เที่ยวท่องห้องสมุดไทย

หลายๆ คนชอบตั้งคำถามว่า “ห้องสมุดในเมืองไทยที่ไหนน่าไป”
เพื่อให้ทุกคนหายข้องใจในเรื่องนี้ ผมจึงขอแนะนำห้องสมุดที่น่าสนใจให้ฟังกัน

cover1

แต่ถ้าจะให้ผมบอกว่าที่ไหนบ้าง
ผมก็คงจะต้องใช้เวลาในการศึกษาสักนิดนะครับ
แต่ถ้าอยากได้แบบรวดเร็ว ผมก็ขอรวบรัดตัดความเลย ว่า ลองอ่านหนังสือเล่มนี้สิครับ

ชื่อหนังสือ : เที่ยวท่องห้องสมุด
ชื่อผู้แต่ง : เจริญขวัญ แพรกทอง
สำนักพิมพ์ : เวลาดี
ISBN : 9789749659014
จำนวนหน้า : 268 หน้า
ราคา : 295 บาท

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่แนะนำห้องสมุดที่น่าสนใจมากกว่า 40 แห่งให้เพื่อนๆ ได้อ่าน
รายละเอียดที่ผู้เขียนแนะนำก็คือ ความแตกต่าง ความโดดเด่น และความสวยงามของห้องสมุดทั้งหลายเหล่านั้น
ซึ่งมีทั้งภาพประกอบ สถานที่ตั้ง และเนื้อหาที่น่าติดตามมากๆ

ห้องสมุดที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้จะมีการแบ่งกลุ่มตามประเภทและลักษณะของห้องสมุดนั้นๆ ด้วย เช่น
– ห้องสมุดในหอสมุดแห่งชาติ
– ห้องสมุดในพิพิธภัณฑ์
– ห้องสมุดด้านสังคม ศิลปะ และวัฒนธรรม
– ห้องสมุดเอกชนและมูลนิธิ
– ห้องสมุดภายในหน่วยงานรัฐบาล
– ห้องสมุดในพระราชวังเดิม
– ห้องสมุดสถาบันการศึกษาและศาสนา
ฯลฯ

ตัวอย่างห้องสมุดที่ในหนังสือแนะนำ เช่น

หอ สมุดแห่งชาติ, หอวชิราวุธานุสรณ์ , ห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร, ห้องสมุดกล้วยไม้ระพี สาคริก, ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ, ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทย, ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก, ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์พืชสิรินธร, ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์แมลง, ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, ห้องสมุดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, หอสมุดดำรงราชานุภาพ, ห้องสมุดดนตรีเรวัต พุทธินันท์? ฯลฯ

ผมชอบที่เขาเขียนแนะนำหนังสือเล่มนี้อ่ะครับ

?คู่มือท่องเที่ยวฉบับ ห้องสมุด ที่หนอนหนังสือต้องไม่พลาด ! ท่านเชื่อหรือไม่ว่าในโลกนี้ยังมีดินแดนมหัศจรรย์อีกมากมายให้สำรวจและค้นหา ห้องสมุดคือหนึ่งในจำนวนนั้น มีความมหัศจรรย์ซ่อนอยู่ทุกหนทุกแห่ง รอคอยให้ขุดค้นขุมทรัพย์ล้ำค่าห้องสมุดทำให้บางคนบรรลุฝันอันงดงามประสบความ สำเร็จในชีวิต โรงเรียนแห่งจิตวิญญาณ สร้างหลักสูตรเฉพาะตนอย่างไม่รู้จบ ประตูแห่งดินแดนมหัศจรรย์เปิดขึ้นแล้วคุณพร้อมหรือยังสำหรับการผจญภัยครั้ง นี้?

