วารสารห้องสมุด IFLA Journal ฉบับเดือนธันวาคม 2010

วารสารห้องสมุด IFLA Journal ประจำเดือนธันวาคม 2010 ออกแล้วครับ
เลยต้องนำมาลงให้เพื่อนๆ เข้าไปอ่านกัน (ดาวน์โหลดได้ฟรีๆ เลยครับ)

อย่างที่เคยลงเอาไว้แหละครับว่า IFLA Journal ออก 3 เดือนครั้ง และออกมาในรูปแบบ PDF ไฟล์
ซึ่งครั้งที่แล้วผมนำฉบับเดือนตุลาคมมาลงซึ่งเพื่อนๆ หลายคนก็เมล์มาบอกผมว่าชอบ
และถ้าฉบับใหม่มาให้นำมาลงให้อ่านบ้าง ผมก็เลยจัดไปอย่าให้เสีย

วารสาร IFLA Journal ฉบับนี้มีเรื่องน่าสนใจอะไรบ้างไปดูกันก่อนเลยครับ

– Diversity in librarianship: The United States perspective
– Preserving traditional knowledge: Initiatives in India
– Assessing information literacy competency of Information Science and Library Management graduate students of Dhaka University
– Research output in the field of natural sciences: A bibliometric case study of Jamia Millia Islamia University, New Delhi
– Non-users? evaluation of digital libraries: A survey at the Universita` degli studi di Milano
– Building capacity through the IFLA Building Strong Library Associations programme

เข้าไปดาวน์โหลดเต็มๆ เล่มได้ที่
http://www.ifla.org/files/hq/publications/ifla-journal/ifla-journal-36-4_2010.pdf

เอาเป็นว่าแต่ละหัวข้อและบทความน่าอ่านมากๆ จริงๆ ครับ
ที่สำคัญของฟรีๆ แบบนี้มีให้อ่านเรื่อยๆ ดังนั้นไม่อยากให้พลาดกัน
โหลดไปอ่านแล้วส่งต่อให้เพื่อนๆ อ่านกันด้วยนะครับ

สำหรับเล่มเก่าๆ ก็ลองเข้าไปดูได้ที่ http://www.ifla.org/en/ifla-publications นะครับ

ปล. IFLA Journal ฉบับเดือนตุลาคม 2010 อ่านได้ที่
http://www.libraryhub.in.th/2010/10/28/ifla-journal-volume-36-no-3-october-2010/

สรุปงานประชุมประจำปีของสมาคมห้องสมุดฯ 2553

วันนี้ผมขอนำสรุปการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 และประชุมวิชาการเรื่อง ?การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ : สรรค์สร้างสังคมไทยเป็นสังคมการอ่าน? โดยสมาคมห้องสมุดฯ ได้สรุปข้อมูลออกมาเป็น File PDF และอัพโหลดขึ้นเว็บของสมาคมฯ แต่หลายๆ คนอาจจะไม่สะดวกในการอ่านใน file PDF ผมจึงขออนุญาติแปลงข้อมูลออกมาลงบล็อกของผมให้เพื่อนๆ ได้อ่านครับ

ไฟล์ต้นฉบับอ่านได้ที่ http://tla.or.th/pdf/an2553.pdf

ไฟล์ที่ผมแปลงออกมา อ่านได้เลยด้านล่างนี้ครับ

การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 และประชุมวิชาการเรื่อง ?การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ : สรรค์สร้างสังคมไทยเป็นสังคมการอ่าน?

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พุทธศักราช 2553 เวลา 9.00 น. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 และประชุมวิชาการเรื่อง ?การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ : สรรค์สร้างสังคมไทยเป็นสังคมการอ่าน? จัดโดย สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอล์ล A-B โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร ศาสตราจารย์พิเศษ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต นายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ได้กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ในการจัดงานว่า สืบเนื่องจาก คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2552 ให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ ให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปี เป็นวันรักการอ่าน ให้ พ.ศ. 2552-2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่าน และให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นกลไกขับเคลื่อนการส่งเสริมการอ่านให้เกิดเป็นรูปธรรม สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านมาโดยตลอด สนับสนุนให้ห้องสมุดสถานศึกษาและสถาบันต่างๆ มีบทบาทในการปลูกฝังและส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ได้มีบทบาทร่วมกับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ และการอ่านในการผลักดันเรื่องของการอ่านให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อพัฒนาคนไทยและประเทศไทยสู่สังคมความรู้ได้อย่างยั่งยืนแม้ในยามที่ประเทศชาติเผชิญปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจและได้นำเรื่องการอ่านเป็นวาระแห่งชาตินี้ เป็นหัวข้อในการประชุมวิชาการของสมาคมฯ ตั้งแต่ปี 2552 ที่ผ่านมา สำหรับในปี 2553 นี้ สมาคมฯ ได้กำหนดการประชุมวิชาการประจำปีของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ในหัวข้อ ?การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ: สรรค์สร้างสังคมไทยเป็นสังคมการอ่าน? เพื่อเน้นย้ำให้ห้องสมุดและสถานศึกษาร่วมกันรณรงค์เรื่องความสำคัญของการอ่าน และตระหนักในบทบาทการส่งเสริมการอ่านและสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนทุกเพศ ทุกวัย และทุกสาขาอาชีพ เพื่อสร้างสังคมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต จากนั้น ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 และประชุมวิชาการของสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ โดยมีใจความสรุปว่า

