การติดตั้งโปรแกรม Koha บน Windows V.1

การติดตั้งโปรแกรม Koha บน Windows V.1

มีหลายคนเขียนเมล์มาถามผมเรื่อง Koha มากมายเกี่ยวกับเรื่องการติดตั้ง วันนี้ผมเลยขอนำเสนอการติดตั้ง Koha แบบ step by step ให้เพื่อนๆ อ่านแล้วกัน ปล.สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก Koha กรุณาอ่าน “Koha – Open Source for ILS” การเตรียมพร้อมก่อนการติดตั้ง Koha บน Windows อย่างแรกก่อนการติดตั้งนั่นก็คือ ดาวน์โหลดโปรแกรม Koha มาก่อน ซึ่งตอนนี้ Koha ที่ใช้กับ Window ที่ผมแนะนำคือ Koha V2.2.9 เพื่อนๆ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://www.koha.rwjr.com/downloads/Koha2.2.9-W32-R1.EXE หลังจากดาวน์โหลดโปรแกรม Koha แล้ว ให้เพื่อนๆ สำรวจเครื่องของเพื่อนๆ ก่อนว่ามีโปรแกรมดังต่อไปนี้หรือไม่ – Apache (http://mirror.kapook.com/apache/httpd/binaries/win32/) – MySQL (http://dev.mysql.com/downloads/) – ActivePerl (http://www.activestate.com/activeperl/downloads/) ถ้ายังไม่มีให้ดาวน์โหลดก่อน ตาม link ที่ให้ไปได้เลย ขั้นตอนการ ติดตั้ง Koha บน Windows ขั้นที่ 1 ติดตั้ง Apache ให้เลือก folder ( C:\Program Files\Apache Group\ ) ขั้นที่ 2 ติดตั้ง MySQL ให้เลือก folder (C:\mysql) ขั้นที่ 3 ติดตั้ง Perl ให้เลือก folder (C:\usr\) ขั้นที่ 4 ติดตั้ง…

ภาพหมู่เอกบรรณารักษ์รุ่นสุดท้ายแห่ง มอ.

ภาพหมู่เอกบรรณารักษ์รุ่นสุดท้ายแห่ง มอ.

อันนี้ไม่ขอเขียนอะไรมากมาย แค่อยากเอารูปเก่าๆ มาให้เพื่อนๆ ดู ซึ่งเป็นรูปถ่ายของเอกบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์แห่ง มอ. รุ่นของผมคือรุ่นสุดท้ายที่มีการใช้คำว่า “บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์” นะครับ หลังจากรุ่นผมเป็นต้นไปที่ภาควิชาก็เปลี่ยนชื่อหลักสูตรเป็น “การจัดการสารสนเทศ” แล้วครับ เนื้อหารายวิชาบางส่วนก็ยังคงเป็นวิชาของบรรณารักษ์ แต่ก็ได้มีการเน้นวิชาด้านไอทีมากขึ้นด้วย ซึ่งเน้นไปในเรื่องการจัดการสารสนเทศในทุกรูปแบบนั่นเอง ดูในรูปแล้วก็ทำเอาคิดถึงเพื่อนๆ เอกเลยนะครับ ในรุ่นของผมเป็นรุ่นประวัติศาสตร์ที่มีผู้ชายมากถึง 6 คน ส่วนผู้หญิงก็มีทั้งหมด 16 คนครับ เอามาให้ดูอย่างนั่นแหละครับ ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่สังเกตจากภาพที่ทุกคนมีความสุขกับวิชาที่เรียน แค่นี้ก็ทำให้รู้สึกดีใจแล้วครับ แม้ว่าบางคนจบมาก็เป็นบรรณารักษ์ หรือบางคนก็ไม่ได้เป็นบรรณารักษ์ แต่อย่างน้อยทุกคนก็ใช้วิชาที่เรียนมาสร้างความสำเร็จในชีวิตได้ ผมว่าแค่นี้ก็ดีที่สุดแล้ว? คิดถึงเพื่อนๆ นะ [nggallery id=23]