เอาเป็นว่านี่ก็เป็นการตอบโจทย์เรื่องห้องสมุดที่น่าสนใจในกรุงเทพฯ แบบคร่าวๆ แล้วนะครับ
ยังไงก็ลองไปหาซื้อได้ที่ร้านซีเอ็ด บีทูเอส นายอินทร์ หรือไม่ก็ร้านดอกหญ้าก็ได้ครับ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของหนังสือ สามารถดูได้ที่
http://thaispecial.com/bookshop/newbookpreview.asp?booklist=9749659015

สรุปงานสัมมนาความร่วมมือกลุ่มผู้ใช้ Walai AutoLIB

วันนี้ผมจะมาสรุปประเด็นที่น่าสนใจในงานสัมมนาที่ผมเข้าร่วมวันนี้ นั่นคือ
“งานสัมมนาความร่วมมือกลุ่มผู้ใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai AutoLIB”
ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 18-19 พฤษภาคม 2552 ณ โรงแรมเอเซีย

walaiautolib

โดยงานสัมมนาเรื่องนี้ผมคงเข้าร่วมได้แค่วันเดียวนะครับ
แถมยังเข้าร่วมได้ไม่เต็มวันอีก แต่เอาเถอะครับ ผมจะสรุปประเด็นเท่าที่ผมได้ฟังก็แล้วกัน

ประเด็นที่ผมได้ฟัง
– ความเป็นมาของโครงการพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ สำหรับสถาบันอุดมศึกษาไทย
– แนวคิดในการพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai Autolib
– สาธิตระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai Autolib

แค่สามประเด็นนี้ผมก็รู้สึกว่าได้รู้อะไรมากมายแล้วครับ
เอาเป็นว่าเพื่อนๆ ลองอ่านเป็นหัวๆ แล้วกัน

—————————————————

ความเป็นมาของโครงการพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ สำหรับสถาบันอุดมศึกษาไทย
Introduction to Library automation in academic library
บรรยายโดย ผศ.วิชาญ เลิศวิภาตระกูล ซึ่งเป็น ผอ.สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา

– บทบาทของ UNINET ที่มีต่อวงการห้องสมุด คือ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่มาใช้ในงานห้องสมุด

– ห้องสมุดอัตโนมัติ เริ่มมีบทบาทมากในปี 2530-2531

– สกอ. เกิดความคิดที่จะพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติของไทย
เนื่องจากการจัดหาระบบห้องสมุดอัตโนมัติมีค่าใช้จ่ายที่สูง นอกจากนี้ค่าดูแลรักษาก็แพงเช่นกัน

– สกอ. จึงสนับสนุนให้มีการพัฒนาระบบห้องสมุดสำหรับสถาบันอุดมศึกษาไทย
โดยสกอ. ให้ 3 มหาวิทยาลัยดำเนินการในการพัฒนา และออกทุนสนับสนุนการพัฒนา มหาวิทยาลัยทั้ง 3 ได้แก่
(1) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยใช้ต้นแบบจาก VTLS
(2) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยใช้ต้นแบบจาก Dynix และ Innopac
(3) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยใช้ต้นแบบจาก Innopac

Walai AutoLIB พัฒนามาแล้ว 2-3 ปี ปัจจุบันมีคนใช้ไปแล้ว 43 แห่ง
นับว่าเป็นระบบที่ใช้เวลาไม่นาน แต่คุณภาพไม่แพ้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติของคนอื่น

– ประโยคที่ได้ใจวันนี้ “งานห้องสมุดเป็นงานที่ไม่ได้หยุดนิ่ง ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

—————————————————

แนวคิดในการพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai Autolib
Walai Autolib development concept
บรรยายโดย รศ.ดร.พูลพงษ์ บุญพราหมณ์

– เดิมห้องสมุดมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ VTLS
แต่ระบบดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาแพง
รวมถึงยังตอบสนองความต้องการด้านการใช้งานไม่ครบถ้วน

– เริ่มการพัฒนา Walai autolib ในปี 2548

– ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai autolib ระยะเริ่มต้น
(1) ความซับซ้อนของระบบงานห้องสมุด
(2) ปัญหาด้านผู้ใช้ และการจัดการความเปลี่ยนแปลง
(3) ความน่าเชื่อถือของระบบที่พัฒนาโดยคนไทย
(4) Site reference

– มีคนกล่าวว่า “ถ้าใครพัฒนาระบบห้องสมุดได้ ก็จะสามารถพัฒนาระบบอื่นๆ ได้ง่าย”
ข้อความนี้แสดงให้เห็นว่าระบบห้องสมุดเป็นระบบที่มีความซับซ้อนและยุ่งยากมากๆ

– เรื่องของการจัดการความเปลี่ยนแปลง เมื่อคนเราใช้อะไรจนชินแล้วจะให้เปลี่ยนคงต้องใช้เวลา

