทั่วไปของหนังสือเล่มนี้ ชื่อเรื่อง : ไขปริศนาความสำเร็จห้องสมุดมีชีวิต ชื่อผู้แต่ง : คุณเกรซ เคมสเตอร์ สำนักพิมพ์ : สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ ISBN : 9789748284262 จำนวนหน้า : 92 หน้า ราคา : 80 บาท หลายๆ คนคงอาจจะสงสัยว่า คุณเกรซ เคมสเตอร์ คือใคร คุณเกรซ เคมสเตอร์ อดีตผู้อำนวยการด้านงานบริการข้อมูล ของบริติชเคาน์ซิล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของสถาบัน Read On Write Away (สถาบันเพื่อบริการชุมชนด้านการอ่านออกเขียนได้และทักษะขั้นพื้นฐาน) หนังสือเล่มนี้ที่เจาะเรื่องของประเทศอังกฤษเพราะว่า ประเทศอังกฤษเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการศึกษาและการเรียนรู้ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการอ่านมากมายด้วย ในหนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 4 บท ดังนี้ บทที่ 1 – เหตุใดการอ่านจึงสำคัญกับชีวิต บทที่ 2 – 11 ข้อคิดเสริมสร้างบรรยากาศแห่งการอ่าน บทที่ 3 – ปรับนิดเปลี่ยนหน่อย บทที่ 4 – ไขปริศนาความสำเร็จห้องสมุดมีชีวิต สรุปใจความสำคัญของหนังสือเล่มนี้ 11 ข้อคิดเสริมสร้างบรรยากาศแห่งการอ่าน มีดังนี้ 1. พลังของการแนะนำหนังสือแบบปากต่อปาก (ดูตัวอย่างได้จาก www.whichbook.net) 2. อ่านเพราะคุณอยากอ่าน ไม่ใช่เพราะคุณจำต้องอ่าน (เห็นด้วยครับอ่านด้วยใจดีกว่าถูกบังคับให้อ่าน) 3. ลองสังเกตว่าผู้อ่านคิดอย่างไรเกี่ยวกับการอ่านหนังสือ (แต่ละคนมีเหตุผลในการอ่านไม่เหมือนกัน บางคนชอบอ่าน บางคนก็ไม่ชอบอ่าน)…

อ่านอะไรดี : Social Innovation, Inc.

ช่วงนี้หลายๆ คนคงกำลังติดตามข่าวสารเรื่องน้ำท่วมกันอยู่ ผมก็เช่นกันครับ แต่ยิ่งติดตามข่าวก็ยิ่งเครียด ดังนั้นผมจึงหากิจกรรมอื่นๆ มาทำแก้เครียดครับ กิจกรรมที่ว่านี้ ก็ง่ายๆ คือ “อ่านหนังสือ” นั่นเอง ช่วงก่อนที่จะมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมผมเองก็ไปยืมหนังสือที่ TK park มา กำลังจะเอาไปคืนพอดีแต่ TK park ก็ผ่อนผันให้คืนหนังสือได้จนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายนครับ ดังนั้นในระหว่างที่ติดตามข่าว และไม่ได้ออกไปไหน ก็เลยหยิบหนังสือมาอ่านซ้ำไปซ้ำมา เล่มหนึ่งที่หยิบมาอ่านแล้วรู้สึกว่าให้ข้อคิดดีๆ เยอะมากคือ “Social Innovation, Inc.” ข้อมูลทั่วไปของหนังสือเล่มนี้ ชื่อเรื่อง : Social Innovation, Inc. ชื่อผู้แต่ง : Jason Saul สำนักพิมพ์ : Jossey-Bass ISBN : 9780470614501 ตอนแรกที่หยิบหนังสือเล่มนี้เพราะสนใจที่ชื่อเรื่องเป็นหลัก “Social Innovation, Inc.” อ่านจากชื่อเรื่องแล้วทำให้ผมนึกถึงคำว่า “social enterprise” หรือ กิจการเพื่อสังคม อีกเรื่องที่ผมนึกถึงเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ก็คือการทำ “CSR” ของเหล่าบริษัทต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็นสามส่วนหลักๆ ดังนี้ 1. The new economics of social change (เศรษฐศาสตร์แบบใหม่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง) 2. Five strategies for corporate social innovation (5 กลยุทธ์เพื่อการจัดการกิจการเพื่อสังคม) 3. The Roadmap to social innovation (เส้นทางในการพัฒนาไปสู่กิจการเพื่อสังคม) ซึ่งแยกเป็นบทต่างๆ ดังนี้ Part 1 The new economics…

