Change the Game โลกเปลี่ยน ห้องสมุดเปลี่ยน คนก็ต้องเปลี่ยน

Change the Game โลกเปลี่ยน ห้องสมุดเปลี่ยน คนก็ต้องเปลี่ยน

วันนี้มาเปิดหูเปิดตาและอัพเดทความรู้ในแบบงานประชุมนานาชาติ (International Conference) ของวงการห้องสมุดในระดับนานาชาติอีกงานหนึ่งที่จัดในประเทศไทย งานนี้ชื่อเต็มๆ คือ “2018 OCLC Asia Pacific Regional Council Conference” ธีมของงานนี้ก็คือ “Change the game” เอาเป็นว่าในวันนี้มีอะไรมาอ่านได้เลยครับ

https://www.oclc.org/en/events/councils/2018-19/asia-pacific-regional-council-meetings-home.html

ทำไมผมถึงมางานนี้
ผมรู้จักงานนี้จากเว็บไซต์ของสมาคมห้องสมุดฯ “The OCLC Asia Pacific Regional Council Meeting 2018
http://tla.or.th/index.php/news-and-events/news-and-events/activities-2561/242-oclc2018
ซึ่งหากดูในเนื้อหาของข่าวมีระบุประโยคหนึ่งที่น่าสนใจมาก คือ “register to attend for free!” ใช่ครั้บ “มันฟรี” อีกจุดหนึ่งที่ทำให้ผมต้องรีบลงทะเบียน คือ งานนี้มี speaker ท่านหนึ่งเป็นแรงบันดาลใจของผม นั่นคือ Skip Prichard นั่นเอง

เอาเป็นว่าเข้าสาระกันเลยดีกว่า วันนี้ผมฟัง session ไหนบ้าง

————————————————————————–

1. How can we change the game? โดย Skip Prichard

เริ่มจากที่ speaker นำเสนอเรื่องรอบๆ ตัวที่มีการเปลี่ยนแปลงไป เช่น
แผนที่แบบกระดาษ กลายเป็น แผนที่ที่ดูจากคอมพิวเตอร์ จากโทรศัพท์มือถือ
ตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญ ที่ไม่มีใครใช้อีกแล้ว กลายเป็น ทุกคนมีโทรศัพท์ในมือของตนเอง
การเฝ้าบ้านที่เคยใช้สุนัข กลายเป็น เราดูแลบ้านผ่านโทรศัพท์มือถือ (Smart home)

จากนั้นก็เหล่าถึงคำว่า เกมส์ ให้เราเข้าใจมากขึ้น จากพัฒนาการแบบง่ายๆ
ตู้เกมส์จอดำ – เกมส์แบบตลับ – เกมส์คอมพิวเตอร์ – เกมส์ออนไลน์ – เกมส์ผ่านแว่น VR – เกมส์ที่รวมกับโลกจริงอย่าง AR
สิ่งเหล่านี้ใครเป็นคนเปลี่ยน คนหรือเทคโนโลยี

4 จุดเปลี่ยนที่ Speaker กล่าวถึง​ คือ
1) เปลี่ยนกรอบ/เปลี่ยนสิ่งที่ต้องเห็น
2) เปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานใหม่
3) เปลี่ยนความคิดของตัวเอง
4) เปลี่ยนวิธีการเล่าใหม่ๆ

บทสรุปของจุดเปลี่ยนทั้ง 4 ต้องเริ่มจากตัวเราเอง เปลี่ยนที่ตัวเราแล้วส่งต่อการเปลี่ยนแปลงให้คนอื่น
อย่าสั่งให้คนอื่นเปลี่ยนโดยที่ตัวเองทำแค่สั่ง เพราะสุดท้ายมันไม่มีประโยชน์

นอกจากเรื่องที่ต้องเปลี่ยนแล้ว ขอให้ระวังเพราะมีบางเรื่องที่เราไม่ควรเปลี่ยนไปตามกระแส ซึ่งมี 4 อย่างเช่นกัน ได้แก่
1) คุณค่าของห้องสมุด
2) หลักการพื้นฐานของห้องสมุด
3) จุดประสงค์ของการทำงานห้องสมุด
4) ความหลงใหลที่คุณมีในงานห้องสมุด