– คนไทยมีความสามารถในการพัฒนาระบบต่างๆ นะ น่าเชื่อถือด้วย แต่ขาดโอกาสในการพัฒนามากกว่า

-ผู้ให้การสนับสนุนในการพัฒนาระบบห้องสมุด ได้แก่
(1) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
(2) UNINET
(3) ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา และศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
(4) คณะทำงานโครงการ Walai Autolib

– เป้าหมายของระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai autolib ยึดหลักดังนี้
(1) สร้างระบบบริหารจัดการห้องสมุดที่มีประสิทธิภาพ
(2) สร้างมาตรฐานของงานห้องสมุด Marc21, Z39.5, ISO2709
(3) ประหยัดงบประมาณในด้านต่างๆ

– ระยะของการพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai autolib แบ่งออกเป็น 6 ระยะ
(ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เข้ากับแนวคิดห้องสมุด 2.0)

Library2.0 คือ แนวความคิดในการจัดการห้องสมุดยุคใหม่
เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการได้สร้างกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน

– แผนงานในอนาคตของ Walai autolib เพื่อให้เป็น Library2.0
(1) Content Management System
(2) Dynamic Search System
(3) User Space
(4) Library Web Portal
(5) Helpdesk Online

– ก่อนจบ session นี้ ผมชอบประโยคนึงของการบรรยายครั้งนี้ นั่นคือ
“Libraries Changing the world” ห้องสมุดสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้

—————————————————

สาธิตระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai Autolib
Demo Walai Autolib
บรรยายโดย อาจารย์ยุทธนา เจริญรื่น

เริ่มจากการสาธิตการใช้งานระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai Autolib เบื้องต้น ทั้ง 6 โมดูล ดังนี้
1) ระบบบริหารจัดการ (Policy management module)
2) ระบบการทำรายการ (Cataloging module)
3) ระบบการบริการยืม-คืน (Circulation module)
4) ระบบการสืบค้นและบริการสมาชิก (OPAC and utility module)
5) ระบบควบคุมสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง (Serials control module)
6) ระบบการจัดซื้อจัดหา (Acquisition module)

—————————————————

ประเด็นที่ผมสรุปมาอาจจะขาดไปในบางช่วงบางตอน
แต่เอาเป็นว่าถ้ามีรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมมากกว่านี้
ผมจะนำมาเล่าให้ฟังในบล็อกนี้อีกก็แล้วกัน

สำหรับคนที่พลาดงานนี้
ผมเชื่อว่าการแนะนำระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai Autolib อาจจะมีจัดอีก
ยังไงถ้ามีความคืบหน้าเรื่องการจัดงานแบบนี้อีก ผมจะนำมารายงานให้เพื่อนๆ รู้ทันที

รู้มั้ยว่า LIBRARY ย่อมาจากอะไร

รู้หรือปล่าวว่าตัวอักษรทุกตัวของคำว่า ?Library? มีความหมาย
(ความหมายของตัวอักษรทุกตัว ผมเป็นคนนิยามให้นะครับ)

library

เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะแยกคำว่า LIBRARY ให้เพื่อนๆ ได้รู้ว่า
นอกจากคำว่า Library จะมีความหมายว่าห้องสมุดแล้ว
แต่ละตัวอักษรของคำนี้สามารถใช้แทนอะไรได้บ้าง

L-I-B-R-A-R-Y =?

L = Literature ? วรรณกรรม
I = Information ? สารสนเทศ
B = Book ? หนังสือ
R = Reference ? อ้างอิง
A = Advice ? คำแนะนำ
R = Read ? การอ่าน
Y = You / User ? คุณๆ นั่นแหละ ผู้ใช้ทุกคน

จากตัวอักษรต่างๆ ด้านบน หากเพื่อนๆ เอามารวมกัน ก็จะคำว่า

Literature + Information + Book = LIB
ตัวอักษรทั้งสามตัวนี้ แสดงถึงทรัพยากรต่างๆ ที่มีในห้องสมุด ไม่ว่าจะเป็นบันเทิง หรือสาระความรู้

