10 เหตุผลยอดฮิตของการเป็นบรรณารักษ์

บทความนี้ผมเขียนตั้งแต่ปี 2007 แต่ขอเอามาเขียนใหม่นะครับ
ด้วยเหตุที่ว่า มีเพื่อนหลายคนถามอยู่เสมอว่า “ทำไมถึงอยากเป็นบรรณารักษ์”
ผมก็เลยไปหาคำตอบมาตอบให้เพื่อนๆ อ่าน ซึ่ง 10 เหตุผลดังกล่าวผมว่าก็มีส่วนที่ค่อนข้างจริงนะ

reason-librarian

ปล. 10 เหตุผลยอดนิยมของการบรรณารักษ์ ต้นฉบับเป็นของต่างประเทศ
ดังนั้นอาจจะมีบางส่วนที่เพื่อนๆ อาจจะรับไม่ได้ก็ได้นะครับ ต้องขออภัยล่วงหน้า

ต้นฉบับของเรื่องนี้ ชื่อเรื่องว่า “The Top 10 Reasons to Be a Librarian
ซึ่งเขียนโดย Martha J. Spear

10 เหตุผลยอดฮิตของการเป็นบรรณารักษ์ มีดังนี้
1. Grand purpose – ตั้งใจอยากจะเป็น
2. Cool coworkers – เพื่อนร่วมงานดี
3. Good working conditions – สภาพการทำงานใช้ได้
4. It pays the rent – สามารถยืนด้วยลำแข้งตัวเอง
5. A job with scope – เป็นงานที่มีความหลากหลาย
6. Time off – มีเวลาพักเยอะ
7. Great conferences – มีการจัดงานประชุมได้ดีมาก
8. Useful skills – ใช้ทักษะที่เรียนอย่างเต็มที่
9. Romance – อาชีพที่มีความโรแมนติก
10. Ever-changing and renewing – เป็นอาชีพที่ทำได้นานกว่าอาชีพอื่นๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ มีเหตุผลไหนที่ตรงใจคุณกันบ้าง
อย่างที่ผมบอกไว้แต่แรกหล่ะครับ ว่านี่เป็นเหตุผลของบรรณารักษ์ในต่างประเทศ
อย่าเพิ่งโต้เถียงนะครับ เพราะว่าบ้านเมืองเขาเป็นอย่างนั้น

วันนี้ผมคงได้แค่แปลให้อ่านนะครับ แล้ววันหลังจะมาเขียนอธิบายทีละข้อเลย
เพราะว่าเท่าที่อ่านดูคร่าวๆ นับว่ามีแง่คิดเยอะเหมือนกันครับ
เช่น ข้อที่ 7 ที่พูดถึงเรื่องการจัดประชุมทางวิชาการของสาขาวิชาชีพนี้ ที่เขาบอกว่าดีที่สุด มันเป็นอย่างไร เอาไว้อ่านคราวหน้านะครับ

นั่นคือเหตุผลของบรรณารักษ์ในต่างประเทศ เอาเป็นว่าทีนี้ในบ้านเรา ผมก็อยากรู้เหมือนกันนะครับว่า
“ทำไมเพื่อนๆ ถึงเรียนบรรณารักษ์ หรือทำงานบรรณารักษ์” อิอิ ว่างๆ จะขอสำรวจนะครับ

บรรณารักษ์มือใหม่ควร follow ใครใน twitter

กระแส twitter เริ่มจะแรงขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ห้องสมุดหลายๆ ที่ใช้ twitter
แต่คำถามหนึ่งที่ผมได้รับมา คือ “แล้วจะ follow ใครดีหล่ะใน twitter”
วันนี้ผมจึงต้องมาตอบคำถามข้อนี้ให้ชาวห้องสมุดได้เข้าใจกันสักหน่อย

twitter

แต่ก่อนอื่นหากเพื่อนๆ คนไหนที่ยังไม่รู้จัก twitter
ผมขอแนะนำว่าลองกลับไปอ่านบทความเก่าๆ ของผมก่อน

“Twitter + Librarian = Twitterian”

คุณควรจะ follow ใครบ้างใน twitter
(ขอแนะนำใช้สำหรับบรรณารักษ์ที่ใช้ twitter มือใหม่นะครับ)

1. ผู้ใช้บริการทั่วไปของห้องสมุด หรือ สมาชิกของห้องสมุด
2. หน่วยงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้ๆ คุณ หรือจังหวัดเดียวกัน
3. ห้องสมุดอื่นๆ
4. บรรณารักษ์คนอื่นๆ
5. ผู้แต่งหนังสือ, สำนักพิมพ์, หนังสือพิมพ์
6. @Ylibraryhub (อันนี้แนะนำแบบพิเศษ)

นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว
ผมแนะนำว่าคุณอาจจะ follow กลุ่มเป้าหมายของห้องสมุดของคุณก็ได้

เช่น หากเพื่อนๆ เป็นบรรณารักษ์ในห้องสมุดเฉพาะก็ลองหาคนที่สนใจในเรื่องเฉพาะที่ตรงกับห้องสมุดของคุณก็ได้ ตัวอย่างง่ายๆ เช่น
– ห้องสมุดมารวย อาจจะ follow คนที่ชอบเล่นหุ้นหรือสนใจเกี่ยวกับเรื่องการลงทุนก็ได้
– ห้องสมุดกรมวิทยาศาสตร์ อาจจะ follow นักวิทยาศาสตร์ หรือนักศึกษาที่เรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ก็ได้
– ห้องสมุดการออกแบบ อาจจะ follow นักออกแบบ สถาปนิก หรือผู้รับเหมาก่อสร้างก็ได้

แต่ไม่ว่าคุณจะ follow ใครก็ตาม
ผมก็อยากให้คุณทำความรู้จักกับ social network tool เหล่านี้ และขอให้ใช้ในทางที่ถูกต้องและเหมาะสมนะครับ

เพราะหากเพื่อนๆ ใช้ในทางที่ผิด “ห้องสมุดของท่านก็อาจจะมีชื่อเสียมากกว่าชื่อเสียงนะครับ”
ยังไงก็ลองหาคน follow ดูนะครับพี่น้องชาวห้องสมุด

บรรณารักษ์ไม่ควรพลาดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ในปี 2552

เดือนมีนาคมเป็นเดือนที่มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย
เช่น งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ งานคอมมาร์ค งานมอเตอร์โชว์ ฯลฯ
ซึ่งเดี๋ยวผมคงจะนำมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังในบล็อก และแนะนำกิจกรรมดีๆ ที่เพื่อนๆ ไม่ควรพลาดนะครับ

bookfair1

วันนี้ขอแนะนำงานแรก นั่นคือ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า งานหนังสือ เพราะฉะนั้นจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับบรรณารักษ์ก็คงไม่ได้

รายละเอียดของงานเบื้องต้น
ชื่องาน : งานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 7 และ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 37
ชื่อภาษาอังกฤษ :Bangkok International Book Fair 2009
วันที่จัดงาน : วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2552
สถานที่จัดงาน : ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

bookfair

งานนี้มีสโลแกนว่า ?Develop Yourself by Reading?
หรือภาษาไทย?พัฒนาตัวเองด้วยการอ่าน?

การอ่านจะทำให้เราได้รับความรู้มากมาย และการอ่านก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องอ่านหนังสือเท่านั้น
เราสามารถอ่านได้ทกอย่างรอบๆ ตัวเรา เช่น เว็บไซต์ หนังสือ ป้ายประกาศ ฯลฯ
ยิ่งอ่านมากเราก็จะรู้มากขึ้น และยิ่งเรามีความรู้มาก เราก็จะสามารถหาหนทางในแก้ปัญหาได้มากขึ้นด้วย

เรามาดูหัวข้อการสัมมนา และบรรยายที่เกี่ยวกับวงการบรรณารักษ์กันดีกว่า

วันที่ 26 มีนาคม 2552
– How the ASEAN publishing industry will be effected by the popularity of ?digital? contents

วันที่ 27 มีนาคม 2552
– การจัดทำผลงานทางวิชาการเขียนหนังสือค้นคว้าและการเขียนรายงานการใช้ประเภทหนังสือ

วันที่ 28 มีนาคม 2552

– โครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียนในโรงเรียนและการก่อสร้างห้องสมุดหนังสือดี 100 แห่งในกรุงเทพมหานคร

วันที่ 30 มีนาคม 2552

– Speech and book Presentation By Irasec ( Institute of Research on Contemporary South East Asia) and book presentation Contemporary research on South East Asia By Benoit de Treglode , Director of IRASEC.

วันที่ 31 มีนาคม 2552
– Integrated Multimedia with Extensive Reading
– เปิดตัวสารานุกรมสำหรับเยาวชน Children Encyclopedia
– กลยุทธ์การบริหารร้านหนังสือ

วันที่ 1 เมษายน 2552
– การออกแบบการสอนอิงมาตรฐานการเรียนรู้สู่หลักสูตรแกนกลางในรูปแบบย้อนกลับ (Backward Design)

วันที่ 3 เมษายน 2552
– ลิขสิทธิ์วิชาการกับงานห้องสมุด / ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์ และ การใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม สำหรับบรรณารักษ์ห้องสมุด?

