1 วันกับหัวหน้าห้องสมุด : นักปั้นกลยุทธ์ สร้างพื้นที่แห่งความสุข
วันก่อนผมได้เขียนข้อความใน Facebook ว่า “มีคนนอกวงการมาถามผมว่า งานบรรณารักษ์ง่ายมาก ไม่เห็นทำอะไรเลย” วันนี้ผมเลยตัดสินใจขอเล่าประสบการณ์ในการเป็นหัวหน้าห้องสมุดแห่งหนึ่งให้อ่าน

ถ้าคุณหลับตาแล้วนึกถึง “บรรณารักษ์” ภาพแรกที่ลอยมาคือคุณป้าสวมแว่นหนาเตอะที่คอยทำเสียง “ชู่ววว!” ใส่คนที่คุยกัน หรือนั่งประทับตราวันที่ลงบนบัตรยืมหนังสืออยู่หลังเคาน์เตอร์ใช่ไหมครับ? ผมอยากจะบอกว่า… ลืมภาพนั้นไปก่อนได้เลย! เพราะ 1 วันในฐานะ หัวหน้าห้องสมุด ยุคใหม่น่ะ มันคือส่วนผสมของนักการตลาด นักบริหารกลยุทธ์ และ Event Planner ดีๆ นี่เอง วันนี้ผมจะพาไปดูเบื้องหลังกันครับว่า ในหนึ่งวันเรา “รบ” กับอะไรบ้างเพื่อให้ห้องสมุดยังเป็นที่รักของทุกคน
เริ่มต้นเช้าวันใหม่: ไม่ใช่แค่เช็คหนังสือ แต่คือการเช็ค ‘Vibe’
ภารกิจแรกของหัวหน้าห้องสมุดไม่ใช่การเช็คว่าหนังสือวางตรงหมวดหมู่ไหม (นั่นมีน้องๆ บรรณารักษ์ฝีมือดีจัดการอยู่แล้ว) แต่คือการเดินสำรวจรอบๆ เพื่อเช็ค “Energy” ของพื้นที่ครับ เราต้องตั้งคำถามว่า “ทำไมมุมนี้คนไม่ค่อยนั่ง?” หรือ “ทำไมปลั๊กไฟตรงนี้ถึงมีคนแย่งกันใช้?”
การเป็นหัวหน้าห้องสมุดในยุคนี้ เราต้องมองว่า “ห้องสมุดคือสินค้า” และ “ผู้ใช้บริการคือลูกค้า” ครับ หน้าที่ของผมคือการวางแผนว่าวันนี้เราจะเสิร์ฟความรู้อะไรให้คนอยากเดินเข้ามาหาเรา
เพื่อให้เห็นภาพว่าเราทำงานเชิงรุกกันยังไง ผมขอยกตัวอย่าง 2 เคสที่ผมและทีมต้องระดมสมองกันอย่างหนักครับ
จากมุมเงียบสู่ Co-working Space
เราพบว่าคนเข้าห้องสมุดไม่ได้มาเพื่ออ่านหนังสืออย่างเดียว แต่เขาต้องการ “พื้นที่ทำงาน” ผมจึงต้องวางแผนเปลี่ยนโซนหนังสืออ้างอิงที่คนไม่ค่อยใช้ ให้กลายเป็นโซนที่ใช้เสียงได้เบาๆ มีไวไฟแรงๆ และปลั๊กไฟทุกโต๊ะ ผลคือคนเข้าห้องสมุดเพิ่มขึ้น 40% ในเดือนเดียว!
นิทรรศการ ‘หนังสือที่ถูกลืม’
เรามีหนังสือดีๆ เพียบที่ไม่มีใครยืมมาเป็นปี ผมเลยใช้กลยุทธ์ Blind Date with a Book ห่อกระเป๋าหนังสือด้วยกระดาษสีน้ำตาลแล้วเขียนแค่ Keyword สั้นๆ ไว้หน้าซอง ปรากฏว่าคนแย่งกันยืมเพราะความตื่นเต้นครับ
ช่วงบ่ายคือเวลาของการบริหารจัดการครับ ผมต้องคุยกับทีมเรื่องงบประมาณในการจัดซื้อหนังสือใหม่ ซึ่งเราไม่ได้ซื้อตามใจชอบนะ แต่เราใช้ Data Analytics ดูว่าคนยุคนี้กำลังสนใจเรื่องอะไร (เทรนด์การลงทุน? สุขภาพจิต? หรือนิยายวาย?) เพื่อให้งบประมาณทุกบาทคุ้มค่าที่สุด รวมถึงการคุยกับดีไซน์เนอร์เพื่อปรับเปลี่ยน Layout ของห้องสมุดให้ดู “Instagrammable” เพราะยุคนี้ถ้าถ่ายรูปสวย คนก็ยิ่งอยากมาครับ
จะเห็นได้ว่าห้องสมุดในวันนี้ ไม่ใช่แค่โกดังเก็บกระดาษ แต่มันคือ “Living Room” ที่มีการวางแผนกลยุทธ์อยู่เบื้องหลังทุกตารางนิ้ว หัวหน้าห้องสมุดอย่างพวกเราทำงานหนักเพื่อให้พื้นที่นี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ถ้าสุดสัปดาห์นี้คุณยังไม่มีแผนไปไหน ลองแวะมาที่ห้องสมุดใกล้บ้านดูนะครับ แล้วคุณจะพบว่าห้องสมุดโฉมใหม่… มีอะไรให้ตื่นเต้นกว่าที่เคยคิดแน่นอน!