โปรโมทห้องสมุดใน Facebook ดีกว่า

โปรโมทห้องสมุดใน Facebook ดีกว่า

ช่วงนี้กระแสการใช้งาน facebook กำลังมาแรงครับ เท่าที่ผมสังเกตมีคนใช้งานfacebook ในเมืองไทยมากขึ้น ดังนั้นห้องสมุดของพวกเราก็อย่าน้อยหน้ากันนะครับ เอาห้องสมุดของคุณไปอยู่ใน facebook กันเถอะ การสร้าง account facebook มันไม่ยากหรอกครับ แต่ประเด็นที่น่าคิดก็คือ…เราจะเอาข้อมูลห้องสมุดอะไรไปใส่ใน facebook บ้างหล่ะ??? วันนี้ผมไปอ่านเรื่องนึงมา เห็นว่าเกี่ยวกับประเด็นนี้พอดี เลยเอามาให้อ่านกันครับ ชื่อเรื่องว่า “10 Great Things to Include on Your Library?s Facebook Fan Page” ในบทความนี้ได้กล่าวถึงข้อมูล 10 อย่างที่ควรจะอยู่ในหน้า Facebook เราลองไปอ่านกันเลยดีกว่าครับว่ามีอะไรกันบ้าง ข้อมูล 10 อย่างที่เราควรเอาลงใน Facebook มีดังนี้ 1. photos of your library. รูปของห้องสมุดคุณ (อันนี้คงไม่ยากครับ ถ่ายมุมสวยๆ สัก 10 รูปกำลังดี) 2. a library video tour or other promotional videos. วีดีโอแนะนำห้องสมุดของคุณ (อันนี้อาจจะยากสักนิดในการถ่ายวีดีโอ แต่ถ้ามีผมว่าน่าสนใจครับ) 3. a calendar of library events. ปฏิทินกิจกรรมของห้องสมุดคุณ (พยายามอัพเดทตลอดนะครับ คนเข้ามาจะได้รู้ว่าเรา ตั้งใจทำ) 4. a rss feed of your library blog. feed ข้อมูลของเนื้อหาบนเว็บของคุณมาที่นี่ด้วยก็จะดีมากเลย 5. information about how to contact…

จำหรือเปล่าว่าบรรณารักษ์เรียนอะไรบ้าง

จำหรือเปล่าว่าบรรณารักษ์เรียนอะไรบ้าง

หลายปีแล้วสินะครับ ที่ผมไม่ได้กลับไปที่ มหาวิทยาลัยที่ผมเรียน สำหรับผมแล้วการเรียนที่ ม.สงขลานครินทร์ฯ วิชาเอกบรรณารักษ์ เป็นสิ่งที่มีความทรงจำมากมาย วันนี้ผมขอย้อนเวลากลับไปเล่าเรื่องเก่าๆ ในอดีตนะครับ ก่อนอื่น ผมคงต้องถามเพื่อนๆ ก่อนว่า เพื่อนๆ รู้มั้ยครับว่า “คนที่จบบรรณารักษ์เขาเรียนอะไรกันบ้าง” เอาหล่ะครับไม่ต้องเดามาก วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องราวเก่าๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ดู ปล.ข้อมูลนี้มาจากประสบการณ์ของผม และเป็นหลักสูตรที่ผมเรียนนะครับ ซึ่งอาจจะไม่เหมือนมหาวิทยาลัยอื่นๆ นะครับ รวมถึงวิชาที่เรียนอาจจะต่างกันบ้าง อันนี้เพื่อนๆ ก็ต้องลองดูกันนะ เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1 เทอม 1 – วิชา Use of libraries and study skill วิชานี้ผมได้รู้จักคำว่าห้องสมุดอย่างแท้จริงว่ามีหลายประเภทและเหนือสิ่งอื่นใด ผมรู้จักคำว่า ?service mind? ในวิชานี้นั่นเอง ปี 1 เทอม 2 – วิชา Audio Visual Material and Equipment for library and information center วิชานี้ผมได้เข้าใจเรื่องอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีในห้องสมุด ไม่ว่าจะเป็นสื่อปรพเภทต่างๆ ได้เข้าไปดูงานที่ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาด้วย ทำให้สนุกกับวิชาชีพนี้ขึ้นเรื่อยๆ ตอนแรกนึกว่าเรียนบรรณารักษ์จะเกี่ยวกับหนังสืออย่างเดียว เจอวิชานี้เข้าไปต้องเปลี่ยนความคิดเลย ปี 2 เทอม 1 – วิชา Fundamentals of library and information science – วิชา Mass Communication – วิชา Reading Improvement – วิชา Information technology เจอเข้าไปแต่ละวิชาตั้งแต่บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์เบื้องต้น…