———————————————————————-—-

2. Collaboration, Visibility and Data-driven decision making โดย Ellen Hartman

ถึงข้อมูลที่เอามาแสดงมันจะเยอะแค่ไหน​ก็ตาม แต่ Speaker ก็ไม่ได้กล่าวถึงคำว่า​ “Big Data”​ เลย​ แต่จะบอกถึง​ “power ของความร่วมมือ”​ และ “การนำแนวคิด​ data driven มาใช้”

จุดแรกของการได้มาซึ่งข้อมูล​ คือ​ WORLDSHARE และ​ WORLDCAT ซึ่งปัจจุบันทั้งสองระบบทำงานบน CLOUD BASE SYSTEM

ทำความรู้จักกับระบบ​ Worldshare ในแง่มุมต่างๆ
– Power of cooperative cataloging
– WORLDCAT knowledge based
– Freely available and open access content
– Shared license template
– Shared vendor information center

ในฐานะของการ​ shared content หรือ​ practical content หน่วยงาน OCLC มี​ Community center ที่​ active ตลอด​ และมากไปกว่านั้นยังมี​ Developer​ network ที่พัฒนาการเชื่อมต่อระบบกับข้อมูลด้านอื่นๆ​ ที่สำคัญอีกด้วย

เรื่องต่อมาที่สำคัญพอๆ กับระบบ Worldshare และ Worldcat คือ​
– แล้วห้องสมุดจะเอาข้อมูลไปใช้ได้ยังไง
– เราจะหาข้อมูลที่ต้องการได้จากที่ไหน
– การออกแบบ​ ux เกิดจากการวิเคราะห์​ web analytics และ​ การหา best practices ซึ่ง OCLC ก็พัฒนาเรื่องนี้มาตลอด

พฤติกรรมผู้ใช้ในการค้นข้อมูล​
– ใช้​ 5 คำในระบบห้องสมุด​ ใช้​ 3 คำใน​ google
– หน้าจอที่ใช้ง่ายมีผลต่อการค้นหาด้วย
– อัลกอริทึ่มในการแสดงผล​มีความถูกต้องเพียงใดก็มีผล
– ฟีเจอร์ใหม่ๆ​ ที่น่าสนใจ​ ช่วยเพิ่มจำนวนการใช้ได้

OCLC​ ให้ความสำคัญกับเชื่อมโยงข้อมูล​ ไม่ใช่​ CATALOG ให้ห้องสมุดตัวเองเพียงอย่างเดียว​ แต่ยังเชื่อมโยงและส่งต่อให้​ partner อย่าง​ google Amazon​ ด้วย เช่น​ หากเราค้นข้อมูลหนังสือใน​ google​book จะสามารถดูห้องสมุดที่มีหนังสือเล่มนั้นที่อยู่ใกล้เราที่สุดได้ด้วย

From​ data to insight นำข้อมูลไปให้ผู้บริหารดูได้อย่างไรบ้าง​ ข้อมูลสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจได้
– ใช้เพื่อวางแผนเรื่องงบประมาณ
– ใช้เพื่อคัดเลือกทรัพยากร​ เช่น​ วารสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้ถูกใช้​ เราควรต่ออายุการสมัครสมาชิกหรือไม่
– ใช้เพื่อบริหารจัดการห้องสมุดสาขา
– ใช้ในการนำเสนอคุณค่าของการมีห้องสมุด
– ใช้ในการกำหนดตัวชี้วัดที่วัดผลได้

ที่สำคัญข้อมูลที่จะนำมาให้ผู้บริหารหรือผู้ใช้ดู​ อย่าลืมทำ visualized เพื่อให้เห็นภาพด้วยนะ​ ไม่งั้นดูไม่รู้เรื่อง