พฤติกรรม “ตัวแสบ” ร้อยประเภทในองค์การ

วันนี้ในขณะที่ผมกำลังวิเคราะห์หมวดหมู่หนังสือในห้องสมุดวัดไชยมงคล (ห้องสมุดที่ผมมาช่วยดูแลอีกแห่ง) ผมก็ได้เจอหนังสือเล่มนึง ที่พอผมอ่านชื่อเรื่องแล้วรู้สึกชวนให้หยิบมากๆ นั่นคือ หนังสือ “พฤติกรรม “ตัวแสบ” ร้อยประเภทในองค์การ” ซึ่งเป็นหนังสือในโครงการเอกสารและตำราของ Nida ผมเลยขอนำเนื้อหาบางส่วนมาโพสให้เพื่อนๆ อ่านแล้วกัน ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ ชื่อเรื่อง : พฤติกรรม “ตัวแสบ” ร้อยประเภทในองค์การ ผู้แต่ง : ศาสตราจารย์ ดร.อรุณ รักธรรม และ อริชัย รักธรรม จัดพิมพ์โดย : โครงการเอกสารและตำราคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ปีพิมพ์ : 2539 ISBN : 9748164527 ทีนี้เรามาทำความรู้จักกับตัวแสบขององค์กรกันหน่อยดีกว่านะ หนังสือเล่มนี้แบ่งตัวแสบขององค์กรเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ 1. เจ้านายตัวแสบ 2. เพื่อนร่วมงานตัวแสบ 3. ลูกน้องตัวแสบ เรามาลองดูกันดีกว่าว่าตัวแสบของแต่ละประเภทมีอะไรกันบ้าง 1. เจ้านายตัวแสบ แบ่งกลุ่มพฤติกรรมได้ดังนี้ 1.1 พฤติกรรมของนายปรปักษ์ 1.2 พฤติกรรมของนายประเภทเย่อหยิ่ง 1.3 พฤติกรรมของนายหลอกลวง 1.4 พฤติกรรมของนายหาประโยชน์ส่วนตัว 1.5 พฤติกรรมของนายไม่ให้เกียรติลูกน้อง 1.6 พฤติกรรมของนายคิดถึงแต่ตัวเอง 1.7 พฤติกรรมของนายแบบเรือเกลือ 1.8 พฤติกรรมของนายดื้อรั้น 1.9 พฤติกรรมของนายประเภทเงียบ 1.10 พฤติกรรมของนายชอบจับผิด 2. เพื่อนร่วมงานตัวแสบ แบ่งกลุ่มพฤติกรรมได้ดังนี้ 2.1 พฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานเป็นปรปักษ์ 2.2 พฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานยโสโอหัง 2.3 พฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานหลอกลวง 2.4 พฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานเห็นแก่ตัว 2.5 พฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานไร้มารยาท 2.6 พฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานเห็นตนเองเป็นเลิศ 2.7 พฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานเรือเกลือ 2.8…

แนะนำหนังสือ : หัวใจเล็กๆ กับปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่

วันนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศจากการเล่าเรื่องห้องสมุดเป็นการเล่าเรื่องหนังสือบ้างดีกว่า หนังสือที่ผมจะพูดถึงในวันนี้เป็นหนังสือที่มีเพื่อนๆ ในโลกออนไลน์แนะนำผมมา (แบบว่าใจดีส่งมาให้อ่านถึงบ้านด้วย) ซึ่งผมก็ได้รับหนังสือเล่มนี้มาเมื่อสามวันที่แล้ว รายละเอียดเบื้องต้นของหนังสือเล่มนี้ ชื่อหนังสือ : หัวใจเล็กๆ กับปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ ชื่อผู้เขียน : พรวรินทร์ นุตราวงศ์ (พี่แอ้) สำนักพิมพ์ : บันลือบุ๊คส์ ปีพิมพ์ : 2554 ISBN : 9786169080336 ราคา : 169 บาท โดยปกติแล้วผมไม่ค่อยได้อ่านหนังสือแนวนี้สักเท่าไหร่ ตอนแรกพออ่านชื่อเรื่องแล้วยังนั่งคิดเลยว่า จะอ่านได้กี่อ่านหว่ะเนี้ย (ความรู้สึกส่วนตัว) ลองอ่านดูก่อนดีกว่า… ปรากฎว่าอ่านแล้วถึงรู้สึกว่าจริงๆ เราน่าจะอ่านหนังสือแบบนี้ตั้งนานแล้ว อ่านแล้วรู้สึกถึงแรงบันดาลใจของการทำความดีขึ้นมาเลยครับ ภาษาที่ใช้ก็ดูไม่น่าเบื่อเหมือนที่คิด แถมมีภาพการ์ตูนกราฟิกสร้างสีสันได้มากเลย เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ได้เล่าถึงประสบการณ์ของพี่แอ้ นางพยาบาลที่ทำงานด้วยใจอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายด้วยการกำลังใจและแนะนำวิธีที่จะช่วยเติมเต็มที่สิ่งขาดหายไปของผู้ป่วย รวมไปถึงการดูแลจิตใจของครอบครัวผู้ป่วยด้วย สารบัญในหนังสือเล่มนี้ บทที่ 1 – วิกฤตคือโอกาส บทที่ 2 – ปาฏิหาริย์สร้างได้ บทที่ 3 – ก้าวข้ามขีดจำกัด บทที่ 4 – อย่ารอ บทที่ 5 – เรื่องเล็กๆ ที่มีความหมาย บทที่ 6 – ลูกหลาน : ความกังวลตราบสิ้นลมหายใจ บทที่ 7 – อโหสิกรรม บทที่ 8 – กลับไปตายที่บ้าน บทที่ 9 – ความปรารถนาของเด็กผู้ต้องจากไปก่อนวัยอันควร บทที่ 10 – ความผูกพัน บทที่ 11 – ความรักของพ่อแม่…