การอบรมหลักสูตรการเข้าเล่มและซ่อมบำรุงรักษาหนังสือ

การอบรมหลักสูตรการเข้าเล่มและซ่อมบำรุงรักษาหนังสือ

วันนี้ผมขอแนะนำหลักสูตรสำหรับผู้ที่รักในสิ่งพิมพ์หรือหนังสือนะครับ หลักสูตรนี้ คือ หลักสูตรการเข้าเล่มและซ่อมบำรุงรักษาหนังสือ ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการอบรมครั้งนี้ ชื่อการอบรม : หลักสูตรการเข้าเล่มและซ่อมบำรุงรักษาหนังสือ วันและเวลาที่จัดการอบรม : 19 – 20 ตุลาคม 2552 สถานที่จัดการอบรม : สำนักหอสมุดแห่งชาติ ผู้จัดงานอบรม : สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย บางคนอาจจะบอกว่าการเย็บเล่มหนังสือเป็นเรื่องง่าย แต่คุณรู้มั้ยว่าการเย็บเล่มหนังสือให้ใช้งานได้นานๆ เป็นอย่างไร ต้องผ่านกระบวนการใดบ้าง ต้องเย็บด้วยอะไร ….. วิธีการเย็บเล่ม และการซ่อมบำรุงหนังสือ ถือว่าเป็นงานทุกคนควรจะรู้ ไม่ใช่เพียงแต่บรรณารักษ์นะครับ การที่เรารู้เรื่องการเย็บเล่ม และซ่อมบำรุงหนังสือ บางทีเราอาจจะออกมาทำธุรกิจทางด้านนี้ก็ได้นะครับ การอบรมครั้งนี้นอกจากทฤษฎีที่เพื่อนๆ จะได้รู้แล้ว ยังมีการฝึกปฏิบัติในการซ่อมหนังสือ และเย็บเล่มหนังสือจริงๆ ด้วย สำหรับหัวข้อในการอบรม ประกอบด้วย – หลักการและวิธีการเข้าเล่มและซ่อมหนังสือ – การบริหารจัดการ? วัสดุและอุปกรณ์ซ่อมหนังสืออย่างเป็นระบบ – เครื่องมือ อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการเข้าเล่มและซ่อมหนังสือ – วิธีเข้าเล่มทำปก และซ่อมหนังสือ การอบรมครั้งนี้ต้องเสียเงินนะครับ โดยถ้าเป็นสมาชิกของสมาคมห้องสมุดจะต้องจ่ายราคา 2,500 บาท แต่ถ้าไม่ใช่สมาชิกของสมาคมห้องสมุดจะต้องจ่ายในราคา 2,800 บาทครับ เอาเป็นว่าเพื่อนๆ สามารถโหลดใบสมัครได้ที่ — ใบสมัครหลักสูตรการเข้าเล่มและซ่อมบำรุงรักษาหนังสือ — หากเพื่อนๆ ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ http://www.tla.or.th

คุณรู้จักบล็อก Libraryhub ของผมได้อย่างไร

คุณรู้จักบล็อก Libraryhub ของผมได้อย่างไร

เปิดบล็อกนี้มาเกือยสี่เดือนแล้วนะครับ สมาชิกที่เข้ามาดูก็เพิ่มขึ้นมาก วันนี้ผมก็เลยขอสำรวจเพื่อนๆ ดูหน่อยว่าเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านบล็อกของผม “รู้จักบล็อกนี้ได้อย่างไร ใครแนะนำมา หรือว่าบังเอิญผ่านมาเจอ” ผมขอความร่วมมือจากทุกๆ คนด้วยนะครับ ช่วยกันตอบคำถามผมหน่อย [poll id=”10″] การสำรวจในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการศึกษาเรื่องการประชาสัมพันธ์บล็อกด้วยนะครับ บางครั้งคนทำบล็อกก็อยากรู้เหมือนกันว่า คนที่เข้ามาที่บล็อกของเรา รู้จักบล็อกของเราได้จากที่ไหนบ้าง แล้วทำไมถึงเข้ามาบล็อกของเราถูก เอาไว้ว่างๆ วันหลัง ผมจะเขียนสูตรการเรียกคนเข้าบล็อกห้องสมุด ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน และศึกษาไว้ใช้งานสำหรับห้องสมุดของเพื่อนๆ นะครับ

