Happy Birthday To Me 2011

Happy Birthday To Me 2011

บันทึกวันที่ 29 กันยายน 2554 (วันเกิดของนายห้องสมุด นายบรรณารักษ์ ครบรอบ 29 ปีแล้วนะ) เป็นเรื่องปกติที่ต้องมานั่งอวยพรและฉลองวันเกิดของตัวเองในบล็อก (ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม) เวลาในแต่ละวัน เดือน ปี มันช่างผ่านไปรวดเร็วนัก ….. นี่ผมอยู่มาเกือบ 29 ปีแล้วหรอเนี้ย แล้วบล็อกที่ผมเขียนตั้งแต่แรก (Projectlib) จนถึงวันนี้ (Libraryhub) นี่ก็เจ็ดปีกว่าๆ แล้วเช่นกัน ปีนี้ผมก็ยังคงต้องเตือนตัวเองเหมือนเช่นทุกปีว่า “อย่าหลงระเริงไปกับชีวิตแบบไร้จัดหมายไปวันๆ ได้แล้ว” เอาหล่ะเตือนตัวเองเสร็จแล้ว ขออวยพรให้ตัวเองบ้างดีกว่า – ขอให้คนในครอบครัวของผมมีความสุข (ทั้งครอบครัวจริงๆ และครอบครัวบรรณารักษ์) – ขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง (ไม่เจ็บป่วยบ่อยเหมือนปีที่ผ่านมา) – ขอให้มีกำลังใจในการเขียนบล็อกและช่วยวงการห้องสมุดและบรรณารักษ์ไปเรื่อยๆ – ขอให้งานที่จะทำ กำลังทำ วางแผนจะทำ จงสำเร็จอย่างดี – ขอให้มีแรงใจในการ พูดดี ทำดี และคิดดี ฉลองที่ไหน!!! อันนี้ตอบยากมากเลย เพราะอยู่ในช่วงกินเจอ่ะครับ จะให้ฉลองอะไรก็คงไม่สะดวกมากสักเท่าไหร่หรอก เอาไว้ฉลองพร้อมกับเรื่องปลายปีนี้ดีกว่า (งานแต่งงานของผม) และเช่นเคยเป็นธรรมเนียมของทุกปีที่ผมจะซื้อของขวัญให้ตัวเอง เอาเป็นว่ารู้แล้วหล่ะครับว่าจะซื้ออะไร เดี๋ยวจะเอามาอัพเดทให้อ่านวันหลังนะ สำหรับวันนี้ก็ Happy Birthday To Me…… ———————————————————————————————————– ขอบคุณเพื่อนๆ ใน Social Media ที่ร่วมกันอวยพรวันเกิดให้ผมนะครับ (Update29/9/2011) Facebook JuNe SaSisophit / May Kessuda Thamapipon / Supannee Rongbutsee / Pploy’ Saowalak / Tanapat Tanakulpaisal / Pranitee…