?…ขอขอบคุณที่สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ที่ได้ตอบสนองแผนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่กำหนดให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิตใน 3 ประเด็น คือ 1.การพัฒนาคนไทยให้มีความสามารถในการอ่าน 2. การพัฒนาคนไทยให้มีนิสัยรักการอ่าน และ 3. การสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการอ่านอย่างยั่งยืน และสมาคมฯ ได้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อสรรคสร้างสังคมไทยเป็นสังคมการอ่านมาอย่างต่อเนื่อง… ในฐานะป็นประธานในการรณรงค์ส่งเสริมการอ่าน ได้ตั้งเป้าหมายให้คนไทยพัฒนาความสามารถในการอ่านและการรู้หนังสือ โดยภายในปี 2555 ประชากรวัยแรงงานจะต้องรู้หนังสือในระดับใช้งานได้ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 92.64 เป็นร้อยละ 99 ขณะที่ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถอ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 92.64 เป็นร้อยละ 95 และการอ่านหนังสือของคนไทยจะต้องเพิ่มขึ้นเฉลี่ยจากปีละ 5 เล่ม เป็น 10 เล่ม รวมทั้งเพิ่มแหล่งการอ่านที่มีคุณภาพให้ทั่วถึงทุกตำบลและชุมชน ตลอดจนเน้นสร้างภาคีเครือข่ายการอ่านเพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน…? ในโอกาสเดียวกันนี้ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกียรติบรรยายพิเศษเรื่อง ?การดำเนินงานทศวรรษแห่งการอ่านของรัฐบาล? และมอบโล่เกียรติคุณแก่ 1. บุคคลดีเด่นรางวัล ศาสตราจารย์พิเศษคุณหญิงแม้นมาส ชวลิต 2. ผู้มีอุปการคุณต่อวงการห้องสมุดจำนวน 8 ท่าน 3.บุคคลดีเด่นในวิชาชีพบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ จำนวน 6 ท่าน และ 4. รางวัลห้องสมุดดีเด่นจำนวน 17 แห่ง

รายนามบุคคลและห้องสมุดที่ได้รับรางวัลและโล่เกียรติคุณ ประจำปี 2553
– รางวัลศาสตราจารย์พิเศษ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต
นางจินัฏดา ชูช่วย

– ผู้มีอุปการคุณต่อวงการห้องสมุดและการศึกษาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์
1. นายไกรสร นันทมานพ
2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นรงค์ ฉิมพาลี
3. พระศุภคณิชย์ สุภจิตโต
4. นายเรื่องเดช วงศ์หล้า
5. รองศาสตราจารย์ ดร. ศิริพร ขัมภลิขิต
6. นางสาวสมสุณีย์ ดวงแข
7. นายสุเมธ สิมะกุลธร
8. ศาสตราจารย์ ดร. อักขราทร จุฬารัตน

– รางวัลบุคคลดีเด่นในวิชาชีพบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์
1. นางสาวกนกวรรณ นิลจาด
2. นางนฤมล กิจไพศาลรัตนา
3. นางนาตยา ไทพาณิชย์
4. นางสาวนิสา ป้อมภู่
5. นางระวีวรรณ แสงลอย
6. นางราศี แสงจักร

– รางวัลห้องสมุดดีเด่น ประจำปี 2553
1. หอสมุดกฎหมายมหาชน สำนักงานศาลปกครอง
2. ห้องสมุดโรงเรียนม่วงสามปี จังหวัดลำพูน
3. ห้องสมุดโรงเรียนบ้านแพะ จังหวัดอุตรดิตถ์
4. ห้องสมุดโรงเรียนชุมแพพิทยาคม จังหวัดขอนแก่น
5. ห้องสมุดโรงเรียนบ้านเจ้าเณร จังหวัดกาญจนบุรี
6. ห้องสมุดหลวงพธานอำนวยกิจ โรงเรียนบ้านพูด กรป. กลาง จังหวัดพัทลุง
7. ห้องสมุดพระครูภาวนารังสี โรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล (ภาวนารังสี) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
8. ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
9. ห้องสมุดโรงเรียนพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา
10. ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก โรงเรียนปากท่อพิทยาคม จังหวัดราชบุรี
11. ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติฉลองครองราชย์ครบรอบ 60 ปี ในหลวง โรงเรียนบ้านบูกิ๊ดยือแร จังหวัดนราธิวาส
12. ห้องสมุดโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายประถม) กรุงเทพมหานคร
13. ห้องสมุดคอวนิช โรงเรียนนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
14. หอสมุด 72 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ห้องสมุดโรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล จังหวัดสกลนคร
15. ห้องสมุดโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
16. ห้องสมุดโรงเรียนสตูลวิทยา จังหวัดสตูล
17. ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ 48 พรรษา โรงเรียนสารวิทยา กรุงเทพมหานคร

ข้อความที่ถอดออกมาก็ได้แบบนี้แหละครับ หวังว่าเพื่อนๆ จะอ่านกันง่ายขึ้นนะครับ
เครดิต
ครั้งนี้ผมยกให้สมาคมห้องสมุดฯ แล้วกันที่เป็นคนสรุปงานออกมา
แต่อยากให้สมาคมห้องสมุดเปลี่ยนวิธีการในการนำเสนอข้อมูลได้แล้ว
เนื่องจากการอ่านไฟล์ PDF มันมีขั้นตอนซับซ้อนนิดหน่อย แถมยังไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ด้วย

เอาเป็นว่าวันนี้ขอนำเสนอแค่นี้แล้วกัน เพื่อนๆ ก็สามารถแสดงความคิดเห็น หรือ ใครที่ไปร่วมงานแล้วเขียนสรุปมาก็ส่งมาให้อ่านกันบ้างนะครับ เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมจะได้รับความรู้เท่าเทียมกัน “การแบ่งปันความรู้คือพลังอันยิ่งใหญ่”

เว็บไซต์สมาคมห้องสมุด : http://tla.or.th

สรุปเรื่องห้องสมุดและบรรณารักษ์ยอดฮิตประจำเดือนธันวาคม 2553

การสรุปเรื่องยอดฮิตของบล็อกห้องสมุดและบรรณารักษ์ประจำเดือนธันวาคมมาแล้วครับ
เดือนนี้เป็นเดือนที่คนเข้าบล็อกของผมน้อยกว่าเดือนที่แล้ว อาจจะเนื่องมาจากวันหยุดเยอะ