7 อย่างที่ห้องสมุดจะช่วยคุณยามเศรษฐกิจตกต่ำ

7 อย่างที่ห้องสมุดจะช่วยคุณยามเศรษฐกิจตกต่ำ

ในยามที่เศรษฐกิจกำลังมีปัญหา ห้องสมุดก็มีวิธีที่ทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ โดยบทความที่ผมนำมาแปลและเรียบเรียงนี้ มาจากเว็บไซต์ consumerist ชื่อบทความว่า “7 Ways Your Public Library Can Help You During A Bad Economy” 7 วิธีที่ห้องสมุดประชาชนจะช่วยคุณได้ในยามเศรษฐกิจตกต่ำ มีดังนี้ 1. You can get pretty much any book at the library คุณสามารถหยิบยืมหนังสือที่คุณต้องการอ่านได้จากที่ห้องสมุด ซึ่งหนังสือก็มีให้เลือกมากมาย หลายหมวดหมู่ หลายประเภท และหากจะยืมข้ามห้องสมุด ก็สามารถใช้บริการยืมระหว่างห้องสมุด (Inter Library loan) ได้ด้วย 2. Yes, we have movies ห้องสมุดเรามีกิจกรรมฉายภาพยนตร์ทุกสัปดาห์นะครับ นั่นเท่ากับว่าคุณไม่ต้องไปเปลืองเงินที่โรงภาพยนตร์เลยครับ 3. Kids Activities ห้องสมุดมีกิจกรรมสำหรับเด็กๆ มากมาย ดังนั้นพวกคุณสามารถนำลูกหลานมาทำกิจกรรมได้ นอกจากจะเป็นการเสริมทักษะมห้ลูกหลานของคุณแล้ว ยังสร้างความสัมพันธ์ให้กับครอบครัวของคุณได้อีกด้วย 4. Save Money and maybe your life มาห้องสมุดทำให้คุณมีเงินเก็บมากขึ้นด้วย เพราะในห้องสมุดคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย 5. Make new friends มาห้องสมุดคุณอาจจะได้เพื่อนใหม่เลยก็ได้ มันก็ไม่แน่นะครับเพราะว่า คุณอาจจะเจอเพื่อนที่ชอบอ่านหนังสือแนวเดียวกันก็ได้ 6. Find a new job ห้องสมุดหลายๆ แห่งมีบริการอินเทอร์เน็ตบริการผู้ใช้อยู่แล้ว คุณก็ลองใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหางานดูสิครับ ไม่แน่นะครับ คุณอาจจะเจองานที่ถูกใจก็ได้ 7. Libraries listen to consumers ในขณะที่คนอื่นๆ…

My Slide : การแบ่งปันความรู้ คือ พลังอันยิ่งใหญ่

My Slide : การแบ่งปันความรู้ คือ พลังอันยิ่งใหญ่

วันนี้ผมขอนำสไลด์ชุดนี้ มาโพสเก็บไว้ในบล็อกใหม่ของผมหน่อยนะครับ ซึ่งสไลด์ชุดนี้ผมเคยนำไปใช้บรรยายในงาน ?3S กับการจัดการความรู้ของ วศ.? มาแล้ว โดยเนื้อหาในสไลด์ชุดนี้ผมได้กล่าวถึงความสำคัญของการแบ่งปันความรู้สู่สังคมในรูปแบบต่างๆ ลองดูสไลด์ที่ชมใช้บรรยายได้เลยครับ Sharing Knowledge is power (Thai version) เนื้อหาในสไลด์ผมได้แบ่งเป็นส่วนๆ ดังนี้ 1. การแบ่งปันความรู้เบื้องต้น 1.1 การแบ่งปันความรู้เบื้องต้นในอดีต 1.2 การแบ่งปันความรู้เบื้องต้นในปัจจุบัน และอนาคต 1.3 รูปแบบของการแบ่งปันความรู้ 2. การแบ่งปันความรู้ในวงการบรรณารักษ์ไทย 2.1 การแบ่งปันความรู้ในวงการบรรณารักษ์ไทยโดย projectlib 2.2 ข้อมูลทั่วไป และสถิติของบล็อก Projectlib 2.3 จุดประสงค์ของการสร้าง Projectlib 3. เครื่องมือในการแบ่งปันความรู้แบบฟรีๆ – Blog – Forum – IM – E-Mail – Social Network – Social Bookmark – Micro blogging 4. ข้อเสนอแนะเรื่องการแบ่งปันความรู้ เป็นไงบ้างครับ พออ่านแล้วรู้เรื่องบ้างปล่าว งั้นผมขอแนะนำบล็อกของ วิทยากรท่านนึงที่ท่านได้ lecture การบรรยายของผมทั้งหมด ขนาดผมเป็นคนพูดเองยังสรุปไม่ดีเท่ากับท่านเลย ลองอ่านดูนะครับที่ http://gotoknow.org/blog/kmanamai-nonta/193381