การจัดหมวดหมู่หนังสือแบบทศนิยมญี่ปุ่น (NDC)

การจัดหมวดหมู่หนังสือแบบทศนิยมญี่ปุ่น (NDC)

เพื่อนๆ หลายคนคงจะรู้จักการจัดหมวดหมู่หนังสือในห้องสมุดแบบต่างๆ มามากพอแล้ว เช่น ระบบเลขทศนิยมแบบดิวอี้, ระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกา, ระบบห้องสมุดการแพทย์ ฯลฯ วันนี้ผมขอแนะนำการจัดหมวดหมู่หนังสือในห้องสมุดตามแบบประเทศญี่ปุ่นบ้างนะครับ เนื่องจากที่รู้ๆ กันว่าผมเคยฝึกงานที่ห้องสมุดมูลนิธิญี่ปุ่น ดังนั้นจึงทำให้ผมรู้จักกับการจัดหมวดหมู่แบบนี้ ซึ่งการจัดหมวดหมู่หนังสือแบบญี่ปุ่นนี้มีความแตกต่างจากการจัดหนังสือที่ผมเคยเรียนมาอย่างสิ้นเชิง ผมขอเล่าให้ฟังแบบคร่าวๆ ก่อนนะครับ ถึงที่มาของการจัดหมวดหมู่แบบนี้ การจัดหมวดหมู่หนังสือแบบทศนิยมญี่ปุ่น หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษ ว่า Nippon Decimal Classification (NDC) เป็นการจัดหมวดหมู่ทรัพยากรสารสนเทศที่มีการใช้ในประเทศญี่ปุ่น และประเทศจีน โดยมีแนวความคิดและเผยแพร่โดย Japan Library Association ในปี 1956 ซึ่งเป็นการนำระบบการจัดหมวดหมู่แบบดิวอี้ (Dewey Decimal System) มาประยุกต์ในรูปแบบใหม่ โดยใช้เลขหมวดหมู่ใหญ่ คือ 000 ? 900 เหมือนแบบดิวอี้ แต่ต่างกันที่รายละเอียดนะครับ หมวดหมู่ใหญ่ ของการจัดหมวดหมู่หนังสือแบบทศนิยมญี่ปุ่น มีดังนี้ 000 ? หมวดทั่วไป 100 ? หมวดปรัชญา 200 ? หมวดประวัติศาสตร์ 300 ? หมวดสังคมศาสตร์ 400 ? หมวดวิทยาศาสตร์ทั่วไป 500 ? หมวดเทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ 600 ? หมวดอุตสาหกรรม และการพาณิชย์ 700 ? หมวดศิลปะ 800 ? หมวดภาษา 900 ? หมวดวรรณกรรม ดูๆ ไปก็คล้ายๆ ดิวอี้นะครับ ต่างกันที่หมวด 200, 400, 500, 800, 900 ส่วนการแบ่งหมวดหมู่ย่อยในลำดับที่สองยังคงใช้ concept เหมือนดิวอี้อีกนั่นแหละครับ…