เดือนธันวาคมที่ผ่านมา บล็อกเรื่องไหนได้คะแนนนิยมมากที่สุด 10 อันดับ

1. 25% – เพื่อนๆ คิดยังไงกับบทความ “ว่าไงนะ บรรณรักษ์ตายแล้วหรือ”
2. 17% – แนวโน้มของ Social Media กับงานห้องสมุดในปี 2011
3. 14% – สรุปประเด็นในกลุ่มบรรณารักษ์ไทยใน Facebook#2
4. 14% – คำว่า CYBRARIAN ย่อมาจากอะไร
5. 8% – เทศกาลให้หนังสือเป็นของขวัญ ครั้งที่ 1 (Book For Gift 2010)
6. 7% – สรุปประเด็นในกลุ่มบรรณารักษ์ไทยใน Facebook#1
7. 7% – ไอเดียการจัดต้นคริสต์มาสในห้องสมุดทั่วโลก
8. 7% – กลุ่มบรรณารักษ์ไทย (Librarian in Thailand) ใน Facebook
9. 6% – การแบ่งปันความรู้คือพลังอันยิ่งใหญ่ (Sharing Knowledge is Power)
10. 5% – วีดีโอเมื่อบรรณารักษ์กลายเป็นมนุษย์ดัดแปลง Cybrarian

ปล. เรื่องยอดฮิตมีเกณฑ์ในการให้คะแนนเรื่องยอดฮิตมาจาก จำนวนคนเข้าดู, จำนวนคนคอมเม้นต์, จำนวนเรื่องที่ถูกอ้างอิง

เอาเป็นว่าตรงใจหลายๆ คนหรือปล่าวครับ คะแนนเหล่านี้มันจะถูกเก็บสะสมต่อไปเรื่อยๆ นะครับ
ดังนั้นหากเพื่อนๆ ชอบเรื่องไหนเป็นพิเศษก็โหวตกันได้ (ด้านล่างของบทความจะมีรูปดาวให้ใส่คะแนนได้)

เดือนมกราคมเรื่องไหนจะได้รับความนิยม เรามาลุ้นได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นะครับ แล้วพบกับการรายงานแบบนี้ได้ใหม่ทุกต้นเดือน

นายห้องสมุดทักทายบรรณารักษ์ในวันปีใหม่ (Happy New Year 2011)

เนื่องในวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ 2554 (วันแรกของปี 2554) วันนี้ผมก็มี ส.ค.ส. มาอวยพรให้เพื่อนๆ เหมือนกัน
เอาเป็นว่าไปดู ส.ค.ส. ของผมก่อนดีกว่าแล้วก็รับคำอวยพรของผมไปด้วยนะครับ

การ์ดอวยพรด้านบนเป็นภาพของห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานีครับ

ในปี 2554 นี้ ผมในฐานะบล็อกเกอร์ห้องสมุดและบรรณารักษ์ก็ขออวยพรให้เพื่อนๆ :-
– ขอให้มีความสุขกาย สุขใจ คิดสิ่งใดก็ขอให้ได้ตามที่คิด
– สุขภาพร่างกาย และจิตใจดี ปราศจากโรคภัยเบียดเบียน
– ประสบความสำเร็จในการทำงาน เรียน หรือพัฒนางานด้านห้องสมุดหรือบรรณารักษ์
– พบเจอแต่สิ่งที่ดี และผ่านพ้นสิ่งเลวร้ายไปได้
– ฯลฯ

เอาเป็นว่าวันนี้ก็ขออวยพรให้เพื่อนๆ อย่างเดียวก่อนแล้วกันนะครับ

ไอเดียการจัดต้นคริสต์มาสในห้องสมุดทั่วโลก

ช่วงนี้เทศกาลแห่งความสุขไปไหนก็มีแต่ต้นคริสต์มาสและก็การประดับไฟอันสวยงามหลายที่
วันนี้ผมขอนำเสนอภาพไอเดียห้องสมุดจากทั่วโลกที่มีการตกแต่งห้องสมุดด้วยต้นคริสต์มาสกันนะครับ
(ปีที่แล้วผมนำเสนอเรื่องต้นคริสต์มาสหนังสือ ลองดูที่ เทศกาลคริสต์มาสกับชาวห้องสมุด)

ห้องสมุดแต่ละแห่งที่ผมยกมาต้องบอกก่อนว่ามีความพิเศษจริงๆ
เนื่องในเทศกาลแห่งความสุขนี้ผมจึงขอส่งความสุขให้เพื่อนๆ ด้วยภาพเหล่านี้แล้วกันนะครับ

1. ห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก – Library of Congress
(http://craigcorlphotography.blogspot.com/2010/12/christmas-in-washington-dclibrary-of.html)

2. ห้องสมุดที่โด่งดันในเรื่องกิจกรรม และ Social Media – New York Public Library
(http://www.flickr.com/photos/klingon65/5260913800/)

3. ต้นคริสต์มาส ณ Perth campus library
(http://librarycentraltafe.wordpress.com/2008/11/21/are-you-ready-for-christmas/)

4. การนำหนังสือมาเรียงกันเป็นต้นคริสต์มาส
(http://www.flickr.com/photos/89003088@N00/galleries/72157622833244727) (ลองเข้าไปดูนะมีรูปเยอะดี)

5. ต้นเล็กๆ แต่มีเยอะก็น่าสนใจนะ – Lompoc Library
(http://www.lompocrecord.com/news/local/article_d2f13b82-fea7-11df-8eed-001cc4c002e0.html)

6. ต้นคริสต์มาสแนวสร้างสรรค์จินตนาการ – Holmes County Library
(http://www.holmeslib.org/fol)

เอาเป็นว่าขอฝากไว้เพียงเท่านี้แล้วกันนะครับ ขอให้เพื่อนๆ มีความสุขในช่วงปีใหม่นี้และตลอดไปนะ

สรุปประเด็นในกลุ่มบรรณารักษ์ไทยใน Facebook#3

สรุปประเด็นและความคืบหน้าของกลุ่มบรรณารักษ์ไทยในช่วงวันที่ 22-27 ธันวาคม 2553 มาแล้วครับ
ประเด็นที่เกี่ยวกับห้องสมุดและบรรณารักษ์มีเพียบเหมือนเคย เราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

