จำหรือเปล่าว่าบรรณารักษ์เรียนอะไรบ้าง

หลายปีแล้วสินะครับ ที่ผมไม่ได้กลับไปที่ มหาวิทยาลัยที่ผมเรียน
สำหรับผมแล้วการเรียนที่ ม.สงขลานครินทร์ฯ วิชาเอกบรรณารักษ์ เป็นสิ่งที่มีความทรงจำมากมาย
วันนี้ผมขอย้อนเวลากลับไปเล่าเรื่องเก่าๆ ในอดีตนะครับ

library-science

ก่อนอื่น ผมคงต้องถามเพื่อนๆ ก่อนว่า เพื่อนๆ รู้มั้ยครับว่า “คนที่จบบรรณารักษ์เขาเรียนอะไรกันบ้าง”
เอาหล่ะครับไม่ต้องเดามาก วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องราวเก่าๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ดู

ปล.ข้อมูลนี้มาจากประสบการณ์ของผม และเป็นหลักสูตรที่ผมเรียนนะครับ
ซึ่งอาจจะไม่เหมือนมหาวิทยาลัยอื่นๆ นะครับ รวมถึงวิชาที่เรียนอาจจะต่างกันบ้าง อันนี้เพื่อนๆ ก็ต้องลองดูกันนะ

เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1 เทอม 1

- วิชา Use of libraries and study skill

วิชานี้ผมได้รู้จักคำว่าห้องสมุดอย่างแท้จริงว่ามีหลายประเภทและเหนือสิ่งอื่นใด
ผมรู้จักคำว่า ?service mind? ในวิชานี้นั่นเอง

ปี 1 เทอม 2
- วิชา Audio Visual Material and Equipment for library and information center

วิชานี้ผมได้เข้าใจเรื่องอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีในห้องสมุด ไม่ว่าจะเป็นสื่อปรพเภทต่างๆ
ได้เข้าไปดูงานที่ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาด้วย ทำให้สนุกกับวิชาชีพนี้ขึ้นเรื่อยๆ
ตอนแรกนึกว่าเรียนบรรณารักษ์จะเกี่ยวกับหนังสืออย่างเดียว เจอวิชานี้เข้าไปต้องเปลี่ยนความคิดเลย


ปี 2 เทอม 1

- วิชา Fundamentals of library and information science
- วิชา Mass Communication
- วิชา Reading Improvement
- วิชา Information technology


เจอเข้าไปแต่ละวิชาตั้งแต่บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์เบื้องต้น
การประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการอ่าน และวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
เป็นไงบ้างหล่ะวิชาเอกบรรณฯ ของเรามีความหลากหลายขึ้นมากหรือปล่าว
อย่างที่เคยเขียนบความก่อนหน้าว่าทำไมผมถึงเรียนและเป็นบรรณารักษ์
เพราะขนาดวิชายังมีความหลากหลายและทุกวิชาชีพมีความเกี่ยวข้องกันนั่นเอง

ปี 2 เทอม 2
- วิชา Collection development
- วิชา Library service
- วิชา Application of information technology
- วิชา Computer for library system


วิชาที่เรียนในเทอมนี้เน้นไปในส่วนของห้องสมุดทั้งในงานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ
งานบริการในห้องสมุด รวมถึงงานไอทีในห้องสมุดด้วย
เทอมนี้เป็นเทอมที่ผมรู้สึกว่าบรรณารักษ์ในปัจจุบัน
ไม่เหมือนในอดีตที่มีเทคโนโลยีมากมายเข้ามาช่วยบรรณารักษ์ในการทำงาน
และเทอมนี้เป็นเทอมที่ผมค่อนข้างมีความสุขและประทับใจมากๆ ที่ได้เลือกเรียนบรรณารักษ์

ปี 3 เทอม 1
- วิชา Information service
- วิชา Publishing business
- วิชา Dewey decimal classification system
- วิชา Cataloging
- วิชา Lit. of science and technology

เทอมนี้ผมลงวิชาเอกเยอะที่สุดเท่าที่จำได้และเหนื่อยมากๆ ด้วย
วิชาในเทอมนี้ทั้งการจัดหมวดหมู่ และการวิเคราะห์ทรพยากรสารสนเทศ
เป็นวิชาที่ต้องเรียนกันแบบเจาะลึกกันเลยเพราะถือเป็นงานที่สำคัญมากในห้องสมุด
ส่วนวิชาการบริการสารสนเทศเป็นวิชาที่เสมือนการให้บริการตอบคำถามด้านสารสนเทศซึ่งชอบมาก
เพราะต้องไปนั่งที่ห้องสมุดจริงๆ และคอยตอบคำถามให้เพื่อนๆ นักศึกษาและผู้ใช้ห้องสมุด
ส่วนวิชาที่เหนื่อยอีกวิชาหนึ่งคือธุรกิจสิ่งพิมพ์
วิชานี้สอนเรื่องการจัดพิมพ์หนังสือแต่ละเล่มว่าต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้าง (เป็นแนวทางในการประกอบวิชาชีพของสำนักพิมพ์)
ต้องทำหนังสือทำมือ และการรับหนังสือจากสำนักพิมพ์มาขาย จำได้ว่าตอนนั้นเราได้กำไรสักสองพันเห็นจะได้
ส่วนวิชาวรรณกรรมวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่ทำให้ผมสนใจอ่านข่าว และงานเขียนทางด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้น

