ทำไมผมถึงเขียนบล็อกเกี่ยวกับวงการห้องสมุดและบรรณารักษ์

ทำไมผมถึงเขียนบล็อกเกี่ยวกับวงการห้องสมุดและบรรณารักษ์

เรื่องเก่าเล่าใหม่วันนี้เป็นเรื่องที่มาและที่ไปของการกำเนิดบล็อกวงการห้องสมุดและบรรณารักษ์แห่งนี้ ผมเขียนบล็อกเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนอยู่ที่ projectlib.wordpress.com เรื่อยมาจนถึง projectlib.in.th และ libraryhub.in.th เหตุผลที่ผมเขียนไม่ได้มาจากการที่ถูกองค์กรบังคับแต่อย่างใด เพราะจริงๆ แล้ว Projectlib และ Libraryhub ก็ไม่ได้มีสังกัดเหมือนกับบล็อกห้องสมุดที่อื่นๆ คำถามที่ผมเจอมาบ่อย คือ ?ทำไมถึงเขียนบล็อกห้องสมุด ในเมื่อมีเรื่องที่น่าเขียนอย่างอื่นเยอะกว่า? นั่นสิเนอะ “ทำไม” เอาเป็นว่าไปดูเหตุผลของผมเลยดีกว่า 1. อยากเห็นวงการบรรณารักษ์ และห้องสมุดในประเทศไทยพัฒนาและปรับปรุงตนเองมากกว่านี้ 2. ห้องสมุดถือเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ของคนในสังคม ไม่ว่าจะยากดีมีจน ห้องสมุดในชุมชนก็บริการฟรีนะครับ 3. อยากให้เพื่อนๆ รู้จักการนำสิ่งต่างๆ มาประยุกต์ใช้กับวิชาชีพของตัวเอง ซึ่งในบางครั้งเราอาจจะคาดไม่ถึงกับเรื่องบางเรื่อง เช่น การนำ MSN มาใช้ในงานตอบคำถามออนไลน์ ฯลฯ 4. การอ่านมากๆ ทำให้สมองของเราแข็งแรง พัฒนาความรู้ และต่อยอดได้เยอะขึ้น 5. ลบภาพบรรณารักษ์ยุคเก่า และสร้างภาพบรรณารักษ์ยุคใหม่ (จำไว้นะครับบรรณารักษ์ไม่ได้มีแต่ผู้หญิง อิอิ) 6. งานด้านบรรณารักษ์ และห้องสมุดสามารถนำไปต่อยอดเพื่อการประกอบอาชีพอื่นๆ ได้ด้วย 7. อยากบอกว่าข่าววงการบรรณารักษ์ทั่วโลกมีมากมาย แต่ในประเทศไทยไม่ค่อยมีใครนำเสนอเลย 8. งานห้องสมุดมีมากกว่าแค่นั่งเฝ้าหนังสือก็แล้วกัน 9. ห้องสมุดก็มีเรื่องสนุกๆ มากมาย ไม่ได้น่าเบื่อเหมือนที่หลายๆ คนคิดนะครับ 10. สำคัญที่สุดแล้วคือ ผมรักวิชาชีพนี้มาก และเป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก(ขอบอกว่าเกิดมาเพื่อบรรณารักษ์จะมีใครว่าหรือปล่าว) เป็นยังไงกันบ้างครับกับเหตุผลดังกล่าว ชัดเจนกันมากขึ้นมั้ยครับ คำตำหนิ หรือฉายาที่ตั้งให้ผมเรื่อง ?บรรณารักษ์แหกคอก? ผมก็ขอรับไว้ด้วยใจครับ ไม่ว่าจะถูกด่าว่า ?โง่หรือปล่าวที่เขียนบล็อกแล้วไม่ได้อะไรตอบแทน? หรือ ?เขียนไปแล้วจะมีใครมาอ่านกัน? เอาเป็นว่าวันนี้ผมก็ยังคงอยู่กับเพื่อนๆ ร่วมวงการไปแบบนี้แหละครับ ยังไงก็ขอให้ช่วยกันติดตามบล็อกนี้กันต่อไปด้วยนะครับ ปล. ช่วงนี้อัพเดทบล็อกไม่บ่อยต้องขออภัยด้วยนะครับ เนื่องจากภาระงานประจำเยอะไปหน่อย