– 22/12/53 = “ช่วยแนะนำที่ฝึกงานห้องสมุดแบบเจ๋งๆ ให้หน่อย” มีผลสรุปดังนี้
– เพื่อนๆ ช่วยกันแนะนำที่ฝึกงานห้องสมุด ดังนี้ TCDC, Tkpark, หอสมุดแห่งชาติ, ม.ศิลปากร, แบงค์ชาติ, ห้องสมุดมารวย, ห้องสมุดกรมวิทย์, STKS เอาเป็นว่าก็เป็นแนวทางที่ดีนะครับ

– “ความขัดแย้งระหว่างบรรณารักษ์ยุคเก่าที่ไม่ยอมรับไอทีกับบรรณารักษ์ยุคใหม่ที่อะไรๆ ก็ไอที เราจะประณีประนอมยังไง” มีผลสรุปผลดังนี้
– พยายามพูดคุยกันให้มากๆ และคำนึงถึงผู้ใช้บริการ เพราะไม่ว่าจะเป็นวิธีการแบบเก่าหรือใหม่ที่สุดแล้วเราก็ต้องทำให้ผู้ใช้บริการของเราพอใจที่สุด
– ยึดตามแผนและ นโยบายของห้องสมุด ทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด
– หาคนกลางที่ช่วยคอยประสานระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่
– เด็กรุ่นใหม่ก็ควรให้ความเคารพผู้ใหญ่หน่อยเพราะว่าเราอยู่ในสังคมไทยก็ทำตามผู้ใหญ่แล้วกัน
– เอาข้อดีข้อเสียของการทำงานมาเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนและเลือกใช้มันให้ถูก

– ร่วมกันแสดงความยินดี สำนักหอสมุด ม.นเรศวร ที่ได้รับรางวัลชมเชย : สถาบันอุดมศึกษา ประเภทรางวัลนวัตกรรมการให้บริการ “การให้บริการห้องสมุดด้วยรูปแบบสมัยใหม่” รางวัลคุณภาพการให้บริการประชาชน และรางวัลมาตรฐานศูนย์บริการ/เคาน์เตอร์บริการประชาชน ประจำปี 2553 จากสำนักงาน ก.พ.ร.

– “ความเหมือนและความต่างระหว่าง Wikileaks และ Facebook” มีดังนี้
– สิ่งที่เหมือนกัน : Wikileaks และ Facebook มีจุดมุ่งหมายเพื่อแบ่งปันเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานหรือเรื่องส่วนตัว
– สิ่งที่แตกต่างกัน : Wikileaks เน้นไปที่การเผยแพร่ความลับทางการฑูตและความลับของรัฐบาลทั่วโลก ส่วน Facebook เน้นการแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัว ความรู้ ความบันเทิงระหว่างกลุ่มสมาชิก

– “หนังสือหมวดใดในห้องสมุดของพวกคุณมีผู้ใช้บริการอ่านมากที่สุด…” มีผลสรุปดังนี้
– เพื่อนๆ ช่วยกันสรุปซึ่งประกอบด้วยหมวดนวนิยาย เรื่องสั้น วรรณกรรมเยาวชน

– “บรรณารักษ์ วันคริสมาส และเทศกาลปีใหม่ เกี่ยวข้องกันหรือไม่อย่างไร? แล้วห้องสมุดมีจัดกิจกรรมอะไรที่เป็นพิเศษหรือไม่” มีผลสรุปดังนี้
– ห้องสมุดแม่โจ้ จัดกิจกรรม ส่งความสุข (ส.ค.ส.)? โดยแจกโปสการ์ดให้ผู้ใช้บริการ
– มอ.ปัตตานีจัดกิจกรรมคริสมาสต์พาโชคค่ะ ให้ผู้ใช้ตอบคำถามง่าย ๆ เกี่ยวกับบริการของห้องสมุด เมื่อตอบถูกแล้ว ให้หยิบฉลากรางวัลซึ่งแขวนไว้ที่ต้นคริสมาสต์
– งานวารสาร ห้องสมุด มรม. จัดกิจกรรมแฟนพันธุ์แท้ สะสมแต้มรับสิทธิจับฉลากปีใหม่

– “เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะทำกิจกรรม KM สำเร็จโดยไม่ยึดติดกับ Model ใดๆ”? มีผลสรุปดังนี้
– การมีโมเดลจะทำให้ผู้ปฏิบัติรู้ทิศทางและมุ่งไปด้วยกันทั้งองค์กร
– การไม่ยึดโมเดลก็ไม่มีผลถ้าเรามีวิธีการแลกเปลี่ยนหรือจัดการความรู้จะมีหรือไม่มีก็ไม่มีผล
– KM เป็นเรื่องที่ต้องเปิดใจ ให้ แบ่งปัน เรียนรู้


– วิจารณ์บทความเรื่อง “บรรณารักษ์แบบไหน? ที่สังคมไทยควรมีในห้องสมุด” มีผลสรุปดังนี้

– คนเขียนก็มีมุมมองเรื่องบรรณารักษ์และห้องสมุดในมุมมองแบบนั้นอยู่แล้ว ไม่ต้องไปสนใจหรอก
– การที่มีคนเขียนแบบนี้ก็ดีอีกแบบ คือ มีคนช่วงเป็นกระบอกเสียงให้พวกเรา และกระตุ้นให้รัฐบาลได้ตระหนักในการพัฒนาห้องสมุดสักที
– คนเราย่อมมีมุมมองคนแบบเราก็อาศัยมุมมองเหล่านี้มาปรับปรุงและพัฒนาตัวเองได้

– แนะนำเว็บไซต์ที่น่าสนใจ เช่น
World Public Library Association – http://worldlibrary.net/
World eBook Fair – http://www.worldebookfair.org/
“เปิดโลกการอ่านด้วยวรรณกรรมระดับโลก” ครั้งที่2 ปี2554 – http://www.nanmeebooks.com/reader/news_inside.php?newsid=761
ทำความรู้จักหลักสูตรแบบ 4+2 ของกระทรวงศึกษาธิการ – http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=21795&Key=news_chaiyos
ห้องสมุดดิจิตอลแหล่งรวมหนังสือดีสำหรับเด็ก – http://en.childrenslibrary.org/
ห้องสมุดดิจิทอล World Digital Library – http://www.wdl.org/en/