วันที่ 6 เมษายน 2552
– โครงการหนังสือเล่มแรก Bookstart ปีที่ 6

ต้องขอแจ้งไว้ล่วงหน้า งานสัมมนาและการบรรยาย
บางหัวข้อก็เสียเงิน บางหัวข้อก็ฟรี ดังนั้นกรุณาตรวจสอบก่อนนะครับ ที่ http://bangkokibf.com/meetingRoom_thai.php

ทำไมบรรณารักษ์ควรไปงานนี้

– เพื่อวางแผนในการจัดซื้อ และจัดหาทรัพยากรสารสนเทศเข้าห้องสมุด
– เพื่อรวบรวมข้อมูลร้านหนังสือต่างๆ ในประเทศไทย
– เพื่อศึกษาแนวโน้มของทรัพยากรสารสนเทศแบบใหม่ๆ
– เพื่อให้บรรณารักษ์ได้พบปะเจ้าของร้านหนังสือ (บางร้าน)
– เพื่อฟังการสัมมนา หรือบรรยายต่างๆ ที่เกี่ยวกับหนังสือ
– เพื่อเป็นแนวคิดในการจัดงานสัปดาห์หนังสือในห้องสมุด

และอื่นๆ อีกมากมายที่เพื่อนๆ สามารถนำไปใช้ได้

เห็นมั้ยครับ ว่าบรรณารักษ์จะได้อะไรจากงานนี้
ทั้งความรู้ ผู้ขาย และหนังสือติดไม้ติดมือกลับบ้าน
เอาเป็นว่าก็อยากชวนเพื่อนๆ บรรณารักษ์ทุกคนนั่นแหละ
เพราะว่าโอกาสไม่ได้มีบ่อยๆ นะครับ

เป็นไงกันบ้างครับกับรายละเอียดแบบยั่วน้ำลายเล็กน้อย
เอาเป็นว่าเดี๋ยวพอวันงานผมจะไปถ่ายรูปบรรยากาศมาลงอีกนะครับ

ภาพและข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ เว็บไซต์ข้อมูลของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 37

สัปดาห์หนังสือแห่งชาติส่งท้ายปี 52 (มหกรรมหนังสือระดับชาติ)

อีกเพียงแค่หนึ่งอาทิตย์เท่านั้นนะครับ งานหนังสืองานใหญ่อีกงานก็จะเริ่มอีกครั้งแล้ว
นั่นก็คืองานมหกรรมหนังสือระดับชาติ 2552 หรือที่หลายๆ คนชอบเรียกว่างานสัปดาห์หนังสือปลายปี

bookexpo

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับงานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้
ชื่องานภาษาไทย : งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 14
ชื่องานภาษาอังกฤษ : BookExpoThailand 2009
วันที่จัดงาน : 15-25 ตุลาคม 2552
เวลาในการจัดงาน : 10.00-21.00 น.
สถานที่จัดงาน : ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ในงานนี้บรรณารักษ์หลายๆ คนโดยเฉพาะบรรณารักษ์ที่ดูแลเรื่องการจัดซื้อหนังสือคงไม่พลาด
เพราะว่าจะได้คัดเลือกหนังสือเข้าห้องสมุดอย่างจุใจ ด้วยหนังสือที่มีจำนวนมากมายและลดราคาด้วย

นอกจากนี้ในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย
ซึ่งผมเชื่อว่าหากบรรณารักษ์หรือคนที่ทำงานด้านห้องสมุดมาดู
ก็อาจจะได้ไอเดียเล็กๆ น้อยๆ กลับไปพัฒนาและจัดกิจกรรมที่ห้องสมุดของตัวเองได้

กิจกรรมพิเศษที่จัดในงานสัปดาห์หนังสือครั้งนี้ เช่น
– โครงการประกวด “สุดยอดแนวคิดสร้างนิสัยรักการอ่าน”
– โครงการประกวดให้หนังสือเป็นของขวัญ Book for Gift Smart Idea ครั้งที่ 2
– โครงการทอฝันปันหนังสือให้น้อง ครั้งที่ 17

ในการจัดนิทรรศการในงานนี้ก็มีมากมาย เช่น
– นิทรรศการและกิจกรรม ?ห้องสมุดหนังสือใหม่ ปี 2552?
– กิจกรรม Bookstart ของลูก สำเร็จได้ด้วย Heartstart ของพ่อแม่
– กิจกรรมจากร้านภูฟ้า
– ต้นไม้แห่งความสุข (Book Christmas)
– เมื่อยนักพักเท้า (บริการนวดเท้าแผนโบราณ)
– คิดถึงของขวัญ คิดถึงหนังสือ (Book for Gift)