หนึ่งตำบลหนึ่งห้องสมุด (One Tumbon One Library)

หนึ่งตำบลหนึ่งห้องสมุด (One Tumbon One Library)

วันนี้ขอเขียนบล็อกแนวแปลกให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันสักหน่อย ว่าแต่ว่าเพื่อนๆ เคยได้ยินคำนี้มั้ยครับ คำว่า OTOL(One Tumbon One Library) หรือเรียกแบบง่ายๆ ว่า “หนึ่งตำบลหนึ่งห้องสมุด” นั่นแหละ จริงๆ คำนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกครับ แค่ผมฟังคำว่า OTOP OTOP OTOP บ่อยมากเกินไป เลยขอแหวกแนวมาเป็น OTOL สำหรับวงการบรรณารักษ์บ้าง ทำไมต้องมี 1 ตำบล 1 ห้องสมุดหล่ะ เพื่อนๆ ก็ลองคิดดูว่าถ้ามีช่องทางในการเข้าถึงความรู้ได้มากๆ คนก็จะเข้าถึงแหล่งความรู้ได้ง่ายขึ้น แนวความคิดที่อยากเห็นคนไทยทุกคนเข้าถึงสารสนเทศได้ง่ายขึ้น ?แล้วทำไมต้องเป็นห้องสมุดหล่ะ เดี๋ยวนี้มีอินเทอร์เน็ตแล้ว ห้องสมุดคงเป็นสิ่งที่อาจจะไม่จำเป็นแล้วก็ได้? คำพูดนี้ผมอาจจะไม่เถียงเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตทำให้เราเข้าถึงสารสนเทศได้เร็วขึ้น แต่เพื่อนๆ เคยคิดถึงคนส่วนใหญ่ของประเทศมั้ยครับที่ยังไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ดังนั้นผมจึงบอกว่าห้องสมุดเป็นสิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้มากกว่า โดยที่ห้องสมุดในแต่ละชุมชนไม่ต้องใหญ่โตมากหรอกครับ ขอแค่มีหนังสือที่มีประโยชน์ให้อ่านก็ดีพอแล้ว ผมว่าก็จะช่วยเพื่อนในชนบทของเราได้แล้ว โครงการห้องสมุดที่ผมเห็นมากมาย เช่น ห้องสมุดเคลื่อนที่, ชมรมอาสาที่ไปสร้างห้องสมุด สิ่งเหล่านี้ผมอยากให้เมืองไทยมีมากๆ เพราะว่าการศึกษาก็เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคนในชาติเหมือนกัน ถ้าคนในชาติมีคุณภาพ ประเทศชาติก็จะเจริญตามไปด้วย อย่าเพิ่งเครียดกันนะครับ ผมเพียงแค่อยากให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของห้องสมุดก็เท่านั้น ช่วยๆ กันทำให้เกิดขึ้นนะครับ 1 ตำบล 1 ห้องสมุด ปล. รูปที่ให้ดูเป็นห้องสมุดของวัดแห่งหนึ่งที่ผมกับเพื่อนๆ ไปช่วยจัด หนังสือไม่เยอะแต่คุณค่าทางใจมีค่ามากที่สุด