– ประชาสัมพันธ์งานสัปดาห์ห้องสมุดประจำปีการศึกษา 2553 ระหว่างวันที่ 12-14 มกราคม 2554 ณ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยรังสิต

– MV เพลง “บุ๋ง” ซิงเกิ้ลที่สองจาก มารีญา ถ่ายในห้องสมุดด้วย ไปลองดู http://www.youtube.com/watch?v=UYn2bI1J65Q

เอาเป็นว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องคร่าวๆ แบบนี้แหละครับ
ไม่แน่ใจว่ายาวไปหรือปล่าว ผมว่ากำลังดีนะ อาทิตย์ก่อนที่ยาวเพราะว่าดองไว้เกือบสองอาทิตย์
อาทิตย์นี้เลยต้องรีบเขียนเพราะจะได้ประเด็นและใจความสำคัญเต็มที่ ไม่อยากเน้นน้ำเยอะเดี๋ยวจะอ่านแล้วเบื่อซะก่อน

ปล. link ของบล็อกผมที่นำมาโพสที่นี่ผมไม่นำมาลงสรุปนะครับ เพราะเพื่อนๆ คงได้อ่านกันแล้ว

แวะมาชมห้องสมุดศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร

วันนี้มีโอกาสมาเดินเล่น ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ เลยขอแวะมาชมห้องสมุดของที่นี่สักหน่อย
ห้องสมุดศิลปวัฒนธรรมแห่งนี้ตั้งอยู่ ณ ชั้นใต้ดินของ “หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร”


เอาเป็นว่าผมขอนำเสนอข้อมูลตามสไตล์บรรณารักษ์ที่ชอบเที่ยวห้องสมุดแล้วกัน ดังนี้

Collection หลักๆ ของหนังสือที่นี่มีดังนี้
– หนังสือทั่วไป
– นวนิยาย
– เรื่องสั้น
– พระราชนิพนธ์ (ไม่ให้ยืม)
– หนังสืออ้างอิง
(ไม่ให้ยืม)
– หนังสือด้านศิลปะ (Collection หลักในห้องสมุดแห่งนี้)
– หนังสือเด็ก (มีมุมพิเศษที่แยกออกจากโซนปกติ)

การจัดกิจกรรมของห้องสมุดแห่งนี้ก็จะเน้นในเรื่องของกิจกรรมด้านศิลปะเป็นหลัก (เข้ากับสถานที่)
เช่น การทำที่คั่นหนังสือ การทำโปสการ์ด ….. โดยกิจกรรมเหล่านี้เด็กๆ จะชอบมากๆ

นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมด้านไอทีบ้าง เช่น ไอทีเพื่อคนรุ่นใหม่ ฯลฯ

การเข้าใช้บริการห้องสมุดของที่นี่เปิดให้ทุกคนสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ตลอด
แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ห้องสมุดที่นี่ก็ขอความกรุณาให้ลงชื่อเข้าใช้ด้วย

ที่นั่งในห้องสมุดแห่งนี้มีเยอะมากและเลือกนั่งได้หลายแบบ เช่น โต๊ะอ่านเป็นกลุ่ม ที่นั่งแบบโซฟา ฯลฯ
จำนวนที่นั่งผมนับคร่าวๆ จำนวนเกือบๆ 100 ที่นั่ง
นับว่าเยอะดีครับ

บรรยากาศภายในก็เงียบสงบดี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้สมาธิเพื่อการอ่านหนังสือ
นอกจากหนังสือที่ให้บริการแล้วที่นี่ยังมีคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการด้วยนะครับ

การสมัครสมาชิกก็เหมือนกับห้องสมุดในกรุงเทพแห่งอื่นๆ แหละครับ (สังกัดเดียวกัน)
คือสมัครสมาชิกปีนึง 10 บาท และค่ามัดจำหนังสือ 40 บาท รวมๆ แล้ว 50 บาทครับ
ผมว่าคุ้มค่ามากๆ ยืมหนังสือได้ 2 เล่ม 1 สัปดาห์ หากคืนเกินกำหนดก็จะปรับเล่มละ 1 บาทต่อ 1 วัน

ที่นี่มี WIFI ให้ใช้ด้วยนะครับ แต่ต้องมาแจ้งที่เคาน์เตอร์บริการทุกครั้ง
เนื่องจากจะมีการเปลี่ยนรหัสสำหรับการเข้าใช้ทุกวัน
โดยเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนทุกวันเนื่องจากต้องการเก็บสถิติการใช้งาน Wifi ในห้องสมุดครับ

ห้องสมุดแห่งนี้มี facebook ด้วยนะ ลองเข้าไปดูได้ที่ http://www.facebook.com/artlibrary

เอาเป็นว่าหากใครว่างๆ และแวะมาเที่ยวแถวๆ นี้ ผมก็ขอแนะนำห้องสมุดแห่งนี้ไว้เป็นที่อ่านหนังสือดีๆ อีกที่หนึ่ง

สำหรับการเดินทางมาที่นี่ เพื่อนๆ สามารถดูคำแนะนำด้านล่างนี้ได้เลย
“หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร” ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกปทุมวัน ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน 10330 เปิดให้บริการในวันอังคาร-วันอาทิตย์ ในเวลา 10.00-21.00 น. มีรถประจำทางสาย 11, 15, 16, 21, 25, 29, 34, 36, 47, 50, 54, 79, 93, 141, 204, 501 ผ่าน และสามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ หรือสถานีสยาม แล้วเดินมาตามทางเชื่อมเข้าสู่อาคารหอศิลปวัฒนธรรมฯ ได้เลย

ชมภาพบรรยากาศภายในห้องสมุดได้เลยครับ (ภาพบางส่วนผมนำมาจาก facebook ของห้องสมุดนะครับ)

[nggallery id=34]