แค่เห็นชื่อกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ก็ทำให้ผมยิ่งอยากไปงานนี้เร็วๆ เหลือเกิน
เอาเป็นว่าถ้าผมได้ไปร่วมงานในครั้งนี้แล้ว ผมจะเก็บภาพบรรยากาศในงานมาฝากทุกๆ คนเลยครับ

สำหรับเพื่อนๆ ที่วางแผนที่จะมางานนี้ผมขอแนะนำว่าใช้รถไฟฟ้าใต้จะทำให้คุณไม่ต้องเครียดเรื่องการหาที่จอดรถนะครับ
เพราะอย่างที่รู้ๆ รถเยอะมากๆ รถติดทางเข้า แถมเข้ามาก็อาจจะไม่มีที่จอดอีก ดังนั้นรถไฟฟ้าใต้ดินดีที่สุดครับ

หากเพื่อนๆ อยากได้ข้อมูล หรือรายละเอียดกิจกรรมมากกว่านี้ผมแนะนำให้เข้าเว็บไซต์ทางการของงานนี้
เว็บไซต์ทางการของงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 14 : http://thailandbookfair.pubat.or.th/bookexpo/

ปรัชญา Google สู่การให้บริการในห้องสมุด

วันนี้ผมขอนำเสนอข้อคิดดีๆ ที่ผมได้จากการอ่านหนังสือของ google ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานบริการของห้องสมุด
ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่าในหนังสือเล่มนี้จะมีปรัชญาที่ล้ำลึกได้ขนาดนี้ เอาเป็นว่าไปอ่านกันก่อนดีกว่า

book-google

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับหนังสือ
ชื่อหนังสือ : เจาะตำนาน รวยฟ้าผ่า google
ผู้แต่ง : สุขนิตย์ เทพอนันต์, พงษ์ระพี เตชพาพงษ์
ISBN : 978-974-7048-14-8
จำนวน : 164 หน้า
ราคา : 165 บาท
สำนักพิมพ์ : บริษัท มายด์ คอนเน็กชันส์ จำกัด

เนื้อเรื่องของหนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 9 บท มีดังนี้
บทที่ 1 – ฟ้าส่งยาฮูมาเกิดไฉนส่งกูเกิลมาเกิดด้วยเล่า
บทที่ 2 – เล็กพริกขี้หนู
บทที่ 3 – จะหารายได้หรือจะกินแกลบ
บทที่ 4 – ไม่คลิกไม่ต้อจ่าย
บทที่ 5 – เงามืดโตตามตัว
บทที่ 6 – ถึงเวลาเป็นบริษัทมหาชน
บทที่ 7 – บุกตลาดต่างประเทศ
บทที่ 8 – เกมผูกมิตรแข่งศัตรู
บทที่ 9 – ทำนายอนาคตกูเกิล

หนังสือเล่มนี้เมื่อผมอ่านไปครึ่งเล่มก็เจอกับปรัชญาหนึ่งที่น่าสนใจ
ปรัชญานี้ผู้ก่อตั้งกูเกิล (Larry Page และ Surgrey Brin)ใช้สอนและบอกพนักงานอยู่เสมอ
ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีอยู่หลายข้อนะครับ แต่ผมขอยกตัวอย่างสัก 6 ข้อมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านแล้วนำไปลองปฏิบัติกันดูนะครับ

ตัวอย่างปรัชญา
1. คิดถึงผู้ใช้บริการก่อนแล้วอย่างอื่นจะตามมาเอง
(Focus on the user and all else will follow)

2. จะทำอะไรก็ทำให้เก่งไปซักเรื่องหนึ่งจะดีกว่า
(It?s best to do one thing really, really well)

3. เร็วดีกว่าช้า
(Fast is better than slow)

4. ประชาธิปไตยต้องดีที่สุด
(Democracy on the web works)

5. จริงจังได้โดยไม่ต้องใส่สูท
(You can be serious without a suit)

6. ยอดเยี่ยมแล้วยังไม่พอ
(Great just isn?t good enough)

ตัวอย่างการนำไปใช้ในห้องสมุด
1. เวลาบรรณารักษ์ให้บริการ เราต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้มากกว่าความต้องการของเรา

2. งานของบรรณารักษ์ที่ผมเน้นจริงๆ แล้ว เราไม่จำเป็นต้องเก่งตามปรัชญาหรอกครับ
ขอแค่รู้จักและทำงานเป็นก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าจะเก่งสักเรื่องผมขอเก่งเรื่องการบริการผู้ใช้แล้วกัน

3. ส่วนการบริการที่รวดเร็วย่อมดีกว่าการบริการที่ช้าเพราะอย่าลืมว่าสังคมปัจจุบันมีการแข่งขันสูง
เราต้องคำนึงถึงผู้ใช้ที่ต้องการความรวดเร็วในการบริการ ไม่ใช่รอแล้วรออีก