————————————————————————–

3. Evolving Scholarly Record โดย Aaron Tay และ Titia van der Werf

Speaker 1 Aaron Tay จาก SMU (Blogger : http://musingsaboutlibrarianship.blogspot.com/)

ตำแหน่งงานที่ทำอยู่ คือ Librarian Analytics ซึ่งทำอะไรบ้าง
– ศึกษานโยบายขององค์กร และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาโอกาสให้กับองค์กร
– ศึกษาเรื่องใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูล (Big data)

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้งาน/เอกสารทางวิชาการเปลี่ยนไป มี 3 เรื่อง ดังนี้
1. ความหลากหลายในการจัดเก็บ
2. สารสนเทศแบบเปิด (Open Access)
3. เทคโนโลยีใหม่ๆ (New Technology)

จากทั้งสามเรื่องทำให้เรามีบทบาทใหม่ๆ เช่น
– รวบรวมและจัดเก็บตัวแปรใหม่ๆ ทั้งในเรื่องของ inputs, processes, outputs *** อันนี้คืองานเทคนิคแบบใหม่ๆ หรือเปล่า
– ค้นหาและอำนวยความสะดวก *** อันนี้คืองานบริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้าหรือเปล่า
– การให้การศึกษาในเรื่องกระบวนการและเทคโนโลยีใหม่ๆ *** งานสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องสารสนเทศหรือเปล่า

จะเห็นได้ว่าไม่ได้ต่างจากงานเดิมนะ แต่แค่เราต้องรู้เรื่องใหม่

ตัวอย่างที่น่าสนใจ (Open Access + ML)
Scholarcy – auto summarization
Scite – semantic parsing of citations

สุดท้ายตัดจบแบบเบาๆ ว่า ข้อมูลใน scholar ไม่ใช่ของห้องสมุดแต่ห้องสมุดจะ take role ในเรื่องของการอำนวยความสะดวก และพัฒนาเครื่องมือต่างๆ เพื่อทำให้ผู้ใช้เข้าถึงเรื่องต่างๆ ได้ง่าย

Speaker 2 (Titia van der Werf) ได้กล่าวถึงเรื่องบทบาทของ OCLC Research ว่าเป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาเรื่องใหม่ๆ ในวงการ เช่น การใช้สื่อสังคมออนไลน์ การเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อใหม่ๆ อีกเรื่องที่ถูกพูดถึงเยอะ คือ Lifelong Learning (Trend ในวงการศึกษา) ซึ่ง OCLC ก็ได้จัดทำคอร์สศึกษาระยะสั้นเพื่อให้เกิดการเรียนการสอนและออกใบประกาศนียบัตรได้

ทำไม Scholar ต้องเปลี่ยน : เพราะในยุคเดิมเราพูดแค่เรื่องเอกสารที่จับต้องได้เพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบัน Landscape ของเรื่องนี้มันขยายตัวตามสื่อสังคมออนไลน์ยุคใหม่

Factor สำคัญที่ทำให้เกมส์เปลี่ยน
1. Competition (มหาวิทยาลัย, สถานศึกษา, สำนักพิมพ์)
2. Digital (เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว)
3. Library Stewardship (การดูแลห้องสมุด)

—————————————————————————————–

4. Transforming trend insights into innovations โดย Nathania Christy

ก่อนเข้าเรื่องก็ตามธรรมเนียมคือแนะนำ​ trend watching ว่าเป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูล​ Trend​ หลายๆ​ อุตสาหกรรม​ แล้วมีสำนักงานกระจายอยู่หลายเมือง​ ซึ่งแถวนี้เองออฟฟิตก็อยู่ที่สิงคโปร์

ทุกอย่างเปลี่ยนไป​ และเปลี่ยนไปเร็วมาก​ ตัวอย่างหนึ่งที่เราเห็น​ คือ​ ห้องสมุดไม่ได้มีแค่หนังสือให้ยืมเพียงอย่างเดียว​ แต่สามารถให้ยืมเครื่องครัวได้แล้ว