Reference + Advice + Read = RAR
ตัวอักษรทั้งสามตัวนี้ แสดงถึงงานบริการต่างๆ ที่มีในห้องสมุด
ทั้งบริการการอ่าน บริการตอบคำถามและอ้างอิง บริการแนะนำสารสนเทศ

You = USER
ตัวอักษรตัวนี้สำคัญกับพวกเรามากที่สุด นั่นคือ ผู้ใช้ทุกคน หรือว่าคุณ นั่นเอง

ดังนั้นหากแยกส่วนต่างๆ ของห้องสมุดแล้วเราจะพบว่า
ส่วนประกอบของความสมบูรณ์ของห้องสมุดมาจาก
Content + Service + User = ความสำเร็จของห้องสมุด

เอาเป็นว่าวันนี้ผมได้ให้ความหมายของทุกตัวอักษรดังนี้
แล้วเพื่อนๆ หล่ะคิดยังไง เห็นด้วยกับตัวอักษรต่างนี้หรือปล่าว
หรือว่าคิดว่าควรจะแทนด้วยตัวอักษรอื่นๆ ยังไงก็ลองเสนอความคิดเห็นมานะครับ อิอิ

เรียนอย่างไรให้…(เก่ง…ดี) มีความสุข

วันนี้ผมมีข่าวกิจกรรมมาประชาสัมพันธ์ครับ
เป็นงานเสวนาวันเสาร์ หัวข้อเรื่อง “เรียนอย่างไรให้…(เก่ง…ดี) มีความสุข”

seminar-news

งานนี้จัดในวันที่ 23 พฤษภาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 14.00-16.30 น.
จัดโดย สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดของ กรมวิทยาศาสตร์บริการ

ประเด็นที่น่าสนใจของการเสวนาในครั้งนี้ คือ
– เทคนิคการเรียน / การเตรียมตัวก่อนสอบ
– เคล็ด (ไม่) ลับการบริหารเวลาระหว่างเรียน ? กิจกรรม

ผู้ที่จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ คือ
– นักเรียนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม AFS จากประเทศเยอรมนี
– นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 1

เอาเป็นว่างานนี้ผมถือว่าน่าสนใจมากนะครับ
ผมว่าเหมาะสำหรับนักเรียนในช่วง ม.ปลายมากๆ ครับ
เพราะว่าอย่างน้อยเรื่องการเรียนแบบไม่เครียดผมเห็นว่ามันสำคัญมากๆ

นักเรียนหลายๆ คนอาจจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการบริหารเวลาของตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำกิจกรรม การใช้ชีวิต ฯลฯ
หลายๆ สิ่งทำให้ผมแน่ใจว่า ถ้าเด็กไทยรู้จักและเข้าใจเรื่องการบริหารเวลา
ผมเชื่อครับว่า เด็กไทยจะโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพได้มากเลยทีเดียว

หากเพื่อนๆ สนใจเกี่ยวกับงานเสวนาครั้งนี้
เพื่อนๆ ก็สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์สอบถามที่ 0-2201-7270 (คุณพรทิพย์) หรือ 0-2201-7254 (คุณจอย)
หรือสำรองที่นั่งได้ที่โทรสารหมายเลข 0-2201-7265
Website : siweb.dss.go.th

ก่อนจากกันวันนี้ผมขอฝากคำพูดสักประโยคนึงให้เพื่อนๆ แล้วกัน
“คนเราไม่ว่าจะรวย จะจน แต่ทุกคนก็มีสิ่งหนึ่งที่เท่ากัน นั่นคือ เวลา
ดังนั้นการบริหารจัดการเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนจะต้องเรียนรู้”

โครงการหนึ่งห้องสมุดหนึ่งบล็อก

วันนี้ขอนำเสนอข้อมูลจากการทำแบบสอบถาม เรื่อง “โครงการหนึ่งห้องสมุดหนึ่งบล็อก”
โครงการนี้เดิมทีผมได้วางแผนตอนทำ Projectlib.wordpress.com

olop-project

ข้อมูลที่จะนำเสนอวันนี้ หากเพื่อนๆ ยังเห็นว่าไม่เหมาะสมในส่วนใด
สามารถแสดงความคิดเห็นได้ต่อนะครับ
เพราะว่าผมอยากให้เพื่อนๆ ทุกคนมีส่วนร่วมในโครงการครั้งนี้ด้วย