4. การเคารพการตัดสินใจของผู้ใช้ในการประเมินห้องสมุดเพื่อปรับปรุงบริการต่างๆ
เราดูเสียงส่วนใหญ่ แต่ก็อย่าลืมพิจารณาเสียงส่วนน้อยด้วย เพราะบางครั้งเสียงส่วนน้อยอาจจะทำให้เราเกิดบริการแบบใหม่ก็ได้

5. การทำงานผมอยากเน้นว่านอกจากการทำงานด้วยความจริงจังกับหน้าที่ของตนแล้ว
สิ่งที่ผมอยากเสริมคือเรื่องของความจริงใจ โดยเริ่มจากเพื่อนร่วมงาน และผู้ใช้บริการ
หากเรามีทั้งความจริงจังและความจริงใจแล้ว เราจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานนั้นๆ

6. การที่เราได้รับคำชมมากๆ ไม่ได้หมายความว่าเราจะบริการเพียงเท่านี้
แต่เราต้องพัฒนาการบริการให้ผู้ใช้ดีขึ้นไป เพราะว่าคำชมจะอยู่ได้ไม่นานถ้าเราไม่พัฒนางานต่อไป
เช่นปีนี้ห้องสมุดทันสมัยขึ้น พอปีหน้าผู้ใช้บริการมากขึ้นก็เริ่มมีเสียงว่าไม่พอใช้
ดังนั้นเราต้องมีการปรับปรุงและพัฒนางานบริการด้านต่างๆ ให้ดีไปเรื่อยๆ ไม่มีคำว่าพอ

เป็นยังไงกันบ้างครับ กับปรัชญาและข้อคิดดีๆ จาก google
จริงๆ มีอีกหลายข้อนะครับที่น่าสนใจ เอาไว้ว่างๆ จะมาเล่าให้ฟังใหม่
ยังไงถ้าเพื่อนๆ คิดอะไรได้ดีกว่าแสดงความคิดเห็นด้านล่างได้เลยนะครับ
เราจะได้ร่วมกันพัฒนาวิชาชีพไปด้วย

ปล. จริงๆ แล้วปรัชญาของ google ก็สามารถประยุกต์ได้ทุกสาขาวิชาชีพนะครับ ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน

งานบรรณารักษ์ที่เพื่อนๆ ชอบที่สุด คือ…

งานในห้องสมุดถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนด้วยกัน บรรณารักษ์ในแต่ละส่วนก็มีหน้าที่ไม่เหมือนกัน
วันนี้ผมเลยอยากถามเพื่อนๆ ว่า “หากเพื่อนๆ เลือกทำงานในห้องสมุดได้ เพื่อนๆ จะเลือกงานไหน”

[poll id=”11″]

การตอบแบบสอบถามนี้เป็นเพียงความคิดส่วนบุคคลของแต่ละคนนะครับ
เพราะในความเป็นจริงแล้วผมเชื่อว่าทุกคนก็คงต้องทำงานทุกอย่างที่กล่าวมาอยู่ดี
คงเลือกไม่ได้หรอกครับว่าจะอยู่งานไหน เอาเป็นว่าผมแค่ถามงานที่ชอบในความรู้สึกก็แล้วกัน

library-work

คำอธิบายงานในแต่ละส่วน

1. งานบริหารห้องสมุด
– งานวางแผนและกำหนดนโยบายต่างๆ ในห้องสมุด ควบคุมงบประมาณและทำรายงานสถิติต่างๆ

2. งานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ
– งานจัดซื้อจัดหาทรัพยากรต่างๆ เข้าห้องสมุด

3. งานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ
– งาน catalog นี่แหละ ไม่ว่าจะ dewey หรือ LC ก็ตาม

4. งานบริการยืม-คืน
– ให้บริการหน้าเคาน์เตอร์อย่างเดียว ยิงบาร์โค้ตหนังสือยืม และหนังสือคืน

5. งานวารสารและสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง
– งานจัดการด้านวารสาร นิตยสารต่างๆ เช่น เย็บเล่มวารสาร ทวงวารสารที่ยังไม่ส่ง ฯลฯ

6. งานบริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า
– งานที่ให้คำปรึกษา และนั่งตอบคำถามแก่ผู้ใช้บริการ ปัจจุบันอาจจะตอบผ่าน Chat, MSN, Mail ฯลฯ

7. งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
– งานดูแลระบบไอทีต่างๆ ในห้องสมุด รวมถึงระบบห้องสมุดอัตโนมัติด้วย