ขออภัยที่หายไปจากบล็อกห้องสมุดเกือบหนึ่งเดือน…

ขออภัยที่หายไปจากบล็อกห้องสมุดเกือบหนึ่งเดือน…

ไม่ได้เขียนบล็อกมาเกือบหนึ่งเดือนเพื่อนๆ ยังคิดถึงผมกันบ้างหรือปล่าวครับ วันนี้ผมกลับมาแล้ว และจะมาเล่าให้ฟังว่าหาไปไหนมาบ้าง… หลายๆ คนที่ติดตามบล็อกผมมานานคงจะรู้ว่า… ปกติต่อให้มีงานเยอะแค่ไหนผมก็จะเขียนบล็อกอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ผมเรียนปริญญาโท สอบปริญญาโท ผมก็ยังคงเขียนบล็อกเล่าเรื่องราวให้เพื่อนๆ อ่านอยู่ทุกวัน เหตุการณ์ที่ทำให้ผมต้องหยุดเขียนบล็อกในช่วงที่ผ่านมา เช่น – ไม่สบาย ปวดหัว ซึ่งจะหยุดเขียนประมาณ 1-2 วัน – การเดินทางไปต่างจังหวัด (ไปแต่ละครั้ง 3-4 วัน) ซึ่งจะหยุดเขียนประมาณ 2-3 วัน – การปรับปรุงและเปลี่ยนจาก Projectlib มาเป็น Libraryhub หยุดเขียนประมาณ 1 เดือน หลายๆ ครั้งก่อนที่ผมจะหยุดเขียนบล็อก ผมก็จะแจ้งให้เพื่อนๆ ทราบก่อนทุกครั้ง แต่ในครั้งนี้ผมหายไปโดยไม่ได้แจ้งใครไว้เลย ทำให้มีเพื่อนๆ ส่งเมล์มาถามข่าวคราวมากมาย ถ้าเพื่อนๆ สังเกตก็คือ ผมเขียนเรื่องสุดท้ายเมื่อเดือนที่แล้ววันที่ 23 กุมภาพันธ์ แล้วผมก็หายไป จนวันนี้วันที่ 19 มีนาคม 2553 เท่ากับว่าผมหายไปเกือบ 1 เดือนเลย… สาเหตุหลักมาจากงานที่ผมได้รับมอบหมายในช่วงนี้ ที่มีเยอะมากและต้องรีบสะสางให้เสร็จ ผมทำงานอย่างไม่มีวันหยุด 7 วันทำงาน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ที่ต้องอยู่ที่ออฟฟิต ทำงานเสร็จพอกลับถึงบ้านก็ไม่มีแรงที่จะเขียนบล็อกเหมือนเช่นเคย ความรู้สึกที่อยากเขียนบล็อกของผมก็ยังคงมีนะครับ แต่กำลังกายก็ไม่เอื้ออำนวย เวลาผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนผมเองก็มีเรื่องให้คิดอะไรมากมายอยากเขียนอยากระบายอะไรมากมาย แต่ก็ทำได้แค่โทรไปบ่นๆ หรือตอบเมล์เพื่อนๆ หลายๆ คนแล้วบอกว่า “อีกไม่นานผมจะกลับมา” เมื่อวานนี้ขณะที่ผมนอนป่วยอยู่ที่บ้าน ผมก็เริ่มทบทวนเรื่องราวต่างๆ มากมายว่า ตกลงผมจะกลับมาเขียนบล็อกได้อีกหรือปล่าว สมองผมเริ่มสั่งการว่า… ถ้าผมปล่อยให้บล็อกว่างปล่าวไปอีกสักระยะ ผมคงอาจจะไม่มีแรงอยากเขียนบล็อกอีกแล้วก็ได้ ดังนั้นอย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปนานกว่านี้เลย รีบๆ กลับมาเขียนบล็อกให้เพื่อนๆ อ่านเหมือนเดิมดีกว่า ว่าแล้วผมก็เริ่มที่จะเขียนบล็อกเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อ :- – เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ว่าผมหายไปไหนมา – ขอโทษเพื่อนๆ ที่ไม่ได้อัพเดทความเคลื่อนไหวของข่าวคราวในวงการห้องสมุดและบรรณารักษ์…

