4 บทบาทใหม่ที่ห้องสมุดควรทำหลัง COVID-19 (Next Normal for Library)

มีคำถามส่งมาถึงผมมากมายเพื่อถามว่า “หลัง COVID-19 ห้องสมุดคงไม่เหมือนเดิม แล้วห้องสมุดของเราจะต้องปรับและเปลี่ยนอย่างไร” วันนี้ผมขอนำบทความจากหนังสือพิมพ์ The Straits Times เรื่อง “Beyond Covid-19: The new roles libraries can play” มาแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน


Mr Ng Cher Pong (left), founding CEO of SSG since 2016, will succeed Mrs Elaine Ng as CEO of NLB.
ข้อมูลและภาพจาก : https://www.straitstimes.com/singapore/new-heads-for-national-library-board-skillsfuture

ผู้ที่ให้ข้อมูลกับ The Straits Times ก็ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือ Mr. Ng Cher Pong (CEO, National Library Board) ก่อนที่เขาจะมาเป็น CEO ให้กับ NLB เขาเคยเป็น CEO ของ SkillsFuture Singapore (SSG) มาก่อน บทความนี้จึงทำให้ผมรู้จักความคิดและมุมมองของ CEO ท่านนี้ได้ดีขึ้น

ห้องสมุดไม่สามารถตั้งรับและบริการในรูปแบบเดิมได้อีกต่อไป สาเหตุหลักๆ ก็คงปฏิเสธเรื่องเทคโนโลยีและการสื่อสารที่ไร้พรมแดนในปัจจุบันไม่ได้ ผู้คนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างอิสระ และง่ายดายมากขึ้น ห้องสมุดในอดีตทำหน้าที่เพียงแค่รวบรวมองค์ความรู้ และรอการใช้งานจากผู้ใช้บริการ​ แต่วันนี้เราต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับพฤติกรรมใหม่ๆ ของผู้ใช้บริการที่นับวันจะเปลี่ยนเร็วและไม่เหมือนเดิมมากยิ่งขึ้น

จวบจนวันที่สถานการณ์ COVID-19 รุกรามไปยังหลายประเทศทั่วโลก​ ห้องสมุดแบบเดิมไม่สามารถให้บริการได้เช่นที่เคยเป็น เรามีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ / การจำกัดการใช้บริการ / ผู้ใช้บริการไม่มั่นใจต่อการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น

คำแนะนำเพื่อให้ห้องสมุดสามารถคงอยู่ในโลกใบนี้ได้ต่อไป เราต้องเปลี่ยน — เปลี่ยนยังไงดี

ขอแนะนำ 4 บทบาทใหม่ที่ห้องสมุดควรทำหลัง COVID-19 (Next Normal for Library)

ไม่ใช่แค่เรื่องการอ่านเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องเป็นผู้ที่สร้างสภาพแวดล้อม และอำนวยความสะดวกในเรื่องของการเรียนรู้ให้กับผู้ใช้บริการ และการเรียนรู้ที่เราต้องอำนวยความสะดวกต้องเป็นการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์เฉพาะแก่ผู้ใช้บริการเป็นรายบุคคล (Personalized Learning) — และแนวโน้มที่สำคัญคือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และ การเรียนรู้เพื่อให้เราสามารถดำรงอยู่ได้ในอนาคต

หนังสือในห้องสมุด (กายภาพ) อาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใช้บริการต้องการอีกแล้ว หนังสือในโลกใบนี้มีมากมายเหลือเกิน แต่เล่มไหนจะเหมาะกับใครมันเป็นเรื่องเฉพาะทางมากๆ และผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงความรู้ในสิ่งที่ต้องการได้อย่างสะดวก แต่จะทำให้เนื้อหาเหล่านั้นเป็นประโยชน์และมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น “บรรณารักษ์” จำเป็นต้องมีวิธีการถ่ายทอด และสื่อสารเนื้อหาที่น่าสนใจให้กับผู้ใช้บริการ เช่น SURE แคมเปญที่ห้องสมุดสิงคโปร์ต้องการสร้างแนวคิดวิธีการหาความจริงจากการอ่านวรรณกรรม …

ห้องสมุดไม่สามารถซื้อหนังสือได้ทุกเล่มที่มีในท้องตลาด และห้องสมุดก็มีข้อจำกัดเรื่องการจัดเก็บหนังสือ (พื้นที่ไม่สอดคล้องกับจำนวนหนังสือ) ลองนึกแบบเร็วๆ “หนังสือหลายเล่มที่เราซื้อมาไม่เคยถูกใช้เลย” ดังนั้นจากข้อหนึ่งและสอง การอ่านและหนังสือ ตอนนี้ ถูกเปลี่ยนเป็นการเรียนรู้และการจัดกิจกรรมส่งเสริมเรียบร้อย ซึ่งถ้าตอบโจทย์ชุมชนก็จะดีมากๆ ด้วย ลองนึกภาพหลัง COVID-19 จบ คนที่ตกงานก็จะกลับมาหางาน กลับมาอัพเดทความรู้ ห้องสมุดจะต้องปฏิบัติอย่างไร

ผู้ใช้บริการบางส่วนตอนนี้ย้ายไปอยู่บน Platform ออนไลน์ และก็มีผู้ใช้บริการบางส่วนรอการเปิดห้องสมุด (สถานที่) ถ้าเราสามารถส่งเสริมให้ผู้ใช้แต่ละกลุ่มได้ลองใช้ platform ที่เขาไม่คุ้นชินและบูรณาการทั้ง กายภาพ และ ดิจิทัล เข้าด้วยกันคงดี

*** ถ้าเราเน้นออนไลน์อย่างเดียว คำถามที่จะตามมาคือ “ทำไมต้องมีสถานที่”
*** ถ้าเราเน้นแต่สถานที่อย่างเดียว คำถามที่ตามมาคือ “ถ้าเกิดวิกฤตอีกครั้งผู้ใช้บริการจะต้องรอห้องสมุดเปิดเมื่อไหร่”

จากบทบาทใหม่ข้างต้น ผมได้อ่านต่อไปจนถึง “CREATING THE LIBRARIES AND ARCHIVES OF TOMORROW 2021-2025” ซึ่งเป็นแผน 5 ปีของ NLB สิงคโปร์ เข้าใจเลยว่า 4 บทบาทนี้ถูกกำหนดในแผนของห้องสมุดชาติสิงคโปร์เรียบร้อยแล้ว สุดท้ายเราก็ต้องมาติดตามกันต่อว่าจะเป็นเช่นไร

สรุปเนื้อหาจาก https://www.straitstimes.com/opinion/beyond-covid-19-the-new-roles-libraries-can-play
ใส่ความคิดเห็นส่วนตัว : Libraryhub

Exit mobile version