แนวโน้มของ Social Media กับงานห้องสมุดในปี 2011

วันนี้เข้าไปอ่านบล็อกของกลุ่ม Social Network Librarian มาพบบทความที่น่าสนใจ
โดยบทความเรื่องนี้จะชี้ว่า Social Media กับงานห้องสมุดในปีหน้าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร

ต้นฉบับเรื่องนี้ชื่อเรื่องว่า “Social Media and Library Trends for 2011” จากบล็อก socialnetworkinglibrarian

เมื่อปีก่อนผมได้เขียนเกี่ยวกับเรื่อง Trend ด้านเทคโนโลยีของห้องสมุดในปี 2010 มาแล้ว
ลองอ่านดูที่ “ห้องสมุดกับทิศทางในการใช้ Social Networking ปีหน้า” ซึ่งประกอบด้วย
1. Mobile applications.
2. E-book readers.
3. Niche social networking.
4. Google Applications.
5. Google Books.
6. Library socialized.
7. Open source software.
8. Podcasting and ItunesU.
9. Social networking classes for patrons.
10. Library Marketing.

ในปี 2011 บล็อก socialnetworkinglibrarian ก็ได้บอกว่า Trend ในปี 2011 มีดังนี้
1. Mobile applications
2. QR Codes
3. Google Applications
4. Twitter
5. Virtual reference
6. Collaboration between librarians
7. Teaching social media classes
8. Using social media for library promotion

จะสังเกตได้ว่า บางอย่างยังคงเดิม เช่น Mobile applications, Google Applications, Collaboration, Teaching social media classes และ library promotion ซึ่งแนวโน้มของสิ่งเหล่านี้มันก็บ่งบอกว่าเทคโนโลยียังคงปรับตัวเองไปเรื่อยๆ เช่นกัน ปีที่แล้วเราอาจจะพูดเรื่องการสร้างรูปแบบของเว็บไซต์ห้องสมุดในแบบที่ใช้ในมือถือ ปีนี้ผมมองในส่วนของเรื่องโปรแกรมห้องสมุดที่หลายๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้สะดวกสบายในการเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น เอาเป็นว่าก็เป็นสิ่งที่น่าติดตาม

ส่วนตัวใหม่ๆ ที่เข้ามาในปีนี้ เช่น QR Codes, Twitter, Virtual reference จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ใหม่ในวงการไอทีหรอกครับ แต่ปีที่ผ่านมาจากการประชุมหลายๆ งานที่จัดได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้มากขึ้น ปีก่อนเราพูดกันในภาพรวมของ social network โดยเฉพาะ Facebook มาปีนี้ Twitter มาแรงเหมือนกัน ห้องสมุดก็ต้องตามสิ่งเหล่านี้ให้ทันด้วย

ผมขอแสดงความคิดเห็นอีกเรื่องนึงคือ E-book readers ซึ่งจริงๆ ผมก็ยังมองว่ามันเป็น trend อยู่
เนื่องจากราคาที่ถูกลงจนสามารถหาซื้อมาใช้ได้แล้ว แต่ข้อจำกัดอยู่ที่หนังสือภาษาไทยอาจจะยังมีไม่มาก
ผมก็ฝากบรรดาสำนักพิมพ์ในไทยด้วยนะครับว่า ถ้าสำนักพิมพ์ต่างๆ ออกหนังสือมาทั้งสองแบบ (ตัวเล่ม + E-book)

เป็นไงกันบ้างครับกับ Trend ด้าน Social Media ในวงการห้องสมุด
เพื่อนๆ คงเห็นภาพกว้างแล้วแหละ ลองแสดงความคิดเห็นมากันหน่อยครับว่าเพื่อนๆ เห็นต่างจากนี้อีกมั้ย
แล้วมี trend ไหนอีกบ้างที่ห้องสมุดของพวกเราต้องมองตาม…

คำว่า CYBRARIAN ย่อมาจากอะไร

วันนี้นั่งทำอะไรเพลินๆ เลยขอนำคำศัพท์ด้านบรรณารักษ์มาถอดเป็นตัวอักษรสักหน่อย
เรื่องแนวๆ แบบนี้ผมเคยเขียนแล้ว เช่น รู้มั้ยว่า LIBRARY ย่อมาจากอะไร (ลองอ่านย้อนดู)
ศัพท์ที่ผมจะนำมาถอดความ คือ คำว่า “CYBRARIAN” หรือ “บรรณารักษ์ยุคใหม่”

CYBRARIAN มาจากคำว่า Cyber + Librarian
ภาษาไทยเมื่อแปลออกมาอาจจะเรียกได้ว่าเป็น
– บรรณารักษ์แห่งโลกคอมพิวเตอร์
– บรรณารักษ์แห่งโลกดิจิตอล
– บรรณารักษ์ยุคใหม่
– บรรณารักษ์แห่งโลกออนไลน์

แต่การจะเป็นบรรณารักษ์รุ่นใหม่ได้ต้องเรียนรู้อะไรบ้างหล่ะ
เอาเป็นว่าผมขอแทรกความคิดที่ได้จากตัวอักษร C-Y-B-R-A-R-I-A-N ดังนี้

ปล. ไม่มีตำราที่เขียนเรื่องนี้นะครับการถอดตัวอักษรออกมาเป็นไอเดียที่ผมคิดเอง
เพื่อนๆ อาจจะคิดและต่อยอดเป็นคำอื่นๆ ได้อีก ซึ่งผมก็ไม่ได้สงวนเอาไว้นะ อิอิ