ประมวลภาพห้องสมุดมูลนิธิญี่ปุ่น

ประมวลภาพห้องสมุดมูลนิธิญี่ปุ่น

เมื่อสักครู่นี้ ผมได้เขียนบล็อกเรื่อง “เล่าเรื่องตอนฝึกงานที่ ?ห้องสมุดมูลนิธิญี่ปุ่น?” ในบล็อกเรื่องนี้ผมขอเน้นข้อมูลอื่นๆ ของห้องสมุดแห่งนี้แล้วกันนะครับ ข้อมูลทั่วไปของห้องสมุดมูลนิธิญี่ปุ่น สถานที่ : ห้องสมุดมูลนิธิญี่ปุ่น ที่อยู่ : เจแปน ฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ชั้น 10 อาคารเสริมมิตร 159 สุขุมวิท 21, กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์ : 0 2260 8560-4 แฟกซ์ : 0 2260 8565 เว็บไซต์ : http://www.jfbkk.or.th/library/library_th.html ในห้องสมุดแห่งนี้มีบริการคล้ายๆ กับห้องสมุดอื่นๆ นั่นแหละครับ เพียงแต่เน้นที่เรื่องของ collection ที่ให้บริการในห้องสมุดนั่นแหละครับ หนังสือที่ให้บริการมีมากมายโดยเน้นไปที่หนังสือภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่ก็ยังพอมีหนังสือภาษาไทย และภาษาอังกฤษให้บริการบ้างนะครับ จุดเด่นของห้องสมุดแห่งนี้ เช่น – หนังสือ วารสาร นิตยสารภาษาญี่ปุ่นมากมาย ทั้งเรื่องแฟชั่น เทคโนโลยี วารสารวิชาการ – หนังสือแนวข้อสอบสำหรับผู้ที่ต้องการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น – วีดีโอ และสื่อมัลติมีเดียภาษาญี่ปุ่นมากมาย – การ์ตูนต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น – ฐานข้อมูลเพื่อการสืบค้นภาษาญี่ปุ่น – นิทรรศการวันสำคัญของญี่ปุ่นในโอกาสต่างๆ – รายการข่าวสาร สารคดี จาก NHK นี่ก็เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้นนะครับ ถ้าเพื่อนๆ อยากเห็นมากกว่านี้ผมก็แนะนำว่าให้เพื่อนๆ ไปชมกันเองน่าจะดีกว่านะครับ ปล.ภาพที่ผมนำมาให้เพื่อนๆ ชมนี้เป็นภาพเมื่อหลายปีก่อนนะครับ อาจจะไม่เหมือนอย่างในปัจจุบันนะครับ เพราะว่าในปัจจุบันห้องสมุดมีการปรับโฉมใหม่แล้วนะครับ ภายบรรยากาศโดยทั่วไปของห้องสมุดมูลนิธิญี่ปุ่น [nggallery id=13]

เล่าเรื่องตอนฝึกงานที่ ?ห้องสมุดมูลนิธิญี่ปุ่น?

เล่าเรื่องตอนฝึกงานที่ ?ห้องสมุดมูลนิธิญี่ปุ่น?

วันนี้ผมขอย้อนวันวานไปสักตอนที่ผมยังเรียนปริญญาตรีก่อนแล้วกัน ในตอนนั้นผมฝึกงานครั้งแรกของการเรียนบรรณารักษ์ โดยผมเลือกที่จะฝึกงานที่ ?ห้องสมุดมูลนิธิญี่ปุ่น?

Projectlib interview CEO Ijigg.com

Projectlib interview CEO Ijigg.com

Everyday I must be listen music from Ijigg.com And you? Where do you listen music? Open Ijigg – Search music – Push play – Listen it Very simple to listen music – Ijigg.com In this week Mr. Shadab Farooqui (CEO Ijigg.com) Live in Bangkok. I want to meet and Interview him. Thus I appointment him at Sunday. Today I have got a good chance from Mr. Shadab Farooqui (CEO Ijigg.com) Let?s Start Interview —————————————————————————————————– Projectlib : I want to you Introduction yourself. Ijigg.com : I?m Shadab Farooqui, an entrepreneur and…

เมื่อผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์เจ้าของ Ijigg.com

เมื่อผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์เจ้าของ Ijigg.com

บันทึกเรื่องเก่าๆ (ผมเคยเขียนที่ projectlib แล้ว) ทุกๆ วันผมต้องนั่งฟังเพลงจาก Ijigg.com แล้วพวกคุณหล่ะฟังเพลงจากไหนกันบ้าง ? ขั้นตอนง่ายในการฟังเพลงของผม คือ เปิด Ijigg.com ? หาเพลงที่อยากฟัง ? กดปุ่มเล่นเพลง ? แล้วก็ฟัง ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาหลายๆ คนที่ติดตามข่าวจากผมใน Twitter จะรู้ว่ามีเจ้าของเว็บไซต์แห่งหนึ่งมาเมืองไทย ซึ่งนั่นก็คือ Mr.Shadab Farooqui ซึ่งเป็น CEO ของเว็บไซต์ Ijigg.com ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอนัดเจอ และสัมภาษณ์เขา เพื่อนำมาให้เราเป็นกรณีศึกษาของเว็บไซต์ Ijigg.com ตอนแรกผมว่าจะแปลบทสัมภาษณ์แบบเป็นข้อๆ แต่ผมกลัวว่าเพื่อนๆ อาจจะสับสนกับประเด็นที่ผมสัมภาษณ์ เอาเป็นว่าผมเลยขอสรุปเป็นประเด็นสำคัญน่าจะดีกว่า เพราะผมเชื่อว่าคนที่อ่านบทสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษไม่ยากเกินความเข้าใจ ———————————————– สรุปประเด็นที่น่าสนใจของ Ijigg.com – Mr.Shadab Farooqui เป็นคนอินเดียแต่ไปใช้ชีวิตที่อเมริกาเป็นเวลา 13 ปี – Ijigg มีที่มาจากเพลงๆ นึงในสมัยยุด 70 คือ ?Getting Jiggy with it? ซึ่งคำว่า Jigg ไม่มีความหมาย แต่มันเป็นชื่อที่ง่ายต่อการจดจำ – กลุ่มศิลปินวงเล็กๆ ที่ตั้งกันเองในอเมริกามีเยอะมาก ดังนั้นเขาก็ต้องการโปรโมทเพลงของเขาจึงได้หันหน้าเข้าหาเว็บไซต์ต่างๆ – สามารถโหวตให้เพลงต่างๆ ได้ด้วย (เรียกว่า Jigg) – ทีมงานของ Ijigg ประกอบด้วย 3 พี่น้องตระกูล Farooqui คือ Mr.Shadab ดูแลเรื่องธุรกิจ, Mr.Zaid เป็นโปรแกรมเมอร์, Mr.Bilal ดูแลเครื่องมือต่างๆ – ตอนนี้ Ijigg มีคนสมัครเป็นสมาชิกมากกว่า 1…