นายห้องสมุดกับการแนะนำหนังสือน่าอ่านแบบง่ายๆ (How to…)

วันนี้ใครที่เขามาที่ Libraryhub แล้วเห็นกรอบด้านล่างขวาเพิ่มก็ขอว่าอย่าตกใจนะครับ เพราะนั้นคือกล่องสำหรับแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ หรือ กล่อง Bookrc ของผมนั้นเอง แล้ว Bookrc มาจากไหน –> คำตอบคือมันมาจาก Book Recommend นั่นเอง ผมตั้งใจว่าเวลาไปร้านหนังสือแล้วเจอหนังสือดีๆ ผมก็อยากจะนำเสนอให้เพื่อนๆ รู้จักเช่นกัน แล้วข้อมูลในกล่อง Bookrc มาจากไหน??? คำตอบ คือ ผมคิด Tag #bookrc เวลาที่ผมอยากจะแนะนำหนังสือสักเล่มให้เพื่อนๆ เช่น “รวม 7 สุดยอดวิชาหาเงินผ่านเน็ตพร้อมเคล็ดลับทำเงินที่ได้ผลจริง “ผม รวยออนไลน์ได้ยังไง” 195 บาท #bookrc http://twitpic.com/30g1rj” หลักการง่ายๆ ครับ 1. พิมพ์ข้อความแนะนำแบบสั้นๆ 2. พิมพ์ชื่อหนังสือ 3. พิมพ์ราคา (แล้วแต่นะครับ) 4. ถ่ายรูปหนังสือ (อันนี้ก็แล้วแต่นะครับ) 5. อันนี้ห้ามลืมครับ #bookrc หนังสือที่ผมแนะนำจริงๆ แล้วมันคละกันไปใน Timeline ของผมแหละ แต่ผมเน้นแนะนำหนังสือบางกลุ่มเท่านั้นนะครับ ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มธุรกิจ กลุ่มคอมพิวเตอร์ กลุ่ม textbook ทำไมต้องแนะนำหนังสือเฉพาะกลุ่ม – กลุ่มท่องเที่ยว เป็นหนังสือที่หลายๆ คนให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องแนะนำการท่องเที่ยว ที่กิน ที่พัก และกิจกรรมในการท่องเที่ยว ซึ่งในกลุ่มนี้ผมยังแถมเรื่องของวัฒนธรรมพื้นเมืองด้วย เช่น วัฒนธรรมของสิงคโปร์ วัฒนธรรมท้องถิ่นสุโขทัย ฯลฯ – กลุ่มธุรกิจ เป็นหนังสือที่น่าสนใจอีกกลุ่มหนึ่งเช่นกัน โดยเฉพาะอาชีพแนวใหม่ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ หรือธุรกิจออนไลน์ที่กำลังเป็นกระแสในสังคม ซึ่งผมแนะนำหนังสือในกลุ่มเหล่านี้เพื่อให้ผู้ที่อยากทำธุรกิจใช้เป็นแนวทางในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม – กลุ่มคอมพิวเตอร์ อันนี้เป็นความสนใจส่วนตัวจึงต้องแนะนำว่าผมชอบอ่านแนวไหน คอมพิวเตอร์ระดับไหนที่ผมต้องการอ่าน ซึ่งโดยรวมแล้วผมไม่อ่านคอมพิวเตอร์ขั้นสูงมาก เช่น การเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์…