ข้อมูลเดิมจากบล็อก Projectlib

โครงการ 1 ห้องสมุด 1 บล็อก คือ ?
การผลักดันให้ห้องสมุดทุกแห่งในประเทศไทยมีบล็อก (Blog) เป็นของตัวเอง
รู้จักการใช้บล็อกในการประชาสัมพันธ์งานต่างๆ รวมถึงเรื่องราวต่างๆ ในห้องสมุด
และเป็นการสร้างเครือข่ายชมรมบล็อกเกอร์ห้องสมุดในประเทศไทย (Blogger Library Network)

โดยภายใต้โครงการ 1 ห้องสมุด 1 บล็อก จะมีแผนงาน คือ
1. จัดอบรมการสร้างบล็อก การเขียนเรื่องในบล็อก และการโปรโมทเรื่องในบล็อก
2. จัดตั้งกลุ่ม และเครือข่ายผู้เขียนบล็อกห้องสมุดในประเทศไทย
3. ?(เสนอมาได้คร้าบ)

งบประมาณฟรี มีดังนี้
– วิทยากร คือ ผมเอง (ไม่รับค่าตอบแทนใดๆ)
– สถานที่ จะขอเป็นความร่วมมือกับห้องสมุดที่ใจดีต่างๆ
– บล็อกฟรี (มีให้เลือกเยอะแยะเลยครับ)

วันเวลา และสถานที่ในการจัดการอบรม
– ในช่วงวันเสาร์ หรือ อาทิตย์ 1 วันเต็มๆ
– จัดครั้งแรกในช่วงเดือนพฤศจิกายน

จำนวนการรับสมัครครั้งแรก 20 ? 30 คน
(ไม่คาดหวังมากครับ เพราะว่าหลายคนคงไม่สนใจ อิอิ)

เนื้อหาในการอบรม
– การสมัครบล็อกเพื่อใช้งานฟรี
– การเขียนบล็อกไม่ให้น่าเบื่อ
– การโปรโมทห้องสมุด และบล็อกสู่สาธารณชน
– การสร้างเครือข่ายผู้ใช้งาน และผู้เขียนบล็อกห้องสมุด

(นอกนั้นช่วยคิดกันหน่อยนะ ว่าอยากฟังเรื่องไรอีก จาได้ทำการบ้านถูก)

เอาเป็นว่าเกริ่นแค่นี้ก่อนดีกว่า

ดังนั้นจากข้อมูลที่ได้กล่าวมาผมอยากทราบความคิดเห็นดังนี้
1. โครงการ 1 ห้องสมุด 1 บล็อก ควรมีอะไรเพิ่มอีก?
2. เรื่องวันควรจะเป็นวันธรรมดา เสาร์ หรือ อาทิตย์ดี
3. จำนวนที่รับสมัครน้อยไป หรือมากไป ช่วยกะให้หน่อย
4. เนื้อหาในการอบรมอยากรู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับบล็อก

คำถามทั้ง 4 ข้อ เพื่อนๆ จะตอบให้ครบ 4 ข้อก็ได้
หรือเลือกตอบในประเด็นที่อยากเสนอก็ได้ รับฟังหมดครับ

ปล. ใครจะใจดีเรื่องสถานที่ หรือ ต้องการสนับสนุนงานในส่วนอื่นๆ บอกได้นะครับ อิอิ

ข้อเสนอจากเพื่อนๆ

คุณปุ๊ เสนอว่า
“ควรจัดงานในวันธรรมดา และมีการทำหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการ เพื่อให้หัวหน้าอนุมัติในการเข้าร่วมโครงการ”

คุณจันทรา เสนอว่า
“ควรจัดในวันหยุดเพื่อไม่ให้รบกวนเวลางาน และเสนอเนื้อหาในการอบรมว่าอยากเพิ่มเรื่อง user Interface ด้วย”

คุณสุวรรณ เสนอว่า
“ควรจัดเป็นรุ่นๆ โดยจำนวนคนควรจะได้สัก 20 คนต่อรุ่น เนื่องจากเป็นการอบรมที่ต้องใช้เครื่องมือเพื่อการอบรม”

คุณจิมมี่ เสนอว่า
“ควรจัดในส่วนภูมิภาคด้วยเนื่องจากมีโอกาสที่เรียนรู้เรื่องนี้น้อยกว่าคนในเมือง”