การที่เราต้องรู้​ Trend​ สาเหตุหลักๆ​ มาจากการที่เราต้องการรู้ความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป

Trend​ หลักๆ​ ที่น่าจะเกี่ยวกับเรา​ ขอยกมา​ 4 ตัว​ ดังนี้
1.Status Sandcastle
2.Fantastic IRL
3.Magic Touchpoint
4.Village Squares

Trend ต่างๆ​ ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมในแต่ละด้าน​ เช่น
ข้อที่​ 1 จะ​ link กับ​ Social​ status ทุกอย่างที่เราใช้​ ที่เราซื้อ​ ที่เราทำ​ เพราะหน้าตาของสังคม
ข้อที่​ 2 จะ​ link กับ​ Escapism การหนีออกจากโลกแห่งความเป็นจริง
ข้อที่ 3 จดไม่ทันครับ
ข้อที่​ 4 link กับเรื่อง​ connection ทุกคนต้องการเชื่อมต่อและติดต่อกับคนอื่น​ อยู่ด้วยตัวคนเดียวไม่ได้

โดยการบรรยายของ Speaker ได้ตั้งคำถามให้เราคิดด้วยทุกข้อ

ตัวอย่างที่วิทยากรนำมาพูดมันเยอะมากๆ​ ขอยกเป็นตัว​อย่างนะครับ​ เช่น
– The met การไปชมพิพิธภัณฑ์ในแบบที้ไม่เหมือนเดิม
– Ikea สอนทำอาหารอย่างง่าย
– Tabi kaeru เกมส์กบจากญี่ปุ่น
– พิพิธภัณฑ์​ louvre นำชมตามลองมิวสิควีดีโอของ​ beyonce
– man city and fantom นาฬิกาที่บอกตารางการแข่งขันฟุตบอลของทีม MAN​ city
– game minecraft ที่สอนให้เด็กรักการอ่าน
– instanovel ของ​ nypl
– wechat mini program
– Intime mall ที่มีบริการ​ magic mirror ในห้องน้ำหญิง
ฯลฯ

คลิปวีดีโอที่เปิดใน session นี้
1) Ikea​ easy recipes – https://youtu.be/uLCnabTJTIA
2) #airmaxline – https://youtu.be/v2_dxeq0LlQ
3) Heineken’s generation apart – https://youtu.be/82cPgU_D15s

ปิดท้ายด้วยการบอกว่า​ Trend​ ไม่ใช่ทุกอย่าง​ และถ้าอยากทำให้เห็นภาพชัด​ วิทยากรแนะนำเครื่องมือ​ the customer trend canvas

—————————————————————————————–

นี่ก็เป็นเพียงการสรุปตามความเข้าใจของผมนะครับ
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้

ภาพบรรยายกาศโดยรวมในงานนี้

แนวทางในการออกแบบห้องสมุดเพื่อดึงดูดผู้ใช้บริการ

แนวทางในการออกแบบห้องสมุดเพื่อดึงดูดผู้ใช้บริการ

ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นถึงที่มาของหัวข้อนี้ก่อนเพราะว่า ความตั้งใจที่แท้จริงของการเขียนบล็อกวันนี้มาจาก หลายคนถามถึงแนวทางในการออกแบบห้องสมุดสำหรับเด็ก แต่ เอ๊ะ หัวข้อพูดถึงการออกแบบห้องสมุดทั่วๆ ไป ใช่ครับ ขอย้ำอีกครั้งว่าวันนี้ขอนำเสนอเรื่องการออกแบบห้องสมุดในภาพกว้างๆ ก่อน แล้วเดี๋ยวถ้ามีโอกาสจะเขียนเฉพาะของห้องสมุดเด็กอีกที