CYBRARIAN ย่อมาจาก
C – Creative, Cyber, Collaboration (ความคิดสร้างสรรค์, โลกไซเบอร์, ทำงานร่วมกัน – มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานและรู้จักหาวิธีในการแก้ไขปัญหา ปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยี และทำงานกันเป็นทีม)
Y – You / USER (ผู้ใช้บริการ – เข้าใจและรู้จักความต้องการของผู้ใช้บริการของห้องสมุด)
B – Brainstorm, Book, Beyond (ระดมความคิด, หนังสือ, ก้าวหน้า – ทำงานกันเป็นทีมช่วยกันเสนอความคิดเห็น และพัฒนาห้องสมุดให้ก้าวหน้าต่อไป)
R – Reference (ตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า – บริการด้านสารสนเทศให้ผู้ใช้บริการ)
A – Advice (คำแนะนำ – ให้คำแนะนำผู้ใช้บริการและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้)
R – Read, Report (อ่าน, รายงาน – รักการอ่าน และนำเสนอได้ รายงานเป็น)
I – Idea, IT, Internet (ไอเดีย, ไอที, อินเทอร์เน็ต – ค้นหาไอเดียใหม่ๆ ทำงานด้วยไอที และเพิ่งพาอินเทอร์เน็ต)
A – Answer (คำตอบ – มีคำตอบในทุกเรื่องที่ผู้ใช้บริการถาม)
N – Nothing Impossible (ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ – ทำได้ทุกอย่าง ไม่ได้ก็เรียนรู้เอา)

เอาเป็นว่าตัวอักษรทั้งหมดคือความรู้ ความสามารถและทักษะที่บรรณารักษ์ยุคใหม่ควรรู้
ตัวอักษรที่ผมยังคงเน้นย้ำคือ Y (ไม่ได้หมายถึงชื่อผมนะ) นั่นคือ? User หรือผู้ใช้บริการ
หัวใจสำคัญไม่ว่าเราจะเป็น Librarian หรือ Cybrarian สิ่งที่เราต้องทำคือ ทำเพื่อผู้ใช้บริการ

ก็ขอฝากไว้แค่นี้แล้วกันครับวันนี้ สำหรับใครที่ได้อักษรย่อแปลกๆ ก็สามารถนำมาเล่าสู่กันฟังได้ที่ ช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างนี้นะครับ

สรุปประเด็นในกลุ่มบรรณารักษ์ไทยใน Facebook#2

วันนี้ผมกลับมาแล้วครับ กับการสรุปความคืบหน้าและประเด็นต่างๆ ที่อยู่ในกลุ่มบรรณารักษ์ไทยใน Facebook นะครับ
เรื่องราวในช่วงวันที่ 11 ? 21 ธันวาคม 2553 มีเรื่องที่น่าสนใจในวงการห้องสมุดและบรรณารักษ์มากมาย ไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

ประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงการบรรณารักษ์ไทยที่น่าสนใจ มีดังนี้

– 11/12/53 = “เพื่อนๆ คิดยังไงถ้าหอสมุดแห่งชาติควรจะต้องทำการตรวจสอบสถานภาพหนังสือทุกเล่มใหม่ (Inventory)” มีผลสรุปดังนี้
– ควรทำการตรวจสอบข้อมูลแบบนี้ทุกปี เพื่ออัพเดทข้อมูลให้ตรงกับความเป็นจริง
– การที่ไม่ได้ทำนานจะทำให้ต้องใช้เวลามากในการปฏิบัติ แต่หากเราทำอย่างสม่ำเสมออยู่แล้วจะทำให้ใช้เวลาน้อยลง
– ถ้าหนังสือมันเยอะมากจริงๆ ก็สามารถทำโดยการแบ่ง collection แล้วค่อยๆ ไล่ทำก็ได้

– 13/12/53 = “ห้องสมุดประชาชนกับการเก็บค่าใช้บริการประชาชนเหมาะสมเพียงใด” มีผลสรุปดังนี้
– เก็บได้แต่ต้องไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน เงินที่เก็บเอาไปพัฒนาและซ่อมแซมห้องสมุด
– ทำเครือข่ายให้ห้องสมุด สนับสนุนการสร้าง friend of Library

– จากบทความ “ว่าไงนะ บรรณารักษ์ตายแล้ว?” ที่ผมเขียนลงในกรุงเทพธุรกิจ บรรณารักษ์ได้ให้ความเห็นดังนี้
– บรรณารักษ์เปลี่ยนบทบาทและให้ความสำคัญกับการเป็นตัวกลางในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้บริการ
– ปรับตัวและปรับใจยอมรับเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยอาจจะเรียนรู้จากผู้ใช้บริการก็ทำได้
– โดนใจ “บรรณารักษ์บางทีควรที่จะมีประตูหลายๆ บาน เพื่อมีช่องทางการเปิดรับที่หลากหลายและที่สำคัญต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลง”
– เห็นด้วย “เราคงต้องเป็นบรรณารักษ์ฟิวชั่น หรือบรรณารักษ์มิกซ์แอนแมช ระหว่างความเก่า ภาวะปัจจุบันและอนาคต”

– “ภาพยนตร์ หรือวรรณกรรมเรื่องใดบ้างครับที่กล่าวถึงห้องสมุดบ้าง”
– เพื่อนช่วยกันแนะนำซึ่งได้แก่ Harry Potter, librarian, My Husband 2, กฏหมายรักฉบับฮาร์วาร์ด, นิยายเรื่องรักร้อยพันใจ, การ์ตูน R.O.D. (Read or Die), ห้องสมุดสุดหรรษา, The mummy, The Shawshank Redemption, The Librarian quest for the spear, Heartbreak Library, จอมโจรขโมยหนังสือ, Beautiful life, NIGHT AT THE MUSEUM, Whisper of the heart, เบญจรงค์ 5 สี

– “ในการพัฒนาห้องสมุดเฉพาะ (และต้องทำงานคนเดียว) จะพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน การอ่านอย่างไร ให้เข้าถึงผู้ใช้มากที่สุด” มีผลสรุปดังนี้
– ส่งเสริมผ่าน Web 2.0 เช่น Social Network ควบคู่ไปกับ ส่งจดหมายข่าวผ่านช่องทาง Email
– กลยุทธ์ ปากต่อปาก (ของดีต้องบอกต่อ)
– หิ้วตะกร้าใส่หนังสือ นิตยสารไปส่งถึงที่ (ประมาณ book delivery)

