ผู้วางรากฐานห้องสมุดไทยด้วยชีวิตทั้งชีวิต

ในโลกที่ผู้คนอาจมอง “ห้องสมุด” เป็นเพียงสถานที่เก็บหนังสือ
ศาสตราจารย์พิเศษ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต คือผู้ที่มองเห็นว่า ห้องสมุดคือหัวใจของการเรียนรู้ของสังคม
ห้องสมุดสำหรับคนรักห้องสมุด บรรณารักษ์ และหนังสือ
ผู้วางรากฐานห้องสมุดไทยด้วยชีวิตทั้งชีวิต

ในโลกที่ผู้คนอาจมอง “ห้องสมุด” เป็นเพียงสถานที่เก็บหนังสือ
ศาสตราจารย์พิเศษ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต คือผู้ที่มองเห็นว่า ห้องสมุดคือหัวใจของการเรียนรู้ของสังคม
วันก่อนผมได้เขียนข้อความใน Facebook ว่า “มีคนนอกวงการมาถามผมว่า งานบรรณารักษ์ง่ายมาก ไม่เห็นทำอะไรเลย” วันนี้ผมเลยตัดสินใจขอเล่าประสบการณ์ในการเป็นหัวหน้าห้องสมุดแห่งหนึ่งให้อ่าน

ถ้าคุณหลับตาแล้วนึกถึง “บรรณารักษ์” ภาพแรกที่ลอยมาคือคุณป้าสวมแว่นหนาเตอะที่คอยทำเสียง “ชู่ววว!” ใส่คนที่คุยกัน หรือนั่งประทับตราวันที่ลงบนบัตรยืมหนังสืออยู่หลังเคาน์เตอร์ใช่ไหมครับ? ผมอยากจะบอกว่า… ลืมภาพนั้นไปก่อนได้เลย! เพราะ 1 วันในฐานะ หัวหน้าห้องสมุด ยุคใหม่น่ะ มันคือส่วนผสมของนักการตลาด นักบริหารกลยุทธ์ และ Event Planner ดีๆ นี่เอง วันนี้ผมจะพาไปดูเบื้องหลังกันครับว่า ในหนึ่งวันเรา “รบ” กับอะไรบ้างเพื่อให้ห้องสมุดยังเป็นที่รักของทุกคน
Read more
“พี่ครับ อยากทำงานบรรณารักษ์มากๆ แต่อยากรู้ว่าเงินเดือนเริ่มต้นมันเริ่มที่เท่าไหร่ และควรสมัครงานที่ห้องสมุดแบบไหนดี” นี่คือจุดเริ่มต้นของการหาข้อมูล และนำมาเล่าสู่กันฟังใน blog วันนี้

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารล้นทะลัก อาชีพ “บรรณารักษ์” หรือนักจัดการสารสนเทศยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญในการคัดกรองและจัดระเบียบความรู้ อย่างไรก็ตาม สำหรับนักศึกษาที่กำลังตัดสินใจเลือกเรียน หรือมืออาชีพที่มองหาโอกาสเติบโตในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ คำถามที่สำคัญที่สุดคือ “เงินเดือนบรรณารักษ์ในกลุ่มประเทศอาเซียน” เป็นอย่างไร? บทความนี้จะพาไปสำรวจโครงสร้างรายได้บรรณารักษ์จบใหม่ สวัสดิการ และการเปรียบเทียบกับค่าครองชีพในแต่ละประเทศ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพได้อย่างแม่นยำ
Read more
เคยมีคำถามไหมครับว่า ในโลกที่ AI ตอบคำถามได้เร็วกว่าการเดินไปที่ชั้นหนังสือ และ E-book เข้าถึงได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว “บรรณารักษ์” หรือ “ห้องสมุด” ยังจำเป็นอยู่ไหม? สำหรับผม คำตอบคือ “จำเป็นกว่าที่เคย” ครับ แต่บทบาทของเรากำลังเปลี่ยนไป

สวัสดีครับ เพื่อนพี่น้องชาวห้องสมุด และบรรณารักษ์ทุกท่าน ในฐานะเพื่อนร่วมวิชาชีพ และผู้สังเกตการณ์ความเป็นไปของวงการห้องสมุด ผมจะขอ Review ภาพรวมของวงการห้องสมุดในปี 2025 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปในอีกไม่กี่วันนี้ ต้องขอบอกว่า ปีนี้ไม่ใช่แค่ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงผ่านไปอย่างธรรมดา แต่ผมจะขอนิยามว่าเป็น “The Year of Human-AI Symbiosis in Libraries” หรือ ปีที่ห้องสมุดและปัญญาประดิษฐ์เริ่มจับมือกันเดินอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด หลังจากที่เราตื่นตระหนกกันไปแล้วในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้า (ถึงเวลาแล้วสินะ)


ข้อมูลที่นำมาให้ดูในวันนี้ มาจากข้อมูลของการปรับปรุง Profile ของสมาชิกใน LinkedIn ในช่วง 12 เดือนก่อนหน้า เชื่อมั้ยครับว่า… สมาชิกใน LinkedIn มีการเพิ่มข้อมูลทักษะ (Update) ลงใน Profile กว่า 680 ล้านทักษะ (เพิ่มขึ้นกว่า 80% จากปีก่อน)
Read more
ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า “เรื่องที่เขียนในวันนี้ ไม่ได้มาจากการหมดไฟ หรือ หมดไอเดียที่จะเขียนเรื่องราวของห้องสมุดหรือบรรณารักษ์นะครับ” แต่มาจากการอยากลองสิ่งใหม่ๆ มากกว่า
หากกล่าวถึง ChatGPT ผมคงไม่ต้องแนะนำอะไรมากมายแล้ว ณ ตอนนี้ เพราะเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนก็คงรู้จัก และหลายคนก็คงใช้ในชีวิตประจำวันเช่นกัน