คุณอ่านบล็อกผมกันบ้างหรือปล่าว

หลังจากเปิดบล็อกใหม่ (Libraryhub.in.th) มาเกือบ 15 วันแล้ว
วันนี้ผมมีเรื่องจะมาถามเพื่อนๆ อีกแล้วหล่ะครับ

read-projectlib

เพราะว่าผมไม่แน่ใจว่าเพื่อนๆ ได้อ่านเรื่องในบล็อกใหม่ผมบ้างหรือปล่าว
(แต่ละเรื่องไม่ค่อยมีคอมเม้นต์เลย จึงทำให้ไม่แน่ใจว่าอ่านกันบ้างหรือปล่าว)

วันนี้ผมเลยขอตั้งแบบสำรวจอย่างง่ายๆ ว่า
“คุณอ่านเรื่องใน Libraryhub กันหรือปล่าว”

[poll id=”4″]

ถึงแม้ว่าเพื่อนๆ จะไม่คอมเม้นต์ให้ แต่ขอให้เลือกคำตอบแบบสอบถามกันบ้างนะครับ
อย่างน้อยผมจะได้รู้ว่าเพื่อนๆ ยังอ่านบล็อกผมกันอยู่
อิอิ

ลองใช้สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่

วันนี้เป็นวันเปิดการทดลองใช้งานวันแรกของสถานีรถไฟฟ้าในฝั่งธนทั้งสองสถานี
นั่นก็คือ สถานีรถไฟฟ้าธนบุรี และสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่

bts012

เมื่อเช้าผมได้มีโอกาสใช้บริการสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่
ก็เลยขอเอามาเล่าให้อ่านผ่านบล็อกส่วนตัวของผมแล้วกัน

bts015

สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ ชื่อก็บอกว่า “วงเวียนใหญ่”
แต่จริงๆ แล้วสถานีไม่ได้ตั้งอยู่ที่วงเวียนใหญ่เหมือนที่คิดไว้หรอกนะครับ
แถมถ้าจะให้เดินจากวงเวียนใหญ่มาก็คงไม่สามารถเช่นกัน
เพราะว่าจาก “วงเวียนใหญ่” กับ “สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่” มันห่างกันพอควรเลยครับ
เห็นหลายๆ คนบอกว่าห่างกันถึง 1 กิโลเมตรเลยด้วยซ้ำครับ

สถานีแห่งนี้จริงๆ แล้วสิ่งอำนวยความสะดวกภายในก็มีเหมือนกับทุกสถานีรถไฟฟ้านั่นแหละ เช่น
– ลิฟต์สำหรับผู้พิการ (แต่คนปกติก็ชอบแอบใช้บริการ)
– บันไดเลื่อน (ที่เลื่อนขึ้นเท่านั้นไม่เลื่อนลง)
– จุดจอดรถ shuttle bus

ส่วนด้านในสถานีก็เหมือนเดิมแหละครับ เช่น
– ตู้จำหน่ายบัตร
– เคาน์เตอร์แลกเหรียญ / ซื้อบัตรโดยสาร
– ประตูทางเข้าออก

อ๋อ ช่วงนี้อยู่ในระหว่างการทดลองการใช้งาน จึงให้บริการฟรี 3 สถานี
ตรงนี้อ่านดีๆ นะครับ เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าขึ้นรถไฟฟ้าฟรีทุกเส้นทาง
ผู้ที่จะเดินทางแค่ 3 สถานีนี้ไม่ต้องเสียเงินครับ
นั่นคือ สถานีสะพานตากสิน สถานีธนบุรี สถานีวงเวียนใหญ่ เท่านั้น

หากเพื่อนๆ ต้องการไปลงที่อื่นที่เกินจากสถานีสะพานตากสิน
เพื่อนๆ ก็ต้องเสียค่าบริการเหลือเดิมนะครับ เช่น จากสะพานตากสินไปสยาม ราคา 30 บาท
หากขึ้นที่สถานีวงเวียนใหญ่แล้วไปสยามก็จะคิด 30 บาทเหมือนกันครับ