Credit Photo : http://www.demcointeriors.com

Read more

http://www.ala.org/tools/future/trends

ติดตามอนาคตห้องสมุดผ่านมุมมองของ ALA

อนาคตของห้องสมุดจะเป็นอย่างไร อะไรที่เป็นเรื่องใหม่ๆ ในวงการห้องสมุด
ในฐานะคนทำงานห้องสมุดเราต้องรู้อะไร แล้วเราต้องติดตามเรื่องไหนเป็นพิเศษ
วันนี้ผมขอแนะนำให้เราเข้าไปอ่าน “Library of the future” โดย ALA

Library Trends & Innovations

Library of the Future” ประกอบด้วยข้อมูล
– โครงการ “Center for the Future of Libraries”
– รายชื่อ Advisory Group
– Blog หรือ รวม feed บทความจาก ALA ที่น่าสนใจ
– Engage
– Trend

ซึ่งเนื้อหาที่ผมอยากเน้นให้เพื่อนๆ ได้รู้จัก หลักๆ อยู่ที่หน้า Trend

ภายใต้หัวข้อ Trend ได้มีการแบ่งหมวดหมู่ของ Trend ออกเป็น 7 กลุ่ม ดังนี้

1) Society
2) Technology
3) Education
4) Environment
5) Politics (and Government)
6) Economics
7) Demographics

ซึ่งแต่ละกลุ่ม/หมวดหมู่จะแบ่งด้วยสีตามภาพที่ผมแนบมาด้วย

Trend Collection Color Key

เอาหล่ะครับ ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่ามี keyword อะไรที่น่าสนใจ ที่ทำให้เราต้องติดตามบ้าง

– Aging Advances
– Anonymity
– Badging
– Basic Income
– Blockchain
– Co-Working / Co-Living
– Collective Impact
– Connected Learning
– Connected Toys
– Corporate Influence
– Creative Placemaking
– Data Everywhere
– Design Thinking
– Digital Natives
– Drones
– Emerging Adulthood
– Experiential Retail
– Facial Recognition
– Fandom
– Fast Casual
– Flipped Learning
– Gamification
– Haptic Technology
– Income Inequality
– Internet of Things
– Maker Movement
– Privacy Shifting
– Resilience
– Robots
– Sharing Economy
– Short Reading
– Smart Cities
– Unplugged
– Urbanization
– Virtual Reality
– Voice Control

รวมทั้งหมด จำนวน 36 เรื่องที่น่าสนใจ
ซึ่งทุกท่านสามารถเข้าไปอ่านได้ที่ http://www.ala.org/tools/future/trends

http://www.ala.org/tools/future/trends
http://www.ala.org/tools/future/trends

ตัวอย่างเมื่อเราเข้าไปแล้วจะมีเนื้อหา 3 ส่วนที่น่าสนใจ
1. เราจะนำไปใช้ยังไง
2. ทำไมมันถึงสำคัญ
3. link และเนื้อหาที่เอาไว้เรียนรู้เพิ่มเติม

Co-Working / Co-Living
Co-Working / Co-Living

เอาเป็นว่าอยากให้เข้าไปเรียนรู้กันเยอะๆ ครับ
ผมเองก็จะค่อยๆ อ่านและพยายามทำความเข้าใจทีละเรื่องเช่นกัน

เครื่องยืมคืนหนังสืออัตโนมัติ 24 ชั่วโมง

เครื่องยืมคืนหนังสืออัตโนมัติ 24 ชั่วโมง

เคยเห็นตู้กดน้ำแบบหยอดเหรียญ ตอนนี้มีขนม มาม่า ผลไม้ …
ขายได้ทุกอย่างผ่าน Vending machine
และเครื่อง Vending machine ในปัจจุบันก็ไม่ได้รับแค่เหรียญกับธนบัตรอีกแล้ว
เพราะตอนนี้สามารถเชื่อมต่อกับ e-wallet (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์) ได้แล้วด้วย

มานั่งคิดๆ ดู แล้วในวงการห้องสมุดสามารถทำอะไรกับเรื่องเหล่านี้บ้างได้มั้ย
หากใครไปงานหนังสือสองสามครั้งล่าสุด หรือเพิ่งไปเดินเล่นแถวสยาม
เราจะได้เห็นเครื่องจำหน่ายหนังสืออัตโนมัติของร้าน Zombie Book Read more