วันนี้ได้เข้าไปศึกษาข้อมูลด้านการตลาดจาก superlibrarymarketing.com ซึ่งดำเนินการเขียนมาจนถึงตอนที่ 200 แล้ว เพราะฉะนั้น คุณ Angela Hursh (เจ้าของบล็อก) จึงชวนเพื่อนๆ นักการตลาดวงการห้องสมุดของเธอมาอัดคลิปเพื่อพูดถึงเทคนิคทางการตลาดแบบสั้นๆ ให้เราได้ฟัง
Read more
วันนี้ได้มีโอกาสอ่านบทความห้องสมุดในยุคถัดไปของประเทศสิงคโปร์แล้วทำให้รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก บทความนี้เป็นการสัมภาษณ์ Ramachandran Narayanan ผู้บริหารของ NLB โดยชื่อบทความ คือ Immersion and robots: The next chapter for Singapore’s libraries

ก่อนจะไปอ่านบทสรุป ผมขอกล่าวถึงคำ Keyword ทั้งสองคำก่อน นั่นคือ “Robot” และ “Immersion” ซึ่งคำแรกเป็นคำที่หลายคนคงคุ้นเคย นั่นคือการนำหุ่นยนต์มาใช้ในวงการห้องสมุด มาช่วยทั้งบรรณารักษ์ และผู้ใช้บริการ ส่วนอีกคำ “Immersion” หรือแปลเป็นไทยว่า “การดื่มด่ำในโลกเสมือนจริง” หรือจะเรียกว่า “Immersive” ก็ได้ มักใช้ควบคู่กับคำว่า Virtual Reality
โดยคุณ Ramachandran Narayanan ได้กล่าวถึง highlights ของเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่สำคัญมากๆ ของห้องสมุดสิงคโปร์ นั่นก็คือ การนำเอาเรื่อง data analytics และ AI มาปรับใช้ในวงการห้องสมุด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีในห้องสมุดว่าสามารถนำมาใช้ทำอะไรได้บ้าง
ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีมาใช้ในห้องสมุดสิงคโปร์
1) Immersive storytelling (การเล่าเรื่องด้วยเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง)
กิจกรรมส่งเสริมการอ่านในเด็ก / เล่านิทานที่ใช้เทคโนโลยีการฉายวีดีโอและระบบตัวจับ Sensor ของผู้เล่า และผู้ใช้บริการ ทำให้ได้ภาพวีดีโอเสมือนจริง และสามารถสร้าง Interactive กับสื่อต่างๆ ได้
2) Personalising experiences with AI (สร้างประสบการณ์เฉพาะตัวบุคคลด้วย AI)
ให้บริการแนะนำเนื้อหา (Contents) ที่ตรงใจผู้ใช้บริการแบบเฉพาะเจาะจงตัวบุคคลมากขึ้น ด้วยการนำ data analytics ของผู้ใช้มาวิเคราะห์และให้บริการที่ตรงใจ
3) Robots as library assistants (หุ่นยนต์ผู้ช่วยเหลืองานห้องสมุด)
ใช้หุ่นยนต์ในการปฏิบัติหน้าที่ในห้องสมุดเพื่อช่วยเหลือบรรณารักษ์ในงานต่างๆ รวมถึงหุ่นยนต์ที่คอยแนะนำบริการ และให้ความช่วยเหลือผู้ใช้บริการ
4) Automating the library workflow (ระบบการทำงานที่เป็นระบบอัตโนมัติ)
การนำระบบการทำงานที่เป็นระบบอัตโนมัติมาใช้ในงานต่างๆ อาทิ การรับคืนหนนังสือผ่านตู้คืนหนังสืออัตโนมัติ (Book Drop) ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถมองเห็นกลไกการทำงานของสายพานลำเลียงหนังสือ และระบบที่คัดแยกหนังสือไปยังห้องสมุดต่างๆ ได้ ซึ่งทำให้การให้บริการสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
จากตัวอย่างการนำเทคโนโลยีมาใช้ในห้องสมุดสิงคโปร์ข้างต้น จะเห็นว่ามีการนำเทคโนโลยีหลายอย่างมาปรับใช้กับการให้บริการและการปฏิบัติงาน ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาสามารถทำงานได้จริง และเริ่มมีการนำมาให้บริการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งต้องชื่นชมว่านอกจากสร้างไอเดียแล้ว ยังมีการลงมือปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรมด้วย
หากเพื่อนๆ สนใจรายละเอียดอื่นๆ หรือต้องการอ่านเนื้อหาฉบับเต็มก็สามารถเข้าไปอ่านต่อได้ที่ Link ด้านล่างนะครับ
ที่มาของบทความ : https://govinsider.asia/smart-gov/immersion-and-robots-the-next-chapter-for-singapores-libraries/

สวัสดีปีใหม่ 2564 นะครับชาวบรรณารักษ์และคนทำงานห้องสมุดทุกท่าน เชื่อว่าในเดือนนี้คงมีหลายๆ ห้องสมุดต้องปิดให้บริการ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ …

นโยบายที่บรรณารักษ์และคนทำงานต้องปฏิบัติ คือ WFH (Work From Home)
หลายคน ขนหนังสือกลับบ้านไปเพื่อ Catalog
หลายคน เตรียมให้บริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้าจากที่บ้าน
หลายคน อาจต้องแวะเข้ามาห้องสมุดเพื่อนำหนังสือไปส่ง (Book Delivery)
หลายคน ใช้เวลานี้ในการเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