เมื่อผมแอบมาเขียนบล็อกในห้องสมุดแห่งหนึ่ง

เมื่อผมแอบมาเขียนบล็อกในห้องสมุดแห่งหนึ่ง

วันนี้ผมขอเปลี่ยนบรรยากาศจากการเขียนบล็อกที่บ้านมาเป็นเขียนบล็อกที่ห้องสมุดดีกว่า ผมจึงได้ตัดสินใจกลับมาเยี่ยมห้องสมุดเก่าที่ผมเคยทำงานมา และกะว่าจะเขียนบล็อกที่นี่ ผมจึงเริ่มด้วยการเปิด notebook ของผมเพื่อเตรียมที่จะเขียนบล็อกให้ได้สักเรื่องนึง หลังจากที่เปิด notebook มาเกือบสองชั่วโมง ผมก็ยังหาเรื่องที่จะเขียนบล็อกไม่ได้ ความรู้สึกง่วงของผมก็เกิดขึ้น จริงสิ สมัยที่ผมทำงานอยู่ที่นี่ ปกติมันไม่ได้เงียบเหมือนกับตอนนี้นี่ เอ๊ะ ทำไม ห้องสมุดนี้เปลี่ยนไปขนาดนั้นเลยเหรอ จากห้องสมุดที่มีแต่เสียงดัง บัดนี้กลายเป็นห้องสมุดแห่งความเงียบ บรรยากาศที่ช่างเป็นใจ – เงียบ – อากาศเย็น – กลิ่นไอหนังสือ ทำให้ผมรู้สึกง่วงนอนได้ขนาดนี้จริงๆ หรือเนี้ย ไม่อยากจะเชื่อ ผมจำได้ว่าช่วงก่อนหน้านี้ที่ผมเขียนบล็อกเกี่ยวกับอาการง่วงในห้องสมุดของเพื่อนๆ หลายๆ คน ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยเชื่อมากหรอกครับ แต่พอโดนกับตัวเอง เชื่อเต็มที่เลย แม้ว่าขณะที่ผมทำงานจะกินกาแฟไปด้วย เปิดคอมพิวเตอร์ไปด้วย แต่ทำไมกาแฟถึงไม่ช่วยให้ความง่วงหายไปเลย? แล้วแบบนี้ สิ่งจูงใจที่ทำให้เพื่อนๆ หลายๆ คนที่ไม่หลับในห้องสมุดมันมีอะไรบ้างนะ – ผู้คนมากมาย (ยิ่งสาวสวยๆ อาจจะทำให้ไม่อยากหลับ) – เสียงเพลง (แล้วแบบนี้จะมีสมาธิอ่านมั้ย) – สีสันภายในห้องสมุด (จะทำให้เป็นห้องสมุดลูกกวาดหรือปล่าว) คิดๆ แล้วก็เป็นสิ่งที่น่าท้าทายไม่น้อยเลยนะครับ ถ้าผมอยากจะสร้าง ?ห้องสมุดที่ไม่ทำให้ผู้ใช้ง่วงนอน? เอาเป็นว่าใครมีไอเดียเจ๋งๆ ก็ช่วยกันเสนอหน่อยนะครับ เผื่ออนาคตผมอยากเปิดห้องสมุดเอง จะได้นำเอาแนวคิดของเพื่อนๆ ไปใช้กัน

ผมเริ่มเขียนบล็อกห้องสมุดตั้งแต่เมื่อไหร่

ผมเริ่มเขียนบล็อกห้องสมุดตั้งแต่เมื่อไหร่

จำกันได้มั้ย… KM_library (Gotoknow) – 2549 Thailibnetwork (Blogspot) – 2550 Projectlib (wordpress.com) – 2550 Projectlib.in.th – 2551 และบัดนี้ LibraryHub.in.th – 2552 เรื่องที่ผมเขียนผ่านมา หากนำบทความต่างๆ มารวมกัน ตอนนี้ผมคงเขียนเรื่องได้สัก 700 กว่าเรื่องแล้วมั้ง ผมว่าเรื่องที่ผมเขียน มันยังคงน้อยกว่าเรื่องห้องสมุดที่เกิดขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาหล่ะมั้ง เท่าที่ได้อ่านข่าวบรรณารักษ์ และห้องสมุด ทุกวันผมได้อ่านประมาณอย่างน้อย 10 กว่าเรื่อง หากคำนวณเป็นรายปี คงจะได้ปีละ 3650 เรื่องละมั้ง เรื่องห้องสมุดทั่วโลก 1 ปี / เรื่องที่ผมเขียน 3 ปี 3650 / 700 เรื่องจำนวนของการเขียนอย่าไปใส่ใจเลยดีกว่าครับ ตอนนี้ผมจะเล่าให้ฟังว่า บล็อกห้องสมุดที่ผมได้เขียนในแต่ละที่มีที่มาอย่างไร เริ่มจากในปี 2549 หลังจากผมทำงานได้สักระยะนึง ช่วงนั้น การจัดการองค์ความรู้กำลังเป็นที่นิยม และหนึ่งในนั้นคือ Gotoknow หลังจากที่ได้เข้าไปอ่านความรู้ใน?Gotoknow บ่อยๆ ผมก็เริ่มอยากเขียนบ้าง จึงลองสมัครดู โดยตอนนั้นผมได้ใช้ user = Km_library เพราะต้องการให้อ่านแล้วสื่อถึงการจัดการความรู้ในห้องสมุด แต่พอเขียนไปสักระยะอาการเขียนไม่ออกก็เริ่มเกิดขึ้น “เรื่องห้องสมุดจะให้เขียนทุกวันได้ยังไง ไม่เห็นมีอะไรให้เขียนเลย” ผมคิด ดังนั้นอาการดองบล็อกก็เกิดขึ้น จนหยุดเขียนในที่สุด ต่อมาในช่วงปิดเทอมใหญ่ของนักศึกษาปี 2550 ช่วงที่ได้พักอยู่บ้านทำให้ผมเริ่มเกิดอาการเบื่อหน่าย วันๆ ไม่มีอะไรจะทำ ก็เลยหาของเล่นจากอินเทอร์เน็ตแก้เซ็ง จนไปเจอ Blogspot ทำให้ความรู้สึกว่าอยากเขียนบล็อกเริ่มกลับมาอีกครั้ง โดยในช่วงแรกที่เขียน Blogspot ก็อาศัยบทความจากเพื่อนๆ ใน Gotoknow นำมาวิเคราะห์ในภาษาของเราเอง แล้วจึงนำมาเขียนนั่นเอง…