ปี 3 เทอม 2
- วิชา Library of congress classification system
- วิชา Research
- วิชา Information market and business
- วิชา Database design and development
- วิชา digital library


เทอมนี้เป็นการเรียนต่อยอดจากเทอมที่แล้ว ซึ่งเทอมที่แล้วผมเรียนจัดหมวดหมู่แบบดิวอี้ แต่เทอมนี้ผมเรียนการจัดหมู่แบบ LC
อีกวิชาที่สุดหินคือการทำวิจัยตอนนั้นผมเลือกทำในเรื่อง
?การศึกษาพฤติกรรมการบริโภคซีดีเถื่อนในสังคมไทย? ซึ่งต้องใช้เวลาการทำสามเดือนเต็มๆ เหนื่อยสุดๆ
วิชาตอนมาเรื่องการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับสารสนเทศเป็นวิชาที่ต้องคิดมากซึ่งทำให้รู้จักโลกที่กว้างขึ้นนอกเหนือจากอยู่แต่ห้องสมุด
การออกแบบฐานข้อมูลวิชานี้ผมได้ลองออกแบบระบบร้านขายยาขึ้นมาดูก็พอน่าจะเอาไปใช้เล่นๆ ได้นะ อิอิ
ส่วนวิชา ห้องสมุดดิจิทัล เป็นวิชาที่บ่งบอกว่าห้องสมุดเดี๋ยวนี้มีรูปแบบใหม่ขึ้น
ได้รู้จักคำว่า ?E-library / Digital Library / Virtual Library?
ว่าทั้งสามตัวนี้แตกต่างกันอย่างไร เอาไว้ว่างๆ จะเอามาเขียนให้อ่านแล้วกันนะครับ

ปี 4 เทอม 1
- วิชา Information storage and retrieval
- วิชา Information resource in the humanities
- วิชา Library Administration
- วิชา Seminar in library and information science


4 วิชาสุดท้ายของการเรียนที่เป็นวิชาการซึ่งเป็นวิชาที่เป็นที่สุดของห้องสมุด
เรื่องระบบ IR เป็นสิ่งที่ต้องมองในเรื่องการจัดเก็บก็ต้องสามารถค้นคืนในสิ่งที่จัดเก็บได้
วรรณกรรมมนุษย์วิชานี้ทำให้เราได้ออกค่ายไปจังหวัดปราจีนบุรีด้วย
นั่งเครื่องบินจากหาดใหญ่มาลงกรุงเทพแล้วต่อด้วยรถทัวร์มาที่ปราจีนบุรี
วิชาการบริหารห้องสมุด ตอนแรกผมนึกว่าจบบรรณารักษ์ก็เป็นได้แค่เพียงผู้ปฏิบัติงานแต่พอเจอวิชานี้ก็แสดงให้เห็นว่า
คนที่จะบริหารห้องสมุดได้ควรจะต้งเรียนรู้หลักการของห้องสมุดถึงจะเข้าใจกระบวนการทำงานในห้องสมุดด้วย
วิชาสุดท้ายสัมมนาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์เป็นวิชาที่เปิดโอกาส
ให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ตนเองชอบให้เพื่อนๆ บรรณารักษ์ได้ฟัง สนุกมากเลยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

สุดท้ายที่ปี 4 เทอม 2 เราทุกคนก็แยกย้ายกันไปฝึกงานในแต่ละที่
และก็จบลงด้วยความภาคภูมิใจว่า ผมนี่แหละคนที่จบบรรณารักษ์

เป็นไงบ้างครับ ต่างจากเพื่อนๆ บ้างหรือปล่าว
ยังไงถ้าต่างกันบ้างก็ลองบอกผมหน่อยนะครับ อิอิ

9 Responses to จำหรือเปล่าว่าบรรณารักษ์เรียนอะไรบ้าง

  1. เย้ยยยย รูปฉันไปไหน อิอิ

    วิชาก็คล้ายๆกันแตกต่างตรงที่เกรดเธอดีกว่าฉันนะวาย กร๊ากกกกกกกกก

    ชอบวิชาพับลิชชิ่งอ่ะ เหนื่อยมาก สนุกมาก ได้อะไรหลายๆอย่างกับวิชานี้ กินนอนด้วยกันทั้งวันทั้งคืนกับเพื่อนเอกก็วิชานี้แหละ สุดๆ

    อีกวิชาที่ชอบก็คือ Information resource in the humanities ได้เที่ยว ได้ประสบการณ์ ได้เจออะไรแปลกใหม่ซึ่งหาจากห้องเรียนไม่ได้ อิอิ ……แล้วมันคืออะไรล่ะ แป่ววววววววววว

  2. ส่วนใหญ่จะจำไม่ค่อยได้ว่าเรียนอะไรไปบ้าง (เพราะมันนานมากกกกแล้ว)
    แต่จะจำได้ว่า เรียนกับอาจารย์ท่านใดบ้าง ทุกวันนี้ยังใจได้ติดตาตรึงใจอยู่ (ทั้งเรื่องดีและไม่ค่อยดี)