8. งานโสตทัศนวัสดุและอุปกรณ์
– งานให้บริการสื่อมัลติมีเดียต่างๆ เช่น ซีดี วีซีดี ดีวีดี อาจจะรวมถึงห้องมัลติมีเดียด้วย (ถ้ามีในห้องสมุด)

9. อื่นๆ (โปรดระบุ)
งานอื่นๆ ที่อาจจะไม่ระบุถึง ณ ที่นี้ เช่น จัดชั้นหนังสือ ฯลฯ

นิยามของงานไหนที่ไม่ชัดเจนเพื่อนๆ อาจจะตอบ อื่นๆ มานะครับแล้วก้ระบุมาให้ผมด้วยว่างานอะไร

ถ้าเป็นไปได้นอกจากการเลือกที่แบบสอบถามแล้ว ผมขอให้เพื่อนๆ ตอบลงมาใน comment ด้วยนะครับ
โดยรูปแบบในการตอบแบบสอบถามนี้ ผมกำหนดไว้แล้ว มีดังนี้

1. ประเภทของห้องสมุดที่คุณทำงาน (ห้องสมุดโรงเรียน, ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา, ห้องสมุดเฉพาะ, ห้องสมุดองค์กรอื่นๆ)
2. งานที่คุณทำในห้องสมุด
3. งานที่คุณอยากทำในห้องสมุด พร้อมเหตุผล

——————————————

ตัวอย่างการตอบแบบสอบถาม (คำตอบของผมเอง)

ประเภท : ห้องสมุดประชาชน
งานที่ทำในห้องสมุด : งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
งานที่อยากทำในห้องสมุด : บริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า
เหตุผล : เพราะว่าการตอบคำถามให้ผู้ใช้บริการจะเป็นการเปิดโลกทัศน์ทำให้เรามีความกระตือรือร้น
ในการอยากรู้อยากเห็น แสวงหาคำตอบมาตอบผู้ใช้เท่ากับเป็นการเพิ่มความรู้ให้เราด้วยครับ

——————————————

อ๋อสำหรับคนอื่นที่ไม่ได้เป็นบรรณารักษ์ ขอแค่ระบุว่าอยากทำงานด้านไหนในห้องสมุดก็พอแล้วครับ

ขอบคุณสำหรับทุกคำตอบครับ

รวมรูปภาพสาวสวยในห้องสมุด

วันนี้วันเสาร์ วันหยุดของเพื่อนๆ หลายๆ คน หรือบางคนก็เรียกว่า วันชิวๆ
ผมเลยขอเอารูปภาพสวยๆ มาฝากให้เพื่อนได้ชื่นชมกันหน่อย

cool-librarian

ซึ่งถ้าเป็นรูปธรรมดาก็คงไม่ใช่บล็อกห้องสมุดแน่
ดังนั้นผมจึงขอประมวลภาพสาวๆ ในห้องสมุดสักหน่อยแล้วกัน

วิธีการง่ายๆ ที่จะทำให้ผมได้มาซึ่งภาพบรรณารักษ์สวยๆ ในห้องสมุด ก็คือ
เข้าไปหาภาพใน GOOGLE นั่นเอง (http://images.google.com/imghp?hl=en&tab=wi)

ส่วนการใช้ keyword เพื่อที่จะทำให้ผมได้รูป “บรรณารักษ์สวยๆ ในห้องสมุด” เช่น
– pretty librarian
– sexy librarian
– girl in library
– ฯลฯ

เอาเป็นว่าลองเข้าไปดูกันเองแล้วกันนะครับว่าจะเจอรูปอะไรบ้าง
แต่วันนี้ผมขอนำมาให้เพื่อนๆ ดู สัก 5 รูปแล้วกันนะครับ

librarian-cool1-195x300

รูปแรกมาจาก www.odelizajacoba.com

librarian-cool2-200x300

รูปที่สองมาจาก www.patrickrothfuss.com

librarian-cool3-187x300

รูปที่สามมาจาก www.smh.com.au

librarian-cool4

รูปที่สี่มาจาก www.tanashabitat.com

librarian-cool5-249x300

รูปที่ห้ามาจาก www.pinoyblog.com

เอาเป็นว่าวันนี้วันสบายๆ ก็ขอให้เพื่อนๆ มีความสุขทุกคนก็แล้วกันนะครับ

แนะนำเว็บไซต์ตามกระแสที่คุณควรรู้จัก

*** คำแนะนำเรื่องนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบตามข่าวสารต่างประเทศนะครับ ***
ถ้าคุณคือคนที่ผมกล่าวถึงอยู่ก็กรุณาเข้ามาทำความรู้จักกับเว็บไซต์ที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้