การออกแบบบริการ (Service Design) ในห้องสมุดยุคใหม่

การออกแบบบริการ (Service Design) ในห้องสมุดยุคใหม่

การออกแบบบริการ (Service Design) ต่างๆ ในห้องสมุดยุคใหม่ เริ่มจากการศึกษาเส้นทางในการใช้บริการของลูกค้า (Customer Journey) ค่อยๆ ดูและพยายามหาโอกาสและแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ลูกค้า

การสร้างบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้ามี 3 แนวทางให้เลือกทำ
1) ต่อยอดบริการเดิมให้มีคุณค่ามากขึ้น
2) สร้างสรรค์บริการในรูปแบบใหม่
3) เปลี่ยนโมเดลทางธุรกิจและหาหนทางใหม่ๆ ในธุรกิจตนเอง

Read more

เปลี่ยนค่าปรับหนังสือจาก “เงิน” ให้เป็น “อาหาร”

เปลี่ยนค่าปรับหนังสือจาก “เงิน” ให้เป็น “อาหาร”

อย่างที่เรารู้ๆ กันนะครับว่า “ค่าปรับ” เมื่อเวลาลูกค้ามาคืนหนังสือเกินกำหนด
มันไม่ใช่ “รายได้” ที่ห้องสมุดพึงปรารถนา …. (เราไม่ได้เห็นแก่รายได้แบบนี้)

food for fines

หลายๆ ห้องสมุดในต่างประเทศจึงคิดวิธีเพื่อจัดการกับ “ค่าปรับ”
ซึ่งมีวิธีหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าชอบมากๆ นั่นคือ “Food for Fines

ห้องสมุดหลายๆ แห่งเปลี่ยนจากการเก็บค่าปรับหนังสือจาก “เงิน” มาเป็น “อาหาร”
“ให้ผู้ใช้บริการที่ยืมหนังสือเกินกำหนดถูกปรับโดยจ่ายเป็น อาหาร”

โครงการนี้ไม่ได้จัดกันทั้งปีนะครับ แต่ละห้องสมุดก็จะกำหนดช่วงเวลาไม่เหมือนกัน
บางแห่งใช้เวลา 1 เดือน บางแห่งใช้เวลา 1 สัปดาห์ อันนี้แล้วแต่เลยครับ

สิ่งที่ห้องสมุดจะได้ คือ หนังสือที่บางทีผู้ใช้ยืมไปลืมไปแล้ว
และแน่นอน “อาหาร” เพื่อนำไปมอบให้เด็กๆ หรือคนเร่ร่อน หรือ….

สิ่งที่ผู้ใช้บริการจะได้ คือ แทนที่จะต้องจ่ายค่าปรับแพงๆ ก็จ่ายในรูปแบบอื่นแทน
และนอกจากนั้นยังได้ทำบุญร่วมกับห้องสมุด ส่งความปรารถนาดีให้ผู้อื่นด้วย

จากรายงานของแต่ละห้องสมุดนอกจากคนที่ต้องเสียค่าปรับด้วยอาหารแล้ว
ยังมีผู้ใช้ที่ไม่ต้องเสียค่าปรับ นำอาหารมามอบเพื่อร่วมบุญด้วย

เอาเป็นว่าการจัดการกับค่าปรับแบบนี้ เพื่อนๆ ว่าดีมั้ยครับ

Credit : Youtube greenelibrary Victoria de la Concha
IMAGE : Cumberland Public Libraries