หนูกำลังอ่านหนังสือในห้องสมุดนะค่ะ

หนูกำลังอ่านหนังสือในห้องสมุดนะค่ะ

วันนี้ผมเจอภาพขำๆ รูปนึง เลยเอามาฝากให้เพื่อนได้ชมแก้เครียดๆ กัน ภาพนี้มีหนูน้อยคนนึงเป็นพรีเซนเตอร์ด้วยนะครับ จริงๆ แล้วผมเข้าใจว่าคนถ่ายอาจจะต้องการแค่ถ่ายภาพเล่นๆ เท่านั้นนะครับ แต่ผมจะเอาไอเดียนี้แหละมาใช้เป็นสื่อในแง่ของ ข้อปฏิบัติในห้องสมุดสักหน่อยก็แล้วกัน จากภาพด้านบนเพื่อนๆ ดูแล้วรู้สึกเป็นไงบ้างหล่ะครับ อายเด็กกันมั้ย ขนาดเด็กยังรู้เลยว่าห้องสมุดต้องเงียบ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเด็ก ก็ขอความกรุณาเงียบสักนิดนะครับ อ่านหนังสือในใจไม่ต้องออกเสียง เพราะว่ามันจะสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้คนอื่นๆ นะ อะไรบ้างที่ทำให้เกิดเสียงในห้องสมุด – มีเพื่อนมาด้วย เลยขอคุยสักนิด แต่คุยไปคุยมาติดลมกัน ก็เลยสร้างเสียงขึ้นมา – มีโทรศัพท์เข้าครับ อาจจะเพราะว่างานด่วน หรืออะไรก็ตามที่ต้องคุย – หลับ จริงๆ ถ้าหลับก็ไม่ทำให้เกิดเสียงหรอกครับ แต่ถ้าหลับแล้วกรน อันนี้สาหัสหน่อย และยังมีอีกหลายๆ สาเหตุที่ไม่ขอกล่าวถึง เพราะว่าเพื่อนๆ คงรู้ว่าการส่งเสียงทำได้ง่ายมาก ดังนั้นวิธีนึงที่ผมเสนอกับ เพื่อนๆ บรรณารักษ์มาตลอด ไม่ว่าจะเป็น หามุมๆ หนึ่ง หรือเปิด section พิเศษสำหรับที่อ่านที่สามารถใช้เสียงได้ด้วย หรือจะหามุมสำหรับคุยโทรศัพท์ด้วยก็ดีครับ เพราะเข้าใจว่าทุกคนย่อมมีธุระเป็นของตัวเอง หรือจะเอามุมกาแฟมาแก้ง่วงดีมั้ยครับ จะได้ไม่ต้องหลับ เอาเป็นว่าทำไง คุณก็คิดๆ กันนะครับ แต่ขออย่างเดียวอย่าเอาเสียงของคุณ ไปรบกวนผู้ใช้ห้องสมุดคนอื่นเลยเถอะ เพราะว่าบางคนคงต้องใช้สมาธิในการอ่านหนังสือมากๆ สุดท้ายนี้บรรณารักษ์คนไหนดูรูปนี้แล้วมีแรงบันดาลใจอยากทำป้ายแบบนี้ก็ไม่ยากครับ ไปหาเด็กมาสักคนจับทำหน้าปากจู๋ แล้วก็ถ่ายเอามาแปะเป็นป้ายเตือนในห้องสมุดก็ได้ครับ ที่มาของรูปนี้ : http://farm4.static.flickr.com/3209/2928948144_bd32ba10d1.jpg