ที่มาของรูป http://www.nytimes.com
ที่มาของรูป http://www.nytimes.com

ลักษณะของเว็บไซต์ที่ช่วยให้เราตามกระแสของโลกได้ มีดังนี้
– เว็บไซต์ที่รวบรวมข่าวสารจากหลายๆ แขนงวิชา
– เว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมต่อเว็บไซต์ (Social Media)
– เว็บไซต์ที่มีการอัพเดทแบบ Real time
– เว็บที่มีการตอบสนองต่อการใช้งานของผู้ใช้จำนวนมาก

เอาเป็นว่าเมื่อรู้คุณสมบัติของเว็บเหล่านี้แล้ว
เราลองมาดูตัวอย่างของเว็บไซต์เหล่านี้กันดีกว่า

21 เว็บไซต์ที่จะทำให้คุณตามกระแสโลกทัน (21 Sites To Find Out What’s Hot Online) มีดังนี้

กลุ่มของ meme trackers (การติดตามกระแส หรือคำสำคัญ)

1 Google Blogsearch

2 Megite

3 Techmeme

กลุ่มของ blog search engines

4 Technorati Popular

5 BlogPulse key phrases

กลุ่มของ Search Engine

6 Yahoo Buzz

7 Google hottest trends

8 MSN A-list

9 Aol.com hot searches

10 Top Ask.com

กลุ่มของ social media sites

11 Digg

12 Delicious

13 StumbleUpon

14 PopURLs

15 Flickr

16 Deletionpedia

กลุ่มของ Twitter tools

17 Tweet Meme

18 Twit Scoop

19 TwittUrly

กลุ่มของ ecommerce sites

20 Amazon

21 EBay pulse

เป็นยังไงกันบ้างครับ เพื่อนๆ รู้จักเว็บเหล่านี้มากน้อยแค่ไหนครับ
สำหรับผมเองก็ยอมรับแหละครับว่ายังรู้จักไม่ครบ
เอาเป็นว่าผมก็จะพยายามทำความรู้จักกับเว็บไซต์เหล่านี้ให้มากๆ แล้วกันนะครับ

ที่มาของเรื่องนี้ 21 Sites To Find Out What’s Hot Online

LibrarianMagazine ปีที่ 2 เล่ม 6

นิตยสารบรรณารักษ์ออนไลน์ ปี 2 เล่มที่ 5
ออกในเดือนกันยายน 2552

libmagv2n6

วันนี้บังเอิญว่ามีเพื่อนๆ บรรณารักษ์หลายคนส่งข้อความมาถามว่า
“นิตยสารบรรณารักษ์ออนไลน์เล่มใหม่ออกแล้วรู้หรือยัง”
ก็เลยตอบไปว่า “รู้ว่าออกแล้วครับ เพียงแต่ยังไม่ได้เขียนถึงเท่านั้นเอง”

วันนี้ผมจึงต้องเร่งเขียนบล็อกเรื่องนี้สักหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าบล็อกผมอัพเดทช้าอีก
จริงๆ ต้องขอออกตัวก่อนเลยนะครับว่า ช่วงนี้งานเยอะมากจริงๆ แต่ก็ติดตามข่าวสารตลอดนั่นแหละครับ

เข้าเรื่องของเราดีกว่า “นิตยสารบรรณารักษ์ออนไลน์” ฉบับนี้มีเรื่องที่น่าสนใจมากมาย
แถมมีพี่น้องบรรณารักษ์ที่ผมรู้จักเขียนร่วมหลายคนด้วย อิอิ ขอชื่นชมเลย
เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าในเล่มนี้มีเนื้อหาอะไรที่น่าสนใจบ้าง

เนื้อหาในนิตยสารบรรณารักษ์ออนไลน์เล่มนี้ มีดังนี้

เรื่องจากปก บทสัมภาษณ์ – ดร.สมรักษ์ สหพงศ์ บรรณารักษ์ ระดับ 8 ชำนาญการ

รีวิวห้องสมุด – ห้องสมุดวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร

พาเที่ยว – ห้องสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

พาเที่ยว – ห้องสมุดเมืองโอคแลนด์ (Auckland City Libraries)

พาเที่ยว – South High Library Media Center

บทความ เรื่องเล่า เรื่องแปล – เมื่อสูญสิ้นซึ่งศิลปะแห่งการอ่าน

บทความ เรื่องเล่า เรื่องแปล – สรุปประเด็นที่น่าสนใจ การประชุมวิชาการของที่ประชุม ปอมท

บทความ เรื่องเล่า เรื่องแปล – ชี้แจงความสามารถของสารสนเทศศาสตร์บัณฑิต

สาระน่ารู้ – จิตวิทยากับความรัก (Psychology and Love)