ถ้าห้องสมุดเป็นเหมือนคลิปวีดีโอนี้ ผมจะเข้าห้องสมุดทุกวัน

ถ้าห้องสมุดเป็นเหมือนคลิปวีดีโอนี้ ผมจะเข้าห้องสมุดทุกวัน

แบบว่าวันนี้เพื่อนผมมันส่งคลิปวีดีโอเพลงนี้มาให้ดู แล้วมันก็บอกผมว่า “ถ้าห้องสมุดมีบรรยากาศเหมือนในคลิปวีดีโอนี้ มันจะยอมเข้าห้องสมุดทุกวัน” ผมเลยไม่รอช้าเปิดดูคลิปวีดีโอที่ว่า บอกได้คำเดียวเลยว่า อึ้ง ทึ้ง เสียว จริงๆ คลิปวีดีโอนี้เป็นการนำเพลงของ Christina Aguilera ชื่อเพลงว่า Candyman มาทำใหม่ในเวอร์ชั่นของบรรณารักษ์ในห้องสมุด (ทำเล่นๆ กันเองนะครับ) ไปชมคลิปวีดีโอนี้กันเลย [youtube]http://www.youtube.com/watch?v=V9CKXrhBffA[/youtube] เอาเป็นว่าคลิปวีดีโอนี้ผมอยากให้เพื่อนๆ ได้ดูกัน แก้เครียดนะครับ เพราะถ้าเอาไปใช้กับห้องสมุดจริงๆ ผมเกรงว่าจะไม่เหมาะสมอ่ะครับ เอาเป็นว่าขอแถมด้วยมิวสิควีดีโอของเพลงนี้จริงๆ เลย ดีกว่า [youtube]http://www.youtube.com/watch?v=9UMU30wHuTE[/youtube] ปล.ชื่อที่ปรากฎใน youtube คือ??? Orianthi – According To You ผมลองเข้าไปดูเพลงนี้จริงๆ แล้วไม่ใช่นะครับ น่าจะพิมพ์ผิดอ่ะครับ

แนะนำห้องอ่านหนังสือชุมชนของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

แนะนำห้องอ่านหนังสือชุมชนของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

วันนี้ผมขอแนะนำห้องอ่านหนังสือชุมชนแห่งใหม่เพื่อให้เพื่อนๆ รู้จักดีกว่า ห้องอ่านหนังสือชุมชนแห่งนี้จัดสร้างและบริหารงานโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) นั่นเอง ห้องอ่านหนังสือชุมชนแห่งนี้ให้บริการด้านใดบ้าง – หนังสือ – วารสาร – หนังสือพิมพ์ – วีดีโอ – อินเทอร์เน็ต – ข้อมูลตลิ่งชันศึกษา – หนังสือด้านคุณธรรม ใครๆ ก็สามารถเข้าใช้บริการที่นี่ได้ครับ และไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วย บรรยากาศที่เย็นสบาย สื่อที่ทันสมัย บริการที่น่าประทับใจ แบบนี้ต้องมาลองครับ กิจกรรมที่ส่งเสริมการอ่านที่นี่ก็จัดเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่องอีก เยี่ยมไปเลยใช่มั้ยครับ ห้องอ่านหนังสือชุมชนแห่งนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2552 โดยให้บริการในวันจันทร์ ? ศุกร์ เวลา 7.00 ? 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 8.00 -17.00 น. เอาเป็นว่าใครที่สนใจหรือว่างๆ อยากอ่านหนังสือก็สามารถแวะไปได้ที่ ห้องอ่านหนังสือชุมชนหน้าศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรแถวๆ ตลิ่งชันนะครับ ใครที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อได้ที่ 02-8809429 ต่อ 3101 ปล.เรื่องนี้ผมได้ดองไว้มาหลายเดือนแล้วไม่ว่างที่จะเขียนแนะนำ ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งครับ ไปดูรูปภาพสวยๆ ของห้องอ่านหนังสือชุมชนกันหน่อยดีกว่า [nggallery id=22]

รวมเอกสารการฝึกอบรมการใช้ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสืบค้น (ThaiLIS)

รวมเอกสารการฝึกอบรมการใช้ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสืบค้น (ThaiLIS)