– “การเก็บสถิติห้องสมุด มีประโยชน์อย่างไร และ เรื่องใดที่ควรเก็บสถิติ ?” มีผลสรุปดังนี้
– สถิติการยืม+การใช้ภายใน (in house use) เพื่อดูว่าหนังสือเล่มใดที่มีการใช้น้อยมากๆ จะได้หาทางประชาสัมพันธ์
– “ใช้เป็นหลักฐานในการสนับสนุนการทำงานทุกอย่าง เช่น การจัดเจ้าหน้าที่ให้บริการตามจุดต่างๆ การเคลื่อนย้ายที่มีเสียง การจัด event การจัดโปรโมชั่น การประชุมของเจ้าหน้าที่ ฯลฯ”
– แนะนำให้อ่านเรื่องนี้ที่ http://www.thailibrary.in.th/2010/11/25/new-technology-and-best-practice-in-library-services/ และ http://www.thailibrary.in.th/2010/11/29/library-stat/

– “โครงการไทยเข้มแข็งที่ช่วยยกระดับครูบรรณารักษ์ของห้องสมุดโรงเรียน” มีหลักการคือ สพฐ. ให้ภาควิชาบรรณารักษ์ อักษรจุฬาฯ ทำคู่มืออบรม เชิญอาจารย์จากภาควิชาบรรณารักษ์ทั่วประเทศมาอธิบายวิธีใช้คู่มือ แล้วให้กลับไปจัดอบรมและเป็นวิทยากรในพื้นที่ของตัวเอง

– กระทู้นี้น่าคิด “เมื่อไหร่บรรรณารักษ์จะมี “ใบประกอบวิชาชีพ”” มีผลสรุปดังนี้
– อยากให้มี ยกระดับมาตราวิชาชีพ และการยอมรับของสังคม ให้เห็นความสำคัญของวิชาชีพบรรณารักษ์ให้มากขึ้น
– จะสามารถทำได้ถ้ามี พรบ.สภาวิชาชีพบรรณารักษ์ ซึ่งต้องปรึกษานักกฎหมาย
– ข้อจำกัดและอุปสรรค คือ ต้องหาองค์กรที่มารับรองวิชาชีพของเราด้วย ซึ่งองค์กรนั้นจะต้องเข้มแข็งเช่นกัน
– น่าสนใจ “ทาบทามผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพบรรณารักษ์ ทาบทามนักกฎหมาย แล้วก็ร่าง พรบ.ร่วมกัน ระหว่างนั้นให้ศึกษาแนวทางในการจัดตั้งสภาบรรณารักษ์ มารองรับ พรบ.”

– หน่วยงานไหนทำ Institutional Repository คลังปัญญาของตัวเองบ้าง
– ผลสรุปจากเพื่อนๆ เสนอมาหลายหน่วยงาน ได้แก่ ม.สงขลานครินทร์, ม.ศรีปทุม, ม.ขอนแก่น, ม.จุฬา, กรมวิทยาศาสตร์บริการ

– “สอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับเทคโนโลยี RFID ในห้องสมุดมหาวิทยาลัยหน่อยครับ ว่าขณะนี้ห้องสมุดมหาวิทยาลัยใดใช้เทคโนโลยีแล้วบ้าง และมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร” มีผลสรุปดังนี้
– หน่วยงานที่มีการใช้งาน เช่น ม.พระจอมเกล้าลาดกระบัง, ศูนย์วิทยทรัพยากร จุฬาฯ, ม.รังสิต, ห้องสมุดแบงก์ชาติ, สำนักวิทยบริการ มรภ.พิบูลสงคราม
– ใช้เพื่อตรวจหาหนังสือที่วางผิดที่ผิดทาง, ใช้ตอนทำ inventory, ให้บริการยืมคืนอัตโนมัติ
– ข้อเสียส่วนใหญ่มาจากเรื่องของเทคนิคมากกว่า บางแห่งเจอในเรื่อง server ล่ม
– แนะนำให้อ่าน http://www.student.chula.ac.th/~49801110/

– โปรแกรมเลขผู้แต่ง น่าเอาไปใช้ได้ ไม่ต้องเปิดหนังสือ http://www.md.kku.ac.th/thai_cutter/

– ภาพถ่ายของห้องสมุดการรถไฟฯ เพื่อประชาชนจังหวัดหนองคาย เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าบรรณารักษ์มากๆ

– แนะนำ Facebook ของศูนย์ความรู้กินได้ http://www.facebook.com/kindaiproject

– วีดีโอของรายการเมโทรสโมสรมาเยี่ยมชมห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี http://www.youtube.com/watch?v=DzZqyVzCwtw

– ตัวอย่างการทำวีดีโอเปิดตัวศูนย์ความรู้กินได้ http://www.youtube.com/watch?v=cwyLMRwCdis

– กระทู้ยอดฮิตและผมต้องยกนิ้วให้มีสองเรื่องครับ โดยเรื่องแรกเป็นเรื่องที่ผมก็ลืมคิดไปในช่วงแรก คือ การแนะนำตัวว่าแต่ละคนทำงานที่ไหนหรือเรียนที่ไหน ส่วนเรื่องที่สองมาจากกระทู้ของน้องอะตอมในเรื่องครูบรรณารักษ์ที่มีหลายๆ คนแสดงความเห็น เอาเป็นว่าอันนี้ต้องไปอ่านกันเองนะครับไม่อยากสรุปเพราะกลัวจะทำให้เกิดการแตกแยก อิอิ เอาเป็นว่าอ่านกันเองมันส์กว่าครับ

สำหรับอาทิตย์นี้ผมต้องขออภัยในการอัพเดทล่าช้ามากๆ นะครับ เนื่องจากผมไม่มีเวลาในการเขียนบล็อกเลย
เอาเป็นว่าวันนี้บล็อกอาจจะยาวไปมาก แต่คร่าวหน้าสัญญาว่าจะอัพเดทให้ตรงเวลานะครับ

ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่มีส่วนร่วมในกลุ่มบรรณารักษ์ไทยใน Facebook นะครับ

เข้าร่วมกลุ่มกลุ่มบรรณารักษ์ไทยใน Facebook ได้ที่ http://www.facebook.com/home.php?sk=group_133106983412927&ap=1