เรื่องค่าบริการกรุณาศึกษาดีๆ ก็แล้วกันนะ
สถานีทดลองใช้ฟรีตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม – 12 สิงหาคม 2552 นะครับ

เอาเป็นว่ามาดูรูปบนสถานีรถไฟฟ้ากันหน่อยดีกว่า
วันนี้วันแรกอยากจะบอกว่าคนแน่นชานชาลามากๆ เลยครับ ไม่เชื่อลองดูรูปนี้

people-bts

ส่วนรูปต่อไปเป็นรูปเครื่องหมายสัญลักษณ์ที่ทำให้คนนึกถึงรถไฟฟ้าครับ
นั่นคือ เส้นสีเหลือง เพราะถ้าคุณเหยียบคุณจะได้ยินเสียงนกหวีด แน่นอนครับ

yellowline-bts

ภาพชุดต่อมาเป็นโครงสร้างทั่วไปของสถานีรถไฟฟ้านะครับ

station-bts

เป็นยังไงบ้างครับกับการเยี่ยมชม และใช้บริการครั้งแรกของผม
หวังว่าเพื่อนๆ จะมีโอกาสได้ลองใช้บริการดูบ้างนะครับ

SCG Experience Library รับสมัครนักศึกษาทำงาน/ฝึกงาน

มีข่าวมาประชาสัมพันธ์ให้น้องๆ นักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 ได้รับทราบ
เนื่องจากขณะนี้ SCG Experience Library
ต้องการรับสมัครนักศึกษาทำงาน Part Time จำนวน 3 ตำแหน่ง

scg

หากน้องๆ สนใจ กรุณาคุณสมบัติก่อนนะครับ ซึ่งมีดังนี้
– มีบุคลิกดี มุ่งมั่นในงานบริการ กระตือลือร้น กล้าแสดงออก มีความคิดสร้างสรรค์
– เพศ ชาย/หญิง
– นักศึกษาชั้นปีที่ 3 -4 ระดับปริญญาตรี ทุกสาขาวิชา
(หากศึกษาสาขาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียรู้/ฝึกงานมากขึ้น)
– รักงานบริการ และชอบร่วมทำงานกับผู้อื่น
– มีความสามารถในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์
– Microsoft Oficce เช่น Excel, Word, Power Point และ อื่นๆ

รายละเอียดของงาน มีดังนี้
– ช่วยงานเจ้าหน้าที่ห้องสมุดที่ศูนย์ SCG Experience
– เวลางาน สามารถเข้ามาทำงานตั้งแต่ เวลา 09.30 ? 20.30 (ทั้ง 3 คนต้องสลับกะเข้างาน) เรื่องเวลางานสามารถตกลงกันได้
– ดูแลความเรียบร้อยของชั้นหนังสือและนิตยสาร (จัดเก็บเข้าชั้น , ซ่อมแซมหนังสือและนิตยสาร)
– ช่วยงานด้านการบริการต่างๆที่มีในห้องสมุด

สถานที่ในการทำงาน
บริษัท เอสซีจี เอ็กซพีเรียนซ์ จำกัด
เลขที่ 1444 ซอยลาดพร้าว 87 (จันทราสุข)
แขวง คลองจั่น เขต บางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
(ถนนประดิษฐ์มนูญธรรม เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เยื้อง The Crystal Park)

ที่สำคัญของการทำงานครั้งนี้ น้องๆ จะได้รับความรู้ และประสบการณ์ในการทำงาน
นอกจากนี้ยังได้ค่าตอบแทนในการทำงาน โดยคิดเป็นรายชั่วโมงด้วยนะครับ

หากน้องๆ คนไหนสนใจ และอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม
กรุณาติดต่อกลับมาที่ พี่กุ๊กกิ๊ก โทรศัพท์ 02-1019900 ต่อ 2004

ปล. ขอขอบคุณทาง SCG ที่ส่งข่าวมาให้ประกาศนะครับ
และหากหน่วยงานไหนต้องการประชาสัมพันธ์เรื่องงาน ท่านสามารถส่งข่าวมาให้ผมได้นะครับ

ฟรี ฟรี ฟรี มีที่ห้องสมุด

เพื่อนๆ ชอบของฟรีกันหรือเปล่าครับ

ถ้าเพื่อนๆ ชอบของฟรี ผมขอแนะนำของฟรีๆ แบบนี้
– ซีดี และ ดีวีดี ฟรี!!!!!
– ดูหนัง ฟรี!!!!!
– ฟังเพลง ฟรี!!!!!
– อินเทอร์เน็ต ฟรี!!!!!
– อ่านเรื่องใหม่ๆ ฟรี!!!!!