สาระน่ารู้ – ลดโลกร้อนกับแม่ และ Green IT

สาระน่ารู้ – ละล่องท่องเว็บ ตอน เก็บ twitter จากเว็บห้องสมุด

เป็นยังไงกันบ้างครับฉบับนี้ ยังไงก็อ่านกันได้เลยนะครับ
จะได้เติมความรู้เพื่อร่วมกันพัฒนาวงการห้องสมุดและบรรณารักษ์กันต่อไป

เว็บไซต์บรรณารักษ์ออนไลน์ : http://www.librarianmagazine.com

นิตยสารบรรณารักษ์ออนไลน์ ปี 2 เล่ม 6 : http://librarianmagazine.com/VOL2/NO6/index.htm

ช่วงเทศกาลสอบปลายภาค ณ ห้องสมุด

ช่วงนี้หลายๆ สถาบันการศึกษา(โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย) เริ่มเข้าสู่ฤดูแห่งการสอบปลายภาคแล้ว
วันนี้จะมาขอเล่าเรื่องราวสมัยตอนที่ผมยังคงเป็นนักศึกาาให้เพื่อนๆ ได้ฟังกันนะครับ

exam-library

นโยบายของห้องสมุดในบางที่ ที่พยายามเอื้อให้กับผู้ใช้บริการเพื่อมานั่งอ่านหนังสือใช่วงสอบ
โดยอาจจะมีการขยายช่วงเวลาของการปิดทำการให้ดึกขึ้น หรือบางที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง
เอาเป็นว่านี่คือสิ่งที่ดีครับ
อย่างน้อยผมก็คนนึงแหละที่ชอบอ่านหนังสือดึกๆ ในห้องสมุด

บางสถานศึกษาที่นักเรียน นักศึกษาไม่ชอบเข้าห้องสมุด
ช่วงเวลาสอบห้องสมุดนี่จะเงียบเหมือนป่าช้าเลย
จึงทำให้ห้องสมุดเหล่านั้นฉวยโอกาส ในช่วงของเวลาใกล้สอบปิดบริการก่อนกำหนดเวลา
เช่นจากเดิมที่มีการปิดให้บริการ 18.00 แต่ช่วงสอบปิด 16.00

อันนี้น่าเกลียดไปหรือปล่าว ผมคงไม่ต้องพูดนะครับ

ช่วงสอบนี้ผู้ใช้บริการต้องการอะไรจากห้องสมุดบ้างหล่ะ
ผมขอนำเสนอมุมมองในฐานะที่ผมเป็นผู้ใช้บริการห้องสมุดแล้วกันนะครับ

สิ่งที่ผมต้องการจากห้องสมุด
1. ห้องที่สามารถใช้อ่านหนังสือได้ดึกกว่าเดิม (อันนี้หลายๆ ที่ก็ให้บริการดึกขึ้น)
เช่นจากเดิมห้องสมุดปิดบริการเวลา 21.00 น. แต่ในช่วงสอบจะปิดบริการเวลา 23.00 น.

2. ห้องที่ใช้ในการติวหนังสือ ยิ่งช่วงสอบขอบอกเลยว่าคนใช้บริการส่วนนี้เยอะมาก
บางที่ไม่มีการจัดการเรื่องคิว บางที่ไม่จัดการเรื่องเวลา
ผมอยากเสนอไอเดียแบบนี้แล้วกัน(บางที่ดีอยู่แล้วนะครับ) ห้องสมุดจะให้บริการห้องประชุมส่วนตัว
โดยกำหนดจำนวนผู้ใช้ขั้นต่ำ เวลาที่ให้บริการ มีตารางการใช้บอกชัดเจน

3. สามารถยืมหนังสือในช่วงสอบได้
อันนี้หลายๆ ที่ผมไม่ประทับใจเลยเนื่องจากพอช่วงสอบทีไรก็จะประกาศงดยืมทุกชนิด
ส่วนตัวผมเองเข้าใจนะครับว่า จำเป็นที่ต้องทำเช่นนี้
เอาเป็นว่าเสนอเล่นนะครับว่าในช่วงสอบก็ยังยืมได้ตามปรกติ แต่วันที่คืนคือวันสอบเสร็จวันสุดท้ายเท่านั้น

เอาเป็นว่าที่ผมกล่าวมาเป็นเพียงแค่ความต้องการเล็กๆ จากผู้ใช้บริการอย่างผมแล้วกัน
ยังไงบรรณารักษ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงงานบริหารควรดูเรื่องนโยบายให้มากกว่านี้นะครับ

แล้วยังไงช่วงนี้ฤดูการสอบ สำหรับผู้ใช้บริการที่ต้องสอบเหมือนกันก็ขอให้โชคดีกันทั่วหน้านะครับ