เรื่องเล่าของผมกับห้องสมุดในวัยเด็ก

เรื่องเล่าของผมกับห้องสมุดในวัยเด็ก

ก่อนอื่นต้องขออวยพรให้เด็กๆ อนาคตของชาติสักหน่อยดีกว่า เนื่องจากวันนี้เป็น “วันเด็กแห่งชาติ” ผมอยากเห็นอนาคตของชาติรักการอ่านมากๆ และมีความคิดสร้างสรรค์มากๆ ครับ คำขวัญวันเด็กปี 2553 = “คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม” วันนี้ผมขอเขียนเรื่องแบบสบายๆ หน่อยแล้วกัน และขอเข้ากับบรรยากาศวันเด็กนิดๆ นะ ประมาณว่าจะขอเล่าเรื่องสมัยตอนผมเป็นเด็กแล้วกัน เกี่ยวกับการใช้ห้องสมุดในวัยเด็กของผม ผมเริ่มชอบห้องสมุดตั้งแต่เมื่อไหร่น้า… ผมคงต้องเริ่มต้นเล่าตั้งแต่สมัยผมเรียนเลยหล่ะมั้ง ซึ่งผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีมาตลอดตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6 ผมยังคงจำห้องสมุดโรงเรียนแห่งนี้ได้เสมอและเห็นการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด หลักๆ การเปลี่ยนแปลงห้องสมุดครั้งใหญ่ที่ผมเห็นมีอยู่ 3 ครั้ง ดังนี้ 1. ห้องสมุดเล็กๆ ที่ให้บริการแบบดั้งเดิมต้องยืมคืนด้วยบัตรกระดาษ และยังไม่มีคอมพิวเตอร์เข้ามาให้บริการ ภายในห้องสมุดเองก็ติดพัดลมไว้ทั่ว ยังไม่มีเครื่องปรับอากาศเลย แต่ห้องสมุดก็ไม่ร้อนนะ คนมายืมหนังสือที่นี่ก็เยอะเหมือนกัน จะยืมแต่ละทีต้องเข้าแถวรอนานมาก แต่ผมเองก็ใช้บริการแทบจะทุกสัปดาห์เลย ตอนนั้นจำได้ว่าอยู่ประมาณ ป.3-4 ได้มั้ง หนังสือที่ผมยืมส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือที่มีภาพเยอะๆ พวกการ์ตูนวิทยาศาสตร์ครับ 2. ห้องสมุดถูกย้ายไปอยู่อีกตึกซึ่งเป็นห้องสมุดชั่วคราวเนื่องจากตอนนั้นมีการทุบตึกห้องสมุดเดิมเพื่อสร้างห้องสมุดใหม่ ในห้องสมุดชั่วคราวนี้เปิดดำเนินการแค่ประมาณปีครึ่งเอง แต่ก็มีเครื่องปรับอากาศในห้องสมุดนะ ซึ่งผมก็ชอบมาก และเข้าไปนั่งอ่านหนังสือเล่นประจำเพราะว่ามันเย็นดี แต่ในช่วงนั้นผมไม่ค่อยได้ยืมหนังสือเลย หรือว่าโตแล้วเริ่มขี้เกียจนะ 3. ห้องสมุดใหม่เสร็จกลายเป็นตึกหอสมุดใหญ่มาก มีคอมพิวเตอร์เพื่อการสืบค้น มีอินเทอร์เน็ตให้เล่นด้วย ในตึกหอสมุดใหม่นี้มีทั้งห้องคอมที่ใช้สำหรับวิชาเรียนในชั้น 2 ส่วนในชั้น 3 กับ 4 เป็นห้องสมุด ซึ่งมีความทันสมัยมากๆ ทำให้ผมเข้ามาประจำเลย โดยเฉพาะเวลาพักเที่ยงเกือบทุกวันผมจะอยู่ที่ห้องสมุดเสมอๆ เวลาเพื่อนจะตามหาผมก็มักจะมาหากันที่ห้องสมุดนั่นแหละ ในช่วงนั้นเวลาใครต้องการทำรายงาน ผมจะอาสาเป็นคนค้นหาข้อมูลเพื่อประกอบรายงานตลอด คงเป็นเพราะตอนนั้นแน่ๆ ที่ทำให้ผมอยากเป็นบรรณารักษ์มั้ง นอกจากห้องสมุดโรงเรียนของผมแล้วผมยังมีห้องสมุดที่ผมไปประจำอีกสองที่นั่นคือ 1. หอสมุดแห่งชาติ (ไปค่อนข้างบ่อย) ช่วงที่ผมได้รับมอบหมายให้ทำรายงาน ผมก็จะเลือกที่ค้นหาข้อมูลหลัก ซึ่งนั่นก็คือ หอสมุดแห่งชาติ นั่นเอง เวลาอยากได้เนื้อหาอะไร ข้อมูลอะไร ความรู้อะไร คำตอบของผมที่ได้มักจะมาจากห้องสมุดเป็นหลัก อาจจะเป็นเพราะว่าในสมัยนั่นอินเทอร์เน็ตเพิ่งจะเริ่มต้น จึงทำให้ค้นหาข้อมูลแล้วไม่ค่อยได้อะไรนั่นเอง 2. ห้องสมุดภาษาญี่ปุ่นที่สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น…