ของฟรี!!!!! แบบนี้มีที่ห้องสมุดจริงๆ นะ

ไม่เชื่อไปดูการ์ตูนสิครับ

nancy

เป็นไงหล่ะของฟรีมีที่ห้องสมุดจริงๆ ด้วย

เอาหล่ะทีนี้เรามาวิเคราะห์กันว่า
“สิ่งที่การ์ตูนนำเสนอนี้ หากนำมาเทียบกับห้องสมุดเมืองไทยจะฟรีจริงหรือเปล่า”

เริ่มจาก Free CDs & DVD
เขาบอกว่าซีดีและดีวีดีฟรี จริงๆ แล้วมันก็ฟรีจริงๆ หล่ะครับ
เพียงแต่มีระยะเวลากำหนด นั่นคือการยืมคืนสื่อมัลติมีเดียนั่นเอง
จริงๆ แล้วบางที่อาจจะให้ยืม แต่บางที่ก็ให้ใช้แค่ภายในห้องสมุดเท่านั้น
แต่สรุปว่ายังไงก็ถือว่า ฟรี แล้วกัน ไม่เชื่อดูรูปนี้เลย

cd-free

ต่อมา Watch free movies & Listen to free music
ดูหนังฟรี และเพลงฟรีในห้องสมุดจะมีมุมมัลติมีเดีย
ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเลือกภาพยนตร์และเพลงที่ถูกใจ แล้วนำมาดูและฟังได้ที่จุดบริการนี้
เพียงเท่านี้ก็ถือว่าให้บริการดูหนังแบบฟรีๆ และฟังเพลงแบบฟรีๆ แล้วนะครับ

ต่อมา Get free internet
ประเด็นนี้อาจจะเป็นที่ถกเถียงของเพื่อนๆ ว่า อาจจะไม่ฟรีอย่างที่คิด
ห้องสมุดบางที่อาจจะนำแผนธุรกิจเข้ามาใช้ (Internet cafe)
บางที่ก็ให้ใช้ฟรีแต่ต้องลงทะเบียน ประเด็นผมจึงขอบอกได้แค่ว่า “ฟรีเป็นบางที่”

wifi-free

ประเด็นสุดท้าย Read the latest graphic novels free
เรื่องการอ่านหนังสือในห้องสมุด ถ้าต้องเสียเงินอันนี้ก็คงแปลกมากนะครับ
เพราะห้องสมุดเกือบทั้งหมดให้อ่านหนังสือได้ฟรีแน่นอนอยู่แล้ว
ดังนั้นฟันธงไปเลยว่า “ฟรีจริงๆ”

สำหรับเงื่อนไขของห้องสมุดที่ให้บริการแบบฟรีๆ เช่น
– ต้องเป็นสมาชิกของห้องสมุดก่อนถึงจะใช้บริการเหล่านี้ได้ (ค่าสมาชิกอาจจะไม่ฟรี)
– บางห้องสมุดให้ยืมซีดี ดีวีดี หรือหนังสือได้ แต่ต้องวางเงินมัดจำ (อันนี้เข้าข่ายว่าฟรีหรือปล่าว)
– บางครั้งจะใช้ของฟรีอาจจะต้องรอ เพราะว่าต้องมีการจองคิว

ก่อนจากกันวันนี้ขอเชิญชวนว่า “วันนี้คุณใช้บริการฟรีๆ ในห้องสมุดแล้วหรือยัง”

ภาพการ์ตูนจาก http://comics.com/nancy/2009-04-19/

งานวิจัยเรื่องนโยบายการอ่านหนังสือของประเทศไทย

วันนี้ผมมีเรื่องจะมารบกวนเพื่อนๆ อีกแล้วครับ (มีคนฝากแบบสอบถามมาอ่ะ)
จริงๆ แล้วก็ไม่เกี่ยวกับผมโดยตรงหรอกครับ แต่ถือว่าช่วยๆ กันก็แล้วกันนะ

reading-in-thai

Read more