  3. ไฮโซ ทีเดียว เรียน แต่วิชาชื่อภาษาอังกฤษ
    เราไฮโซกว่าเรียนแต่วิชาชื่อภาษาไทย
    -ความรู้เบื้องต้นทางบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์
    -การพัฒนาทรัพยากรสารนิเทศ
    -บริการอ้างอิงและสารนิเทศ
    -การจัดหมู่
    -การทำรายการ
    -ความรู้พื้นฐานทางวรรณกรรม
    -การจัดเก็บและค้นคืนสารนิเทศ
    -ความรู้พื้นฐานทางเทคโนโลยีสารนิเทศ
    -เทคนิคการอ่าน
    -โปรแกรมประยุกต์ด้านระบบงานห้องสมุด
    -โสตทัศนวัสดุและอุปกรณ์
    -บรรณานุกรม ดรรชนี และสาระสังเขป
    -การอ่านและการส่งเสริมการอ่าน
    -สารนิเทศเพื่อสิ่งแวดล้อม
    -การวิจัยเบื้องต้นทางบรรณารักษศาสตร์ และสารนิเทศศาสตร์
    -ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบสารนิเทศ
    -การเผยแพร่สารนิเทศด้วยเทคโนโนโลยีสารนิเทศ
    -การจัดการฐานข้อมูล
    -แหล่งสารนิเทศชุมชน
    -วารสารและหนังสือพิมพ์
    -ห้องสมุดมหาวิทยาลัย
    -สารนิเทศทางมนุษยศาสตร์
    -สารนิเทศทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    -สิ่งพิมพ์รัฐบาลและจดหมายเหตุ
    -การศึกษาเอกเทศด้านบรรณารักษศาสตร์
    -โปรแกรมสำเร็จรูปและการประยุกต์ใช้งาน
    -การเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพฯ
    -การฝึกประสบการณ์วิชาชีพฯ

    ไม่รู้เรียนไปได้ไง เยอะแยะ
    จบมาได้ใช้ไม่กี่วิชา
    หรือบางที ไม่ได้ใช้เลย อาศัย วิทยายุทธส่วนตัว
    คนที่เรียนอยู่ตั้งใจเรียนนะครับ
    เพราะเกรดมันแก้ไขไมได้แล้วนะ
    สู้ๆ

    • โหแบบว่าเรียนกันเต็มแบบนี้เลยหรอครับ สุโค่ยยยยยยยย มากครับ

  4. นายต้นหอม

    เราควรต้องเรียนวิชาเหล่านี้เหมือนกัน…แต่ก็นะเรียนก็เหมือนไม่ได้เรียน…เพราะ…

  5. จำได้ว่าได้ A กับเขานิดเดียว วิชาที่ชอบน่ะ วรรณกรรมเด็ก แล้วก็วิชาไรน่ะ ที่อ.ธิดา ให้ไปออกกำลังกายหน่ะ 555+

  6. บทความนี้มีประโยชน์สำหรับน้องๆที่กำลังเลือกเส้นทางชีวิตอยู่ครับ

    ผมขออนุญาตเจ้าของบล็อกประชาสัมพันธ์เรื่องการบริจากโลหิตหน่อยนะครับ คือผมเพิ่งไปบริจากมาเลยทำให้ได้ความรู้มาอยางนึง ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ก็คงจะไม่รู้เช่นกัน ทราบหรือเปล่าครับว่าคนเราที่จริงแล้วมีเลือดส่วนเกินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ คือปกติร่างกายเราต้องการเพียง 15-16 แก้ว แต่เรามีมากถึง 17-18 แก้ว นั่นก็คือมีเลือดส่วนเกินที่ไม่ได้ใช้ครับ แล้วส่วนเกินนี้ปกติมันจะไปที่ไหนครับ ก็ถูกขับทิ้งออกมาทางปัสวะนั่นเอง ดังนั้นอย่าให้มันเสียเปล่าเลยครับ ไปบริจากให้คนที่เค้าต้องการดีกว่า ขอขอบคุณท่านเจ้าของบล็อกมากครับ การช่วยเผยแพร่ข้อมูลก็ถือเป็นบุญกุศลอย่างมากเลยครับ

  7. อยากจะได้เมลพี่ๆเอกบรรณารักษ์อะค่า หนูอยากจะคุยกะพี่ๆอะค่ะ คือหนูติดที่ราชภัฏสวนสุนันทาอะค่ะ เอกบรรณารักษ์ ก็เลยอยากจะได้เพื่อนคุยด้วยอะค่ะ

  8. อยากทาบว่าจบบรรณารักษ์ไปแล้ทำงานเกี่ยวกับอะไรได้มั่งอ่ะ คือว่าหนูก็ติดบรรณารักษ์ที่สวนสุนันทาเหมือนกันนะคะยังไงก็รบกวนพี่ส่ง mail ไปบอกหนูด้วยนะคะ thank you ขอบคุณล่วงหน้าคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>