วันนี้ผมขอนำเอกสารการฝึกอบรมการใช้ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสืบค้น โดย คุณจิรวัฒน์ พรหมพร มาแจกนะครับ ซึ่งฐานข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารด้านล่างนี้ เป็นฐานข้อมูลที่ ThaiLIS บอกรับในปี 2553 นั่นเอง เอกสารข้อมูลและวิธีใช้ฐานข้อมูลนี้ ครอบคลุมฐานข้อมูลทั้งหมด 6 ฐาน ดังต่อไปนี้ 1. ABI/Inform – ฐานข้อมูลด้านธุรกิจและการบริหารจัดการ (สไลด์วิธีการใช้) (สไลด์ภาพรวมของฐานข้อมูล) 2. ACM Digital Library – ฐานข้อมูลด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ (สไลด์วิธีการใช้) (สไลด์ภาพรวมของฐานข้อมูล) 3. Dissertation & Theses – ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก (สไลด์วิธีการใช้) (สไลด์ภาพรวมของฐานข้อมูล) 4. H.W. Wilson – ฐานข้อมูลหลากหลายสาขา (สไลด์วิธีการใช้) (สไลด์ภาพรวมของฐานข้อมูล) 5. IEEE / IEL – ฐานข้อมูลหลากหลายสาขา (สไลด์วิธีการใช้) (สไลด์ภาพรวมของฐานข้อมูล) 6. Web of Science – ฐานข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ (สไลด์วิธีการใช้) (สไลด์ภาพรวมของฐานข้อมูล) ลองเข้าไปอ่านวิธีใช้งานและข้อมูลภาพรวมดูนะครับ ผมว่าอย่างน้อยก็ทำให้เราเข้าใจรายละเอียดของเนื้อหาในฐานข้อมูลนั้นๆ ได้ครับ แถมข้อดีอีกอย่างคือเราก็ไม่ต้องสร้างคู่มือการใช้ฐานข้อมูลให้ผู้ใหญ่ด้วย เนื่องจากเราสามารถดึงข้อมูลต่างๆ ในนี้ไปจัดทำคู่มือการใช้ฐานข้อมูลประจำห้องสมุดได้ครับ เอาเป็นว่าวันนี้ผมขอลาไปก่อนนะครับ ปล. เอกสารต่างๆ ที่นำมาเผยแพร่นี้ ผมได้ขออนุญาต คุณจิรวัฒน์ พรหมพร แล้วนะครับ ดังนั้นหากห้องสมุดหรือบรรณารักษ์ต้องการนำไปเผยแพร่ต่อขอความกรุณาช่วยแจ้ง คุณจิรวัฒน์ พรหมพร ด้วยนะครับ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ คุณจิรวัฒน์ พรหมพร ที่ได้จัดทำเอกสารดีๆ ให้เราได้เรียนรู้ฐานข้อมูลต่างๆ ครับ

บรรณารักษ์ต้องไม่พลาดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 2553

บรรณารักษ์ต้องไม่พลาดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 2553

Hilight ของเดือนมีนาคมใกล้จะมาถึงแล้วนะครับ เพื่อนๆ บรรณารักษ์รู้หรือปล่าวว่าคืออะไร ถูกกกกกก..ต้องงงงงงคร้าบบบบบ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาตินั่นเอง วันนี้ผมขอประชาสัมพันธ์และเชิญชวนเพื่อนๆ นิดนึงนะครับ… ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 2553 ชื่องานภาษาไทย : งานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 8 และงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 38 ชื่องานภาษาอังกฤษ : Bangkok International Book Fair 2010 and National Book Fair 2010 วันที่ในการจัดงาน : 27 มีนาคม – 6 เมษายน 2553 เวลา 10.00-21.00 น. สถานที่จัดงาน : ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้จัดงาน : สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เตรียมพร้อมกันหรือยังครับเหล่าบรรณารักษ์ เหลือเวลาไม่ถึงอาทิตย์เท่านั้นเองนะครับ งานสัปดาห์หนังสือครั้งใหญ่แบบนี้ผมเองก็อยากให้บรรณารักษ์มาเข้าร่วมกันมากๆ นะครับ ทำไมบรรณารักษ์อย่างพวกเราต้องมางานนี้ – มาคัดเลือกหนังสือและพูดคุยกับตัวแทนจำหน่ายหนังสือถึงหนังสือที่น่าสนใจ – มาจัดซื้อจัดหาหนังสือและสื่อสารสนเทศราคาถูกเข้าห้องสมุด – มาดูกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านในห้องสมุด – เข้าร่วมฟังสัมมนาและเข้าร่วมอบรมในหัวข้อที่น่าสนใจ กิจกรรมและนิทรรศการที่น่าสนใจในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เช่น – นิทรรศการจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) – ห้องสมุด กทม. ……เปิดห้องเรียนรู้สู่โลกกว้าง – กิจกรรมและนิทรรศการที่สร้างเสริมกระบวนการเรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชนและครอบครัว – นิทรรศการห้องสมุดหนังสือใหม่ – นิทรรศการหนังสือภาพถ่าย – นิทรรศการหนังสือดีเด่นประจำปี 2553 – กิจกรรม All for Book : Book for All…