ห้องสมุดโรงเรียนนี้ทำอย่างไรให้เด็กกลับมาใช้ 1,000 เปอร์เซ็นต์

ห้องสมุดโรงเรียนนี้ทำอย่างไรให้เด็กกลับมาใช้ 1,000 เปอร์เซ็นต์

วันนี้ขณะที่เปิดอ่าน Facebook ตอนกลับบ้าน เห็นพาดหัวนึงแล้วตกใจมาก จนต้องคลิ๊กไปอ่านต่อ
พาดหัวดังกล่าว “How This School Library Increased Student Use by 1,000 Percent
แปลเป็นไทยได้ว่า “ห้องสมุดโรงเรียนมีวิธีเพิ่มการใช้ของนักเรียนได้ 1000 เปอร์เซ็นต์อย่างไร
หรือง่ายๆ ครับ “วิธีเพิ่มการเข้าใช้ห้องสมุดโรงเรียนได้ผล 1000 เปอร์เซ็นต์

how school library boots up Read more

นายห้องสมุดชวนอ่าน “คิดทันโลก”

นายห้องสมุดชวนอ่าน “คิดทันโลก”

จริงๆ ได้หนังสือเล่มนี้มานานแล้ว แต่เพิ่งจะมีเวลาหยิบอ่าน
เห็นว่าน่าสนใจดีเลยขอหยิบมาเขียนถึงนะครับ

รายละเอียดเบื้องต้นของหนังสือ
ชื่อเรื่อง : คิดทันโลก – ท้าทายกระบวนทัศน์ว่าด้วยอนาคตห้องสมุดและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
จัดพิมพ์โดย : TKpark
ISBN : 9786162352454 Read more

QR code กับงานห้องสมุดยุคใหม่

1 ใน ตัวอย่างการนำ Mobile Technology มาใช้ในห้องสมุด บรรณารักษ์ในบ้านเราหลายคนรู้จักดี คือ QR code หรือ โค้ตแบบ 2 มิติ

qr code in mobile technology for library

ก่อนอื่นต้องแนะนำให้เพื่อนๆ บางส่วนรู้จัก เจ้า QR code กันก่อน
QR code ย่อมาจาก Quick Response หรือการตอบสนองแบบรวดเร็ว เป็น code แบบ 2 มิติ ซึ่งอ่านได้จากเครื่องมือหรือ app ที่อ่าน QR code ได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโทรศัพท์มือถือ หรือ Tablet

ข้อมูลใน QR code จะเก็บอะไรได้บ้าง
– ตัวอักษร
– ตัวเลข

QR code เป็นที่นิยมมากกว่า Barcode แบบปกติ เนื่องจากจัดเก็บข้อมูลได้มากกว่า และขนาดที่ไม่ใหญ่มาก นั่นเอง เช่น

“1234567890123456789012345678901234567890”

Barcode

12345678901234567890_mv0nis

QR code

12345678901234567890_mv0njg

เป็นยังไงกันบ้างครับ ดูแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเลยหรือเปล่า

เอาหล่ะครับ รู้ที่มาแล้ว ต่อไปก็ต้องรู้ว่านำมาใช้ในห้องสมุดได้อย่างไร

– ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ห้องสมุดได้ง่าย
– จะอ่าน Review ของหนังสือ หรือ ดาวน์ดหลดตัวอย่างหนังสือไปอ่านก็ทำได้
– แอด Line มาคุย หรือ ปรึกษา หรือ บริการถามตอบกับบรรณารักษ์ก็ได้
– login เข้าระบบห้องสมุดก็สามารถทำได้
– ใช้แทนบัตรสมาชิกห้องสมุดก็ทำได้
– Add fanpage ห้องสมุดก็ดีนะ

ตัวอย่างมากมายอ่านต่อที่ http://www.libsuccess.org/index.php?title=QR_Codes

ตัวอย่างการใช้ QRcode แบบแจ่มๆ จากห้องสมุดรอบโลก
– โครงการห้องสมุดเสมือน ณ สถานีรถไฟ เมือง Philadelphia

โครงการความร่วมมือระหว่าง SEPTA, The Free Library of Philadelphia and Dunkin’ Donuts.
โครงการความร่วมมือระหว่าง SEPTA, The Free Library of Philadelphia and Dunkin’ Donuts.