หนังสือที่ใช้ตัวอักษร A-Z เป็นชื่อเรื่อง (ชื่อสั้นจริงๆ)

ปัจจุบันเว็บไซต์แนะนำหนังสือมีเยอะมากๆ ดังนั้นเว็บไซต์เหล่านี้จะต้องหาสิ่งแปลกมาลงบ้าง ตัวอย่างเช่นเว็บที่ผมจะแนะนำวันนี้ เขาจะแนะนำเฉพาะหนังสือที่มีชื่อเรื่องสั้นที่สุด แล้วหนังสือแบบไหนที่เรียกว่า “ชื่อเรื่องสั้นที่สุด” นั่นก็หมายถึงหนังสือที่มีแค่ตัวอักษรเดียวไงครับ A B C D ….. Z เอาเป็นว่าลองดูตัวอย่างกันดีกว่าครับ เป็นยังไงกันบ้าง สั้นได้ใจมั้ยครับ จริงๆ แล้วนอกจากหนังสือที่มีตัวอักษรเดียวแล้ว ยังมีหนังสืออื่นๆ ที่มีพยางค์เดียวด้วย เป็นเว็บแนะนำหนังสือที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ดีจริงๆ ห้องสมุดอย่างเราก็น่าจะเอาไอเดียแปลกๆ แบบนี้ไปเล่นบ้างนะ ตัวอย่าง : แนะนำหนังสือที่มีชื่อเรื่องสั้นที่สุด (เวอร์ชั่นภาษาไทย) วันนี้ขอเสนอแค่นี้แล้วกัน ยังไงใครนึกอะไรดีๆ ก็แบ่งปันความคิดกันได้ที่นี่เลยนะครับ สำหรับคนที่อยากเข้าไปดูเว็บไซต์นี้ ลองเข้าไปที่ http://www.abebooks.com/books/single-letter-title-shortest-mccarthy/warhol-updike.shtml

ห้องสมุดควรแนะนำหนังสือใหม่แบบไหนดี

ห้องสมุดของเพื่อนๆ แนะนำหนังสือใหม่กันแบบไหนบ้างครับ วางไว้ในตู้โชว์หรือปล่าว เอาเป็นว่าไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม วันนี้ผมขอนำเสนอรูปแบบการวางหนังสือแบบแปลกๆ มาให้ดูบ้าง ห้องสมุดของคุณแนะนำหนังสือใหม่อย่างไร – แปะรายชื่อไว้ที่บอร์ด ? – สแกนหนังสือลงเว็บไซต์ห้องสมุด ? – ใส่ไว้ในตู้แสดงหนังสือใหม่ที่เปิดไม่ได้ ? และอีกต่างๆ มากมายที่คุณจะแนะนำหนังสือใหม่ๆ ให้ผู้ใช้บริการได้รับรู้ ไอเดียง่ายๆ ในการนำเสนอหนังสือใหม่เพื่อสร้างสีสันให้กับห้องสมุด เริ่มต้นจาก :- อุปกรณ์ 1. โต๊ะสำหรับวงของ (ใหญ่หน่อยก็ดี แต่ถ้าไม่มีก็ตัวเล็กหน่อยก็ได้) 2. ผ้าแพรสีๆ แล้วแต่ว่าอยากได้สีไหน 3. หนังสือที่ต้องการแสดง (แนะนำหนังสือปกแข็งเท่านั้น) อุปกรณ์แค่นี้ก็พอแล้ว หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับการจัดวางของคุณ แต่ขอแนะนำสักนิดควรดูพื้นที่บนโต๊ะ กับจำนวนหนังสือด้วย พยายามทำให้ดูสบายตากับผู้ใช้ (ไม่ วางหนังสืออัดแน่นไป) กางหนังสือพอประมาณแล้วก็ตั้ง ไว้อย่างในรูป จะตั้งอย่างไรก็ได้เต็มที่ ตามสบายเลยครับ ขอแนะนำอีกสักนิดเพื่อความสุขของผู้ ใช้ ผู้ใช้สามารถหยิบขึ้นมาอ่านได้ แล้วก็แนะนำว่ากรุณาวางเก็บไว้ที่เดิม อิอิ เพียงเท่านี้ก็คงช่วยสร้างสีสันให้ห้องสมุดได้บ้างนะครับ

แนะนำหนังสือเกี่ยวกับ Library 2.0

ช่วงนี้เพื่อนๆ คงได้ยินคำว่า Library2.0 หรือ ห้องสมุด 2.0 บ่อยขึ้นนะครับ แล้วเพื่อนๆ อยากหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้อ่านบ้างมั้ย วันนี้ผมมีเล่มนึงมาแนะนำครับ