ห้องสมุดควรมีของที่ระลึกหรือไม่

ห้องสมุดควรมีของที่ระลึกหรือไม่

เวลาผมไปเที่ยวไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม ผมก็มักจะหาของที่ระลึกของสถานที่นั้นกลับมาฝากเพื่อนๆ เสมอ ด้วยเหตุนี้ผมจึงมองย้อนกลับมาสู่ห้องสมุดต่างๆ บ้างว่า … “ถ้าผมไปห้องสมุดต่างๆ แล้วพบว่ามีของที่ระลึกของห้องสมุด … มันจะดีแค่ไหนน้า” แบบสอบถามวันนี้ผมจึงขอตั้งคำถามเกี่ยวกับของที่ระลึกในห้องสมุด ลองเข้ามาตอบกันดูนะครับ [poll id=”16″] หลักๆ แล้วของที่ระลึกที่ผมเห็นมีอยู่สองรูปแบบใหญ่ๆ ก็คือ 1. ของที่ระลึกที่แจกฟรี เช่น ที่คั่นหนังสือ, ปฏิทิน, โปสการ์ดห้องสมุด ฯลฯ ของที่ระลึกประเภทนี้ห้องสมุดทำขึ้นเพื่อแจกให้ผู้ใช้ทั่วไปของห้องสมุด บางที่วางไว้ที่โต๊ะสำหรับอ่านหนังสือ บางที่วางไว้ที่เคาน์เตอร์ ซึ่งผู้ที่เข้ามาใช้ก็สามารถนำของเหล่านี้ไปใช้ได้อย่างสะดวก 2. ของที่ระลึกที่มีไว้จำหน่าย เช่น เสื้อยืดห้องสมุด, ปากกา, แว่นตา, กระเป๋าสะพาย ฯลฯ ของที่ระลึกประเภทนี้มักเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวหรือไม่ก็แฟนพันธุ์แท้ของห้องสมุดนั้นๆ ห้องสมุดบางแห่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึกด้านหน้าของห้องสมุดเลย ซึ่งนับว่าเป็นรายได้ของห้องสมุดอีกช่องทางหนึ่ง แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่าแล้วแต่นโยบายของห้องสมุด บางแห่งไม่สนับสนุนให้มีของที่ระลึกเนื่องจากเป็นภาระของห้องสมุดเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ นอกจากนี้อาจจะมองในเรื่องของการจัดการที่ค่อนข้างยุ่งยากด้วย เกี่ยวกับการเคลียร์เงินให้ฝ่ายบัญชี การแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ห้องสมุดในต่างประเทศหลายๆ แห่งมีวิธีจัดการโดย มอบหมายหน้าที่ในเรื่องการจัดทำของที่ระลึกและการจำหน่ายให้เครือข่ายของห้องสมุดเป็นคนจัดการ เพื่อเป็นเป็นการลดภาระเรื่องการจัดการและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายคนรักห้องสมุดด้วย เอาเป็นว่าที่เกริ่นมาเยอะๆ แบบนี้เพียงแค่อยากจะรู้ว่า ห้องสมุดเมืองไทยสมควรมีของที่ระลึกบ้างหรือปล่าว ถ้ามีต้องการของที่ระลึกแบบไหน เอาเป็นว่าช่วยๆ กันตอบนะครับ ปล.ภาพประกอบจาก http://www.lfla.org/store/