ชั้นหนังสือเสมือน ไม่ต้องเปลืองเนื้องที่ แค่ติดไว้กับผนัง ผู้ใช้ก็ดาวน์โหลดหนังสือไปอ่านได้แล้ว

e-books-top-100-4x1-reverse-sort-791x1024

 

pbookshelf

 

จริงๆ ยังมีตัวอย่างอีกเพียบเลยนะครับ แล้วถ้าผมเจอไอเดียแจ่มๆ แบบนี้อีกจะนำมาแชร์ให้อ่านต่อนะครับ

เพื่อนๆ สามารถลองสร้าง barcode หรือ qr code ได้ที่ http://www.barcode-generator.org/

ลองเข้าไปทำดูนะครับ มีรูปแบบให้เลือกเยอะเลยแหละ

ทำไมห้องสมุดและบรรณารักษ์ต้องพัฒนา Mobile Technology

หลังจากวันก่อนที่ผมประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับงานประชุมวิชาการ เรื่อง Library and Mobile Technology ก็มีเพื่อนหลายคนสงสัยและถามผมว่า Mobile Technology มันมีประโยชน์ยังไง และห้องสมุดสามารถนำ Mobile device มาให้บริการกับผู้ใช้บริการได้อย่างไร

วันนี้ผมจะมาตอบข้อสงสัยดังกล่าว พร้อมอธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับ Mobile Technology เพิ่มเติม

ก่อนอื่นผมต้องขอยกข้อมูลเรื่องแนวโน้มด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมาเขียนก่อน คือ

ข้อมูลการใช้ Mobile Device ในประเทศไทย

DM-Export-WSources

เห็นมั้ยครับว่ามีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นมาก อีกไม่นานที่เขาว่ากันว่าจำนวน Mobile Device จะมีจำนวนมากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมกับ notebook ซะอีก ก็คงต้องรอดูไปอ่ะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ Mobile Technology ในห้องสมุด ปี 2011-2012

7_mobile

– มีเว็บไซต์ห้องสมุดที่พัฒนาให้รองรับการอ่านบน mobile device 14%
– ห้องสมุดนำ QR code มาใช้ในห้องสมุด 12%
– ห้องสมุดมีการพัฒนา application ในการให้บริการ 7%

นอกจากการให้บริการดังกล่าวแล้วจริงๆ มีการสำรวจถึงข้อมูลการใช้ Mobile Technology สำหรับห้องสมุดในรูปแบบของ Application อีกว่า มีบริการต่างๆ มากมาย อาทิ

ljx120201webThomas1

– ค้นหาข้อมูลหนังสือในห้องสมุด (Search Catalog)
– ต่ออายุการยืมหนังสือผ่าน Application
– จองหนังสือผ่านระบบออนไลน์
– ค้นหาหนังสือใหม่ หรือ ชมการแนะนำหนังสือจากเหล่าบรรณารักษ์
– ค้นหาข้อมูลห้องสมุด เช่น ที่ตั้ง แผนที่ เวลาเปิดปิด
– อ่าน review หนังสือต่างๆ ในห้องสมุด
– ดูประวัติการยืมคืน หรือ การอ่านหนังสือย้อนหลังได้
– ยืมหนังสือเพียงแค่สแกนบาร์โค้ตลงใน application
– เข้าถึงฐานข้อมูลของห้องสมุด
– ดาวน์โหลด Ebook ไปอ่าน

เห็นมั้ยครับว่ามีประโยชน์มากมาย ซึ่งที่กล่าวมาเป็นเพียงประโยชน์ของผู้ใช้บริการนะครับ
ประโยชน์ในมุมมองของบรรณารักษ์และผู้ให้บริการก็ยังมีอีกเพียบเลยเช่นกัน
ไว้ผมจะกล่าวในครั้งหน้านะครับ

เอาเป็นว่ายังไๆ ผมว่า Mobile Technology เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น
ถ้าเพื่อนๆ รู้ก่อน และปรับตัวให้เข้ากับมันได้เร็ว ห้องสมุดของเพื่อนๆ ก็ได